คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 636/2546 ฉบับเต็ม

#49843
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 636/2546 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางจิรา สุดล้ำเลิศ จำเลย ป.อ. มาตรา 90, มาตรา 137, มาตรา 265, มาตรา 268 จำเลยปลอมเอกสารราชการ และใช้เอกสารนั้นต่อพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมและแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานของจำเลยเป็นการกระทำต่อเนื่องโดยเจตนาเดียวกันเพื่อให้เจ้าพนักงานปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาในคดีอาญา จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือรับรองการเป็นข้าราชการครู อันเป็นเอกสารราชการปลอมขึ้นทั้งสองฉบับว่า นายบรรเทา เกตุแก้ว อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านคลองแครับรองว่า จำเลยรับราชการครูในตำแหน่งอาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนบ้านคลองแค สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสมุทรสาคร มีอัตราเงินเดือน 16,800 บาท จริง ต่อมาจำเลยอ้าง ใช้ และแสดงหนังสือรับรองดังกล่าวอันเป็นเอกสารราชการที่จำเลยทำปลอมขึ้นแก่ร้อยตำรวจเอกขวัญชัย ลิ้มประเสริฐกุล พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในคดีที่นายภักดี ปฏิยัตต์โยธิน เป็นผู้ต้องหาในข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมกับฉ้อโกง เพื่อขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาดังกล่าว การปลอมและใช้เอกสารปลอมดังกล่าวเป็นประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ร้อยตำรวจเอกขวัญชัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายบรรเทา ผู้อื่น และประชาชน และการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่ร้อยตำรวจเอกขวัญชัยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย เนื่องจากความจริงจำเลยพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ทางราชการไปแล้วและจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเอกสารที่นำมาอ้างมิได้เป็นเอกสารราชการฉบับที่แท้จริงแต่อย่างใดซึ่งอาจทำให้ร้อยตำรวจเอกขวัญชัยและนายบรรเทาเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 137, 265 และ 268 กับริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 265 และ 268 วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา 265 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน จำคุก 4 เดือน ฐานปลอมเอกสารราชการและฐานใช้เอกสารราชการปลอม จำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม จึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา 265 ตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 4 ปีรวมจำคุก 4 ปี 5 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี2 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่าความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมและแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน เห็นว่า การที่จำเลยใช้เอกสารราชการปลอมและแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน เป็นการกระทำต่อเนื่องโดยเจตนาเดียวกันเพื่อให้เจ้าพนักงานปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาในคดีอาญาจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันและเรียงกระทงลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมและแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (ชวลิต ยอดเณร-กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-ประเสริฐ เขียนนิลศิริ) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
49843
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082047546"
    }
}
date
2546
deka_no
636/2546
deka_running_no
636
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90",
            "ม. 137",
            "ม. 265",
            "ม. 268"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางจิรา สุดล้ำเลิศ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือรับรองการเป็นข้าราชการครู อันเป็นเอกสารราชการปลอมขึ้นทั้งสองฉบับว่า นายบรรเทา เกตุแก้ว อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านคลองแครับรองว่า จำเลยรับราชการครูในตำแหน่งอาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนบ้านคลองแค สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสมุทรสาคร มีอัตราเงินเดือน 16,800 บาท จริง ต่อมาจำเลยอ้าง ใช้ และแสดงหนังสือรับรองดังกล่าวอันเป็นเอกสารราชการที่จำเลยทำปลอมขึ้นแก่ร้อยตำรวจเอกขวัญชัย ลิ้มประเสริฐกุล พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในคดีที่นายภักดี ปฏิยัตต์โยธิน เป็นผู้ต้องหาในข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมกับฉ้อโกง เพื่อขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาดังกล่าว การปลอมและใช้เอกสารปลอมดังกล่าวเป็นประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ร้อยตำรวจเอกขวัญชัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายบรรเทา ผู้อื่น และประชาชน และการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่ร้อยตำรวจเอกขวัญชัยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย เนื่องจากความจริงจำเลยพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ทางราชการไปแล้วและจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเอกสารที่นำมาอ้างมิได้เป็นเอกสารราชการฉบับที่แท้จริงแต่อย่างใดซึ่งอาจทำให้ร้อยตำรวจเอกขวัญชัยและนายบรรเทาเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 137, 265 และ 268 กับริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 265 และ 268 วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา 265 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน จำคุก 4 เดือน ฐานปลอมเอกสารราชการและฐานใช้เอกสารราชการปลอม จำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม จึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา 265 ตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 4 ปีรวมจำคุก 4 ปี 5 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี2 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่าความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมและแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน เห็นว่า การที่จำเลยใช้เอกสารราชการปลอมและแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน เป็นการกระทำต่อเนื่องโดยเจตนาเดียวกันเพื่อให้เจ้าพนักงานปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาในคดีอาญาจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันและเรียงกระทงลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมและแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000963.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546