คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5299/2551 ฉบับเต็ม

#498537
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5299/2551 นายสมนึก ไชยกุล โจทก์ นางพรพรรณ ก่อนันทเกียรติ ในฐานะ ผู้จัดการมรดก ของนายดำริห์ ก่อนันทเกียรติ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 149, มาตรา 151 ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6 (3), มาตรา 7 พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ มาตรา 6 (3) ประกอบกฎกระทรวง (พ.ศ.2534) ที่ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าสามแสนบาท เป็นการห้ามนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เท่านั้น ส่วนสมาชิกผู้เข้าเล่นแชร์ด้วยกันหาได้มีบทบัญญัติห้ามเล่นแชร์แต่อย่างใดไม่ ทั้งมาตรา 7 ยังระบุว่าบทบัญญัติมาตรา 6 ไม่กระทบกระเทือนถึงการที่สมาชิกวงแชร์จะฟ้องคดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์อีกด้วย การเล่นแชร์เป็นสัญญาประเภทหนึ่งอันเกิดจากการตกลงระหว่างสมาชิกผู้เล่นซึ่งมีผลผูกพันและบังคับกันได้ตามกฎหมาย เมื่อ ด. นายวงแชร์ถึงแก่ความตาย มีผู้ที่ยังไม่ได้ประมูลแชร์ 3 ราย คือ โจทก์ ท. และ ส. ดังนั้นบุคคลทั้งสามเท่าที่ได้รับผลกระทบจากการที่ไม่มีผู้จัดให้มีการประมูลแชร์และผู้ที่จะเสนอคำประมูลแชร์ได้ก็มีเพียงสามคนนี้เท่านั้น ผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อไม่มีผู้จัดให้มีการประมูลแชร์ การที่โจทก์ ท. และ ส. ตกลงกันใช้วิธีจับสลากอันดับก่อนหลังแทนการให้ดอกเบี้ย นับเป็นวิธีการที่ทำให้การเล่นแชร์วงนี้สามารถดำเนินต่อไปได้จนจบโดยผู้เล่นแชร์ได้รับเงินจนครบทุกคน และผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ ไม่ได้รับความเสียหายหรือผลกระทบแต่อย่างใดดังนั้น ความรับผิดของผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ จึงยังคงต้องมีอยู่อีกต่อไป ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ตกลงร่วมเล่นแชร์กับนายดำริห์ ซึ่งเป็นนายวงแชร์ และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 กับบุคคลอื่น 8 คน รวมเป็น 14 คน ระหว่างการเล่นแชร์นายดำริห์ถึงแก่กรรม ผู้ร่วมเล่นแชร์ตกลงให้วงแชร์ล้มเลิก โจทก์ยังไม่ได้ประมูลแชร์จึงนำเช็คของนายดำริห์ และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ซึ่งนำมาแลกเงินค่าแชร์ที่ประมูลได้รวม 6 ฉบับ ไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินตามวิธีการของธนาคาร ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายดำริห์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 กับจำเลยที่ 9 ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 8 ในฐานะผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็ค และจำเลยที่ 4 ที่ 5 ในฐานะผู้ร่วมเล่นแชร์ต้องร่วมกันรับผิดชำระค่าแชร์ตามจำนวนเงินในเช็คต่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินต้น นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินต้น พร้อมดอกเบี้ย นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 7 จำเลยที่ 5 ที่ 8 และที่ 9 และจำเลยที่ 6 ต่างร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินต้น พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 7 ให้การในทำนองเดียวกันว่านายดำริห์และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ไม่เคยตกลงร่วมเล่นแชร์กับโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 และที่ 6 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 ไม่ได้ร่วมเล่นแชร์วงเดียวกับโจทก์ และโจทก์ไม่ได้เป็นผู้ประมูลแชร์ได้ จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าแชร์และไม่มีสิทธินำเช็คของจำเลยที่ 3 ไปเรียกเก็บเงิน สัญญาเล่นแชร์ตามฟ้องมีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดมากกว่า 300,000 บาท เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่สามารถบังคับได้ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 8 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 8 จำเลยที่ 8 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 8 ไม่เคยตกลงร่วมเล่นแชร์กับโจทก์ เช็คของจำเลยที่ 8 ไม่มีมูลหนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 9 ให้การว่า จำเลยที่ 9 ไม่เคยตกลงร่วมเล่นแชร์กับโจทก์ จำเลยที่ 9 ลงลายมือชื่อในเช็คในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 8 จำเลยที่ 9 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 11,720,416.