ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3301/2551
นายสุวิทย์ โสณมัย และนายวิทวัส วันสน
โจทก์
ผู้จัดการมรดกของนายสุวัจน์ โสณมัย
บริษัทพี.ที.เอส. อุตสาหกรรม จำกัด
จำเลย
ป.วิ.พ. มาตรา 199 จัตวา, มาตรา 199 เบญจ วรรคสี่
คำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ที่เสนอต่อศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 199 จัตวาต้องอยู่ใต้บังคับของมาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า "คำสั่งศาลที่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ให้เป็นที่สุด แต่ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต ผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด" จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลย เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามบทกฎหมายดังกล่าว จำเลยย่อมไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาได้อีก
___________________________
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 2869 ตำบลช่องนนทรี (บางโพงพาง) อำเภอยานนาวา (เมือง) กรุงเทพมหานคร และใช้ค่าเสียหาย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของโฉนดเลขที่ 2869 ตำบลช่องนนทรี (บางโพงพาง) อำเภอยานนาวา (เมือง) กรุงเทพมหานคร และออกจากสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 537/1 และ 537/15 ซอยเบญจมิตร ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร พร้อมส่งมอบให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 6,000 บาท และให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 70,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 24 สิงหาคม 2547) จนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากทรัพย์พิพาทและส่งมอบทรัพย์พิพาทคืนโจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ อ้างว่าโจทก์ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปย้งโกดังเก็บสินค้าของจำเลย จำเลยจึงไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้อง ผู้ให้เช่าเดิมได้เคยทำบันทึกตกลงจะให้จำเลยเช่าทรัพย์พิพาทต่อไปอีก 5 ปี ค่าเช่าเดือนละ 30,000 บาท จำเลยวางมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าจำนวนหนึ่งแก่ผู้ให้เช่าเดิมไปแล้วหากจำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีจะมีทางชนะคดีโจทก์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยชอบแล้วและคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่แสดงหลักฐานอ้างอิงสนับสนุนให้เห็นได้ชัดแจ้งว่าหากมีการพิจารณาคดีใหม่แล้ว ศาลอาจพิจารณาให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่ได้พิจารณาไปแล้ว ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา วรรคสอง ค่าคำร้องเป็นพับ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ที่เสนอต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา ต้องอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า "คำสั่งศาลที่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ให้เป็นที่สุดแต่ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต ผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด" คดีนี้จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลย เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามบทกฎหมายดังกล่าว จำเลยย่อมไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาได้อีก ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมาจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายกฎีกาจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
(ประทีป เฉลิมภัทรกุล-วีระชาติ เอี่ยมประไพ-มนูพงศ์ รุจิกัณหะ)
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