คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2546 ฉบับเต็ม

#49825
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2546 บริษัท สยามพาณิชย์ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน โจทก์ นาย กิตติศักดิ์ พงษ์ตันกุล กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 70, มาตรา 572 ป.วิ.พ. มาตรา 86, มาตรา 179 ตามสำเนาสัญญาเช่าซื้ออันเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องระบุไว้ชัดเจนว่าได้ทำขึ้นระหว่างโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดย ว. ผู้รับมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจฝ่ายหนึ่งกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้ออีกฝ่ายหนึ่ง เมื่ออ่านคำฟ้องแล้วจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาย่อมเข้าใจได้ดีว่า โจทก์ได้มอบอำนาจให้ ว. เป็นผู้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อแทนโจทก์การที่โจทก์ระบุในคำฟ้องว่าโจทก์มอบอำนาจให้ ส. เป็นผู้ลงนามในสัญญาแทน และส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจฉบับที่โจทก์มอบอำนาจให้ ส. มีอำนาจลงนามแทนโจทก์ประกอบคำฟ้องนั้นเป็นเพียงข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ แม้จะเป็นการขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้วและมิได้มีการส่งสำเนาคำร้องให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง เพราะเป็นการแก้ไขคำฟ้องให้ตรงกับข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาทราบดีอยู่แล้วและเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อย จึงถือมิได้ว่าทำให้จำเลยที่ 1 เสียเปรียบในทางคดีแต่อย่างใด เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับตัวผู้รับมอบอำนาจแล้ว ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจรับฟังหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ที่ถูกต้องแทนฉบับเดิมได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดโจทก์มอบอำนาจให้นายสุวัฒน์ พัฒโนภาษ หรือนายนเรนทร์ อุนานุภาพ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนและมอบอำนาจช่วงได้ นายนเรนทร์มอบอำนาจช่วงให้นายถวัลย์ จิตตริยกุล ดำเนินคดีแทน โจทก์มอบอำนาจให้นายวันชัย ธัญญาเวชกิจ ลงนามในสัญญาเช่าซื้อแทน เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2538 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน 4 ฬ - 1180 กรุงเทพมหานคร ไปจากโจทก์ในราคา463,644.81 บาท ตกลงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดรายเดือน รวม 41 งวด โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 7 ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวแต่จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 243,193.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า ตราที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจของโจทก์และที่ประทับในสัญญาเช่าซื้อมิได้เป็นตราสำคัญของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง สัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 142,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 21 มกราคม 2541) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาชั้นฎีกาว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว และมิได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยที่ 1 ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามวัน ศาลชั้นต้นจึงไม่อาจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่า หลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับตัวผู้รับมอบอำนาจให้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อจากนายสณชัย ชุติภิญโญ เป็นนายวันชัยธัญญาเวชกิจ และโจทก์ส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องผิดไป จึงขอส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องแทนฉบับเดิม เห็นว่า ตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5, 6 อันเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องระบุไว้ชัดเจนว่าสัญญาดังกล่าวได้ทำขึ้นระหว่างโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยนายวันชัย ธัญญาเวชกิจ ผู้รับมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจฝ่ายหนึ่งกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้ออีกฝ่ายหนึ่งเมื่ออ่านคำฟ้องแล้วคู่ความโดยเฉพาะจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาย่อมเข้าใจได้ดีว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้นายวันชัยเป็นผู้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อแทนโจทก์ การที่โจทก์ระบุในคำฟ้องว่าโจทก์มอบอำนาจให้นายสณชัยเป็นผู้ลงนามในสัญญาแทน และส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ฉบับที่โจทก์มอบอำนาจให้นายสณชัยมีอำนาจลงนามแทนโจทก์ประกอบคำฟ้องนั้นเป็นเพียงข้อผิดพลาดเล็กน้อย ดังนั้น ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ แม้จะเป็นการขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้วและมิได้มีการส่งสำเนาคำร้องให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก็ตาม เพราะเป็นการแก้ไขคำฟ้องให้ตรงกับข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาทราบดีอยู่แล้วและเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยจึงถือว่ามิได้ทำให้จำเลยที่ 1 เสียเปรียบในทางคดีแต่อย่างใดเมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับตัวผู้รับมอบอำนาจแล้ว ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจรับฟังหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ที่ถูกต้องแทนฉบับเดิมได้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วิรัช ลิ้มวิชัย-สายันต์ สุรสมภพ-เรวัตร อิศราภรณ์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
49825
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082048139"
    }
}
date
2546
deka_no
241/2546
deka_running_no
241
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "เรวัตร อิศราภรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 70",
            "ม. 572"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 86",
            "ม. 179"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท สยามพาณิชย์ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย กิตติศักดิ์ พงษ์ตันกุล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดโจทก์มอบอำนาจให้นายสุวัฒน์ พัฒโนภาษ หรือนายนเรนทร์ อุนานุภาพ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนและมอบอำนาจช่วงได้ นายนเรนทร์มอบอำนาจช่วงให้นายถวัลย์ จิตตริยกุล ดำเนินคดีแทน โจทก์มอบอำนาจให้นายวันชัย ธัญญาเวชกิจ ลงนามในสัญญาเช่าซื้อแทน เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2538 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน 4 ฬ - 1180 กรุงเทพมหานคร ไปจากโจทก์ในราคา463,644.81 บาท ตกลงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดรายเดือน รวม 41 งวด โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 7 ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวแต่จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 243,193.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การว่า ตราที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจของโจทก์และที่ประทับในสัญญาเช่าซื้อมิได้เป็นตราสำคัญของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง สัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 142,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 21 มกราคม 2541) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาชั้นฎีกาว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว และมิได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยที่ 1 ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามวัน ศาลชั้นต้นจึงไม่อาจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่า หลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับตัวผู้รับมอบอำนาจให้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อจากนายสณชัย ชุติภิญโญ เป็นนายวันชัยธัญญาเวชกิจ และโจทก์ส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องผิดไป จึงขอส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องแทนฉบับเดิม เห็นว่า ตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5, 6 อันเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องระบุไว้ชัดเจนว่าสัญญาดังกล่าวได้ทำขึ้นระหว่างโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยนายวันชัย ธัญญาเวชกิจ ผู้รับมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจฝ่ายหนึ่งกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้ออีกฝ่ายหนึ่งเมื่ออ่านคำฟ้องแล้วคู่ความโดยเฉพาะจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาย่อมเข้าใจได้ดีว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้นายวันชัยเป็นผู้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อแทนโจทก์ การที่โจทก์ระบุในคำฟ้องว่าโจทก์มอบอำนาจให้นายสณชัยเป็นผู้ลงนามในสัญญาแทน และส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ฉบับที่โจทก์มอบอำนาจให้นายสณชัยมีอำนาจลงนามแทนโจทก์ประกอบคำฟ้องนั้นเป็นเพียงข้อผิดพลาดเล็กน้อย ดังนั้น ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ แม้จะเป็นการขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้วและมิได้มีการส่งสำเนาคำร้องให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก็ตาม เพราะเป็นการแก้ไขคำฟ้องให้ตรงกับข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาทราบดีอยู่แล้วและเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยจึงถือว่ามิได้ทำให้จำเลยที่ 1 เสียเปรียบในทางคดีแต่อย่างใดเมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับตัวผู้รับมอบอำนาจแล้ว ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจรับฟังหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ที่ถูกต้องแทนฉบับเดิมได้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000968.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546