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 11,500,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 ตุลาคม 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 509,583.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 4 และที่ 7 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 5 ที่ 8 ที่ 9 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 6 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยทั้งเก้าร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 35,000 บาท สำหรับจำเลยที่ 1 ให้รับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 ถึงที่ 9 และจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 9 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 9 ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 ที่ 8 และจำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 30,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่คู่ความไม่โต้แย้งกันว่าเมื่อปี 2537 โจทก์ร่วมเล่นแชร์กับบุคคลอื่นโดยมีนายดำริห์ สามีของจำเลยที่ 1 เป็นนายวง มีข้อตกลงว่านายวงเก็บเงินจากลูกวงทุกคน หุ้นละ 3,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 39,000,000 บาท ไปก่อน โดยไม่มีการประมูล และนายวงจะออกเช็คสั่งจ่ายเงินฉบับละ 3,000,000 บาท โดยไม่ลงวันที่ในเช็คมอบให้แก่ลูกวงทุกคนงวดถัดไปทุกวันที่ 14 ของเดือน นายวงจะจัดให้ลูกวงทำการประมูลแชร์ จำนวนหุ้นละ 2,000,000 บาท ผู้ที่เสนอให้ดอกเบี้ยสูงสุดเป็นผู้ประมูลได้ นายวงมีหน้าที่เก็บรวบรวมเงินค่าแชร์จากลูกวงและมีหน้าที่ชำระค่าแชร์ให้แก่ผู้ที่ประมูลได้จนครบถ้วนตามจำนวนหุ้น ลูกวงที่ประมูลแชร์ได้จะต้องออกเช็คสั่งจ่ายเงินฉบับละ 2,000,000 บาท โดยไม่ลงวันที่ในเช็ค ตามจำนวนของลูกวงที่ยังมิได้ประมูลแชร์แล้วมอบเช็คไว้แก่นายวง เพื่อให้นายวงสลักหลังเช็คเป็นการค้ำประกันและนำเช็คนั้นมอบให้แก่ลูกวงที่ยังมิได้ประมูลแชร์ ลูกวงที่ยังมิได้ประมูลแชร์จะจ่ายเงินตามจำนวนหุ้น หุ้นละ 2,000,000 บาท หักจำนวนดอกเบี้ยแชร์ที่ผู้ประมูลได้เสนอ โดยนายวงนำไปให้แก่ลูกวงที่ประมูลแชร์ได้ สำหรับเช็คของนายวงและผู้ประมูลแชร์ได้นั้น ลูกวงมีสิทธิกรอกวันที่ลงในเช็คนำไปเรียกเก็บเงินได้เมื่อลูกวงคนนั้นประมูลแชร์ได้ในภายหลังหรือเมื่อครบกำหนดตามสัญญาแล้ว ทั้งนี้ ให้ลงเป็นวันที่ 18 ของเดือน โจทก์ได้ส่งเงินค่าแชร์ไปแล้วจำนวน 11 งวด ในการนี้โจทก์ได้รับเช็คของนายดำริห์และผู้ประมูลแชร์ได้ยึดถือไว้รวม 11 ฉบับ ต่อมาวันที่ 14 มิถุนายน 2538 นายดำริห์ถึงแก่กรรม โจทก์ นายทรงชัย และนายสุวิทย์ ผู้ที่ยังมิได้ประมูลแชร์รวม 3 คน จึงตกลงจับสลากหาผู้ที่จะนำเช็คไปเรียกเก็บเงินก่อนหลังกัน ปรากฏว่าโจทก์จับสลากได้เป็นอันดับที่สอง โจทก์จึงลงวันที่ในเช็คทั้ง 11 ฉบับ เป็นวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 แล้วนำไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน 6 ฉบับ ฉบับแรกเป็นเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสวนมะลิ จำนวนเงิน 3,000,000 บาท มีนายดำริห์ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายฉบับที่สองเป็นเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนรางน้ำ จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและนายดำริห์ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค ฉบับที่สามเป็นเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว 67 จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 3 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและนายดำริห์ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค ฉบับที่สี่เป็นเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสวนมะลิ จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 7 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย และมีนายดำริห์ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค ฉบับที่ห้าเป็นเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาราชวงศ์ จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 8 โดยนายดำริห์และจำเลยที่ 9 กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ร่วมกันลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท ฉบับที่หกเป็นเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสวนมะลิ จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 6 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและนายดำริห์ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งเก้าแล้ว จำเลยที่ 2 นำเงินชำระหนี้แก่โจทก์เพียง 1,500,000 บาท ส่วนจำเลยอื่นเพิกเฉยไม่ชำระ พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกว่า การเล่นแชร์วงนี้ฝ่าฝืนต่อกฎหมายทำให้ตกเป็นโมฆะโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6 (3) ประกอบกฎกระทรวง (พ.ศ.2534) ที่ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าสามแสนบาท เป็นการห้ามนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เท่านั้น ส่วนสมาชิกผู้เข้าเล่นแชร์ด้วยกันหาได้มีบทบัญญัติห้ามเล่นแชร์แต่อย่างใดไม่ ทั้งมาตรา 7 ยังระบุว่าบทบัญญัติมาตรา 6 ไม่กระทบกระเทือนถึงการที่สมาชิกวงแชร์จะฟ้องคดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์อีกด้วยการเล่นแชร์เป็นสัญญาประเภทหนึ่ง อันเกิดจากการตกลงกันระหว่างสมาชิกผู้เล่นซึ่งมีผลผูกพันและบังคับกันได้ตามกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น ปัญหาประการต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมเล่นแชร์ด้วยหรือไม่ โจทก์เบิกความประกอบรายชื่อผู้ร่วมเล่นแชร์ว่าจำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมเล่นแชร์ด้วย ซึ่งจำเลยที่ 4 และที่ 5 ก็นำสืบทำนองเดียวกันว่า นายดำริห์นายวงแชร์เป็นอาของจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 มีศักดิ์เป็นพี่เขยของนายดำริห์ นายดำริห์ขอชื่อของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ไปเป็นสมาชิกวงแชร์โดยนายดำริห์เป็นผู้ดำเนินการต่างๆ แทน ทั้งการรับเงินและจ่ายเงิน อันเป็นการเจือสมพยานโจทก์กรณีฟังได้ว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5 รู้แล้วยอมให้นายดำริห์กระทำการเป็นตัวแทนเชิดของตน จำเลยที่ 4 และที่ 5 จึงต้องรับผิดในฐานะตัวการ และการกระทำของนายดำริห์ในการเล่นแชร์ได้ลุล่วงไปตั้งแต่นายดำริห์ประมูลแชร์ในนามของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ความรับผิดของจำเลยที่ 4 และที่ 5 เกิดขึ้นตั้งแต่เวลานั้นแล้ว แม้ภายหลังต่อมานายดำริห์จะถึงแก่ความตาย ก็ไม่กระทบถึงความรับผิดของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ดังที่จำเลยที่ 4 และที่ 5 ฎีกา ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น ปัญหาประการสุดท้ายที่จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 ฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่เป็นผู้ประมูลแชร์ได้และไม่ใช่ผู้เล่นแชร์คนสุดท้ายจึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนั้น เห็นว่า เมื่อนายดำริห์นายวงแชร์ถึงแก่ความตาย มีผู้ที่ยังไม่ได้ประมูลแชร์ 3 ราย คือ โจทก์นายทรงชัย และนายสุวิทย์ ดังนั้นบุคคลทั้งสามเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากการที่ไม่มีผู้จัดให้มีการประมูลแชร์และผู้ที่จะเสนอคำประมูลแชร์ได้ก็มีเพียงสามคนนี้เท่านั้นผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อไม่มีผู้จัดให้มีการประมูลแชร์ การที่โจทก์ นายทรงชัย และนายสุวิทย์ตกลงกันใช้วิธีจับสลากอันดับก่อนหลังแทนการให้ดอกเบี้ย นับเป็นวิธีการที่ทำให้การเล่นแชร์วงนี้สามารถดำเนินต่อไปได้จนจบโดยผู้เล่นแชร์ได้รับเงินจนครบทุกคน และผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ ไม่ได้รับความเสียหายหรือผลกระทบแต่อย่างใด ดังนั้น ความรับผิดของผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ รวมทั้งนายดำริห์ จำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 จึงยังคงต้องมีอยู่ต่อไป โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องบังคับคดีได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สมศักดิ์ จันทรา-ชาลี ทัพภวิมล-ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ ตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์และกฎกระทรวง (พ.ศ.2534) แบ่งแยกการเล่นแชร์ออกเป็น 2 กรณี 1. นิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ มาตรา 5 ซึ่งบัญญัติว่า ห้ามมิให้นิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ 2. บุคคลธรรมดา ต้องห้ามตามมาตรา 6 ซึ่งบัญญัติว่า ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (1) เป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์มีจำนวนวงแชร์รวมกันมากกว่าสามวง (2) มีจำนวนสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคน (3) มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (4) นายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์นั้นได้รับประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นนอกจากสิทธิที่จะได้รับทุนกองกลางในการเข้าร่วมเล่นแชร์ในงวดหนึ่งงวดใดโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าผู้สัญญาว่าจะใช้เงินหรือทรัพย์สินอื่นใดแทนนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ เป็นนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ด้วย ผลของการฝ่าฝืนข้อห้ามแบ่งออกเป็น 2 กรณีเช่นกัน 1. นิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ ไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกผู้ร่วมเล่นแชร์ด้วยกัน นายวงแชร์กับสมาชิกวงแชร์หรือสมาชิกวงแชร์กับนายวงแชร์ก็ตาม (1) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4803/2546 พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ มาตรา 5, 6 และ 7 ได้แยกการกระทำของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาในการเป็นนายวงแชร์ หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวไว้ต่างหากจากกัน ทั้งได้บัญญัติให้สิทธิแก่สมาชิกวงแชร์ในการเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เฉพาะกรณีนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้นแต่กรณีนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ที่เป็นนิติบุคคล กฎหมายหาได้ให้สิทธิเช่นว่านั้นแก่สมาชิกวงแชร์ที่จะเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์แต่อย่างใดไม่ การเล่นแชร์ที่ อ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์จึงเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 เช็คพิพาทที่จำเลยสั่งจ่ายเงินเพื่อชำระหนี้ค่าแชร์ที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายจึงปราศจากมูลที่จะบังคับกันได้ตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดตามเช็คพิพาท (2) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2774/2546 พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ ได้แยกการกระทำของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาในการเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่จะเป็นความผิดไว้ต่างหากจากกันตามมาตรา 5 และมาตรา 6 ทั้งได้บัญญัติให้สิทธิแก่สมาชิกวงแชร์ในการเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เฉพาะกรณีนายวงแชร์ผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น แต่ในกรณีนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ที่เป็นนิติบุคคล กฎหมายหาได้ให้สิทธิเช่นว่านั้นแก่สมาชิกวงแชร์ที่เรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์แต่อย่างใดไม่เมื่อแชร์รายพิพาทมีบริษัท ส. เป็นนายวงแชร์ การเล่นแชร์รายนี้จึงเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายดังกล่าวจึงปราศจากมูลหนี้ที่จะบังคับกันได้ตามกฎหมายและตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 เช็คที่พิพาทที่สั่งจ่ายเงินเพื่อชำระหนี้ค่าแชร์ที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายดังกล่าวจึงปราศจากมูลหนี้ที่จะบังคับกันได้ตามกฎหมาย แม้โจทก์และจำเลยทั้งสามต่างเป็นสมาชิกวงแชร์ด้วยกันโจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ได้ 2. บุคคลธรรมดา พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ มาตรา 7 บัญญัติว่าในมาตรา 6 ไม่กระทบกระเทือนถึงการที่สมาชิกวงแชร์จะฟ้องคดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ จากบทบัญญัติดังกล่าวแยกพิจารณาออกเป็น 2.1 นายวงแชร์ ตามกฎหมายถือว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จึงไม่สามารถฟ้องร้องให้ปฏิบัติตามสัญญาเล่นแชร์ได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 427/2542 ตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6 บัญญัติห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ฯลฯ (3) มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวด รวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง และมีกฎกระทรวงการคลัง (พ.ศ.2534) ให้กำหนดทุนกองกลางที่ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ากว่าสามแสนบาท เมื่อการเล่นแชร์ของโจทก์จำเลยกับพวกมีผู้ร่วมเล่น 18 คน มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันมีมูลค่ามากกว่าสามแสนบาทจึงต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ดังนี้ เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คฉบับเดิมหรือเช็คพิพาทได้เพราะเหตุดังกล่าว หนี้ตามเช็คพิพาทจึงเป็นหนี้ที่ไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 บทบัญญัติพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 7 เป็นบทบัญญัติให้สิทธิแก่สมาชิกวงแชร์ฝ่ายเดียวที่จะฟ้องเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ มิได้บัญญัติให้นายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เรียกร้องหนี้สินการเล่นแชร์จากสมาชิกวงแชร์ ดังนี้ บทบัญญัติตามมาตรา 9 ดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นบทบัญญัติพิเศษที่ยกเว้นมาตรา 6 2.2 สมาชิกวงแชร์ แบ่งออกเป็น 2 กรณี 2.2.1 สมาชิกวงแชร์ฟ้องนายวงแชร์ได้ เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี้ซึ่งวินิจฉัยเดินตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับก่อน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2547 จำเลยระบุอย่างชัดแจ้งในหนังสือขออายัดเช็คว่าได้สั่งจ่ายเช็คให้แก่หัวหน้าวงแชร์ชื่อ ส. เพื่อนำไปเก็บเงินจากลูกแชร์มาคืนให้แก่จำเลย จำเลยย่อมทราบดีว่าแชร์วงนี้ ส. เป็นนายวงแชร์ ส่วนสำเนารายชื่อผู้เล่นแชร์ที่ปรากฏชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด น. โดย ส. หัวหน้าแชร์ น่าจะเป็นเพียงชื่อหรือยี่ห้อเพื่อให้ทราบทั่วกันอย่างชัดเจนภายในกลุ่มของผู้เล่นแชร์ด้วยกันว่า ส. นายวงแชร์อยู่ที่ไหนและมีฐานะอย่างใดเท่านั้น ไม่ทำให้วงแชร์วงนี้มีห้างหุ้นส่วนจำกัด น. ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์ จึงไม่เป็นการต้องห้ามตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ มาตรา 5 พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ มาตรา 6 นั้นห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 6 (1) ถึง (4) เท่านั้น ส่วนสมาชิกผู้เข้าเล่นวงแชร์ด้วยกันหาได้มีบทบัญญัติห้ามเล่นแชร์แต่อย่างใดไม่ ทั้งมาตรา 7 ยังระบุว่า บทบัญญัติในมาตรา 6 ไม่กระทบกระเทือนถึงการที่สมาชิกวงแชร์จะฟ้องคดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์อีกด้วย การเล่นแชร์เป็นสัญญาประเภทหนึ่ง อันเกิดจากการตกลงกันระหว่างสมาชิกผู้เล่น จึงมีผลผูกพันและบังคับกันได้ตามกฎหมาย มูลหนี้ของเช็คพิพาท 2 ฉบับ เกิดจากการเล่นแชร์ ซึ่งไม่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามตามกฎหมายจึงไม่ตกเป็นโมฆะ โจทก์เป็นผู้ทรงจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยผู้สั่งจ่ายชำระเงินตามเช็คได้ การที่จำเลยประมูลแชร์ได้แล้วสั่งจ่ายเช็คพิพาท 2 ฉบับ ให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ที่ประมูลแชร์ยังไม่ได้ เช็คนั้นจึงมีมูลหนี้ต่อกัน เมื่อโจทก์ประมูลแชร์ได้แล้วนำเช็คพิพาท 2 ฉบับ ไปลงวันที่และนำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินแต่เช็คพิพาทเรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยจึงต้องรับผิดชอบชำระเงินตามเช็คนั้นให้แก่โจทก์ การที่นายวงแชร์ยังไม่ได้นำเงินค่าแชร์ที่จำเลยประมูลได้มาชำระให้แก่จำเลยจนครบถ้วนนั้นไม่เป็นเหตุที่จำเลยจะปฏิเสธไม่ชำระเงินตามเช็คพิพาท 2.2.2 สมาชิกวงแชร์ด้วยกันเองสามารถฟ้องให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามสัญญาได้ คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 85/2543 จำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทและโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาท แม้เช็คดังกล่าวโจทก์จะได้มาจากการเล่นแชร์ซึ่งตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6 ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง แต่ในมาตรา 7 ก็บัญญัติให้สิทธิแก่สมาชิกวงแชร์ที่จะฟ้องคดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ได้ ย่อมแสดงว่ากฎหมายมิได้กำหนดว่าการเล่นแชร์ดังกล่าวตกเป็นโมฆะเสียหมด การที่โจทก์จำเลยกับพวกซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมเล่นแชร์มีการประมูลระหว่างกันและจำเลยสั่งจ่ายเช็คที่พิพาทเพื่อชำระหนี้ค่าแชร์แล้วเช็คมาอยู่ในความครอบครองของโจทก์ซึ่งเป็นลูกวงแชร์ด้วยกัน ย่อมไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 6 นิติกรรมการเล่นแชร์ของโจทก์จำเลยจึงไม่ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 จำเลยต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คให้โจทก์ จากแนวคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งวินิจฉัยตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเกิดการลักลั่นกันระหว่างบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ หากผู้เห็นช่องว่างดังกล่าวก็จะจัดตั้งนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์เพราะสมาชิกวงแชร์ไม่สามารถฟ้องเรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญาได้ ดังนั้นน่าจะมีการแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีผลเหมือนกันซึ่งน่าจะแก้ให้นิติบุคคลที่เป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์จะต้องรับผิดเช่นเดียวกับบุคคลธรรมดาเพื่อปกป้องสมาชิกวงแชร์มิให้ได้รับความเสียหายจากกระทำของบุคคลดังกล่าว ศิริชัย วัฒนโยธิน
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
498537
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082008894"
    }
}
date
2551
deka_no
5299/2551
deka_running_no
5299
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 149",
            "ม. 151"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 6 (3)",
            "ม. 7"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมนึก ไชยกุล"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางพรพรรณ ก่อนันทเกียรติ ในฐานะ ผู้จัดการมรดก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ของนายดำริห์ ก่อนันทเกียรติ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ตกลงร่วมเล่นแชร์กับนายดำริห์ ซึ่งเป็นนายวงแชร์ และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 กับบุคคลอื่น 8 คน รวมเป็น 14 คน ระหว่างการเล่นแชร์นายดำริห์ถึงแก่กรรม ผู้ร่วมเล่นแชร์ตกลงให้วงแชร์ล้มเลิก โจทก์ยังไม่ได้ประมูลแชร์จึงนำเช็คของนายดำริห์ และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ซึ่งนำมาแลกเงินค่าแชร์ที่ประมูลได้รวม 6 ฉบับ ไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินตามวิธีการของธนาคาร ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายดำริห์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 กับจำเลยที่ 9 ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 8 ในฐานะผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็ค และจำเลยที่ 4 ที่ 5 ในฐานะผู้ร่วมเล่นแชร์ต้องร่วมกันรับผิดชำระค่าแชร์ตามจำนวนเงินในเช็คต่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินต้น นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินต้น พร้อมดอกเบี้ย นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 7 จำเลยที่ 5 ที่ 8 และที่ 9 และจำเลยที่ 6 ต่างร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินต้น พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 7 ให้การในทำนองเดียวกันว่านายดำริห์และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ไม่เคยตกลงร่วมเล่นแชร์กับโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 และที่ 6 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 ไม่ได้ร่วมเล่นแชร์วงเดียวกับโจทก์ และโจทก์ไม่ได้เป็นผู้ประมูลแชร์ได้ จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าแชร์และไม่มีสิทธินำเช็คของจำเลยที่ 3 ไปเรียกเก็บเงิน สัญญาเล่นแชร์ตามฟ้องมีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดมากกว่า 300,000 บาท เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่สามารถบังคับได้ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 8 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 8 จำเลยที่ 8 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 8 ไม่เคยตกลงร่วมเล่นแชร์กับโจทก์ เช็คของจำเลยที่ 8 ไม่มีมูลหนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 9 ให้การว่า จำเลยที่ 9 ไม่เคยตกลงร่วมเล่นแชร์กับโจทก์ จำเลยที่ 9 ลงลายมือชื่อในเช็คในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 8 จำเลยที่ 9 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 11,720,416.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 11,500,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 ตุลาคม 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 509,583.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 4 และที่ 7 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 5 ที่ 8 ที่ 9 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 6 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยทั้งเก้าร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 35,000 บาท สำหรับจำเลยที่ 1 ให้รับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน

จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 ถึงที่ 9 และจำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 9 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 9 ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 ที่ 8 และจำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 30,000 บาท แทนโจทก์

จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่คู่ความไม่โต้แย้งกันว่าเมื่อปี 2537 โจทก์ร่วมเล่นแชร์กับบุคคลอื่นโดยมีนายดำริห์ สามีของจำเลยที่ 1 เป็นนายวง มีข้อตกลงว่านายวงเก็บเงินจากลูกวงทุกคน หุ้นละ 3,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 39,000,000 บาท ไปก่อน โดยไม่มีการประมูล และนายวงจะออกเช็คสั่งจ่ายเงินฉบับละ 3,000,000 บาท โดยไม่ลงวันที่ในเช็คมอบให้แก่ลูกวงทุกคนงวดถัดไปทุกวันที่ 14 ของเดือน นายวงจะจัดให้ลูกวงทำการประมูลแชร์ จำนวนหุ้นละ 2,000,000 บาท ผู้ที่เสนอให้ดอกเบี้ยสูงสุดเป็นผู้ประมูลได้ นายวงมีหน้าที่เก็บรวบรวมเงินค่าแชร์จากลูกวงและมีหน้าที่ชำระค่าแชร์ให้แก่ผู้ที่ประมูลได้จนครบถ้วนตามจำนวนหุ้น ลูกวงที่ประมูลแชร์ได้จะต้องออกเช็คสั่งจ่ายเงินฉบับละ 2,000,000 บาท โดยไม่ลงวันที่ในเช็ค ตามจำนวนของลูกวงที่ยังมิได้ประมูลแชร์แล้วมอบเช็คไว้แก่นายวง เพื่อให้นายวงสลักหลังเช็คเป็นการค้ำประกันและนำเช็คนั้นมอบให้แก่ลูกวงที่ยังมิได้ประมูลแชร์ ลูกวงที่ยังมิได้ประมูลแชร์จะจ่ายเงินตามจำนวนหุ้น หุ้นละ 2,000,000 บาท หักจำนวนดอกเบี้ยแชร์ที่ผู้ประมูลได้เสนอ โดยนายวงนำไปให้แก่ลูกวงที่ประมูลแชร์ได้ สำหรับเช็คของนายวงและผู้ประมูลแชร์ได้นั้น ลูกวงมีสิทธิกรอกวันที่ลงในเช็คนำไปเรียกเก็บเงินได้เมื่อลูกวงคนนั้นประมูลแชร์ได้ในภายหลังหรือเมื่อครบกำหนดตามสัญญาแล้ว ทั้งนี้ ให้ลงเป็นวันที่ 18 ของเดือน โจทก์ได้ส่งเงินค่าแชร์ไปแล้วจำนวน 11 งวด ในการนี้โจทก์ได้รับเช็คของนายดำริห์และผู้ประมูลแชร์ได้ยึดถือไว้รวม 11 ฉบับ ต่อมาวันที่ 14 มิถุนายน 2538 นายดำริห์ถึงแก่กรรม โจทก์ นายทรงชัย และนายสุวิทย์ ผู้ที่ยังมิได้ประมูลแชร์รวม 3 คน จึงตกลงจับสลากหาผู้ที่จะนำเช็คไปเรียกเก็บเงินก่อนหลังกัน ปรากฏว่าโจทก์จับสลากได้เป็นอันดับที่สอง โจทก์จึงลงวันที่ในเช็คทั้ง 11 ฉบับ เป็นวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 แล้วนำไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน 6 ฉบับ ฉบับแรกเป็นเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสวนมะลิ จำนวนเงิน 3,000,000 บาท มีนายดำริห์ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายฉบับที่สองเป็นเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนรางน้ำ จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและนายดำริห์ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค ฉบับที่สามเป็นเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว 67 จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 3 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและนายดำริห์ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค ฉบับที่สี่เป็นเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสวนมะลิ จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 7 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย และมีนายดำริห์ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค ฉบับที่ห้าเป็นเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาราชวงศ์ จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 8 โดยนายดำริห์และจำเลยที่ 9 กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ร่วมกันลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท ฉบับที่หกเป็นเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสวนมะลิ จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 6 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและนายดำริห์ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งเก้าแล้ว จำเลยที่ 2 นำเงินชำระหนี้แก่โจทก์เพียง 1,500,000 บาท ส่วนจำเลยอื่นเพิกเฉยไม่ชำระ

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกว่า การเล่นแชร์วงนี้ฝ่าฝืนต่อกฎหมายทำให้ตกเป็นโมฆะโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6 (3) ประกอบกฎกระทรวง (พ.ศ.2534) ที่ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าสามแสนบาท เป็นการห้ามนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เท่านั้น ส่วนสมาชิกผู้เข้าเล่นแชร์ด้วยกันหาได้มีบทบัญญัติห้ามเล่นแชร์แต่อย่างใดไม่ ทั้งมาตรา 7 ยังระบุว่าบทบัญญัติมาตรา 6 ไม่กระทบกระเทือนถึงการที่สมาชิกวงแชร์จะฟ้องคดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์อีกด้วยการเล่นแชร์เป็นสัญญาประเภทหนึ่ง อันเกิดจากการตกลงกันระหว่างสมาชิกผู้เล่นซึ่งมีผลผูกพันและบังคับกันได้ตามกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาประการต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมเล่นแชร์ด้วยหรือไม่ โจทก์เบิกความประกอบรายชื่อผู้ร่วมเล่นแชร์ว่าจำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมเล่นแชร์ด้วย ซึ่งจำเลยที่ 4 และที่ 5 ก็นำสืบทำนองเดียวกันว่า นายดำริห์นายวงแชร์เป็นอาของจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 มีศักดิ์เป็นพี่เขยของนายดำริห์ นายดำริห์ขอชื่อของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ไปเป็นสมาชิกวงแชร์โดยนายดำริห์เป็นผู้ดำเนินการต่างๆ แทน ทั้งการรับเงินและจ่ายเงิน อันเป็นการเจือสมพยานโจทก์กรณีฟังได้ว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5 รู้แล้วยอมให้นายดำริห์กระทำการเป็นตัวแทนเชิดของตน จำเลยที่ 4 และที่ 5 จึงต้องรับผิดในฐานะตัวการ และการกระทำของนายดำริห์ในการเล่นแชร์ได้ลุล่วงไปตั้งแต่นายดำริห์ประมูลแชร์ในนามของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ความรับผิดของจำเลยที่ 4 และที่ 5 เกิดขึ้นตั้งแต่เวลานั้นแล้ว แม้ภายหลังต่อมานายดำริห์จะถึงแก่ความตาย ก็ไม่กระทบถึงความรับผิดของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ดังที่จำเลยที่ 4 และที่ 5 ฎีกา ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาประการสุดท้ายที่จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 ฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่เป็นผู้ประมูลแชร์ได้และไม่ใช่ผู้เล่นแชร์คนสุดท้ายจึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนั้น เห็นว่า เมื่อนายดำริห์นายวงแชร์ถึงแก่ความตาย มีผู้ที่ยังไม่ได้ประมูลแชร์ 3 ราย คือ โจทก์นายทรงชัย และนายสุวิทย์ ดังนั้นบุคคลทั้งสามเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากการที่ไม่มีผู้จัดให้มีการประมูลแชร์และผู้ที่จะเสนอคำประมูลแชร์ได้ก็มีเพียงสามคนนี้เท่านั้นผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อไม่มีผู้จัดให้มีการประมูลแชร์ การที่โจทก์ นายทรงชัย และนายสุวิทย์ตกลงกันใช้วิธีจับสลากอันดับก่อนหลังแทนการให้ดอกเบี้ย นับเป็นวิธีการที่ทำให้การเล่นแชร์วงนี้สามารถดำเนินต่อไปได้จนจบโดยผู้เล่นแชร์ได้รับเงินจนครบทุกคน และผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ ไม่ได้รับความเสียหายหรือผลกระทบแต่อย่างใด ดังนั้น ความรับผิดของผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ รวมทั้งนายดำริห์ จำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 จึงยังคงต้องมีอยู่ต่อไป โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องบังคับคดีได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
ตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์และกฎกระทรวง (พ.ศ.2534) แบ่งแยกการเล่นแชร์ออกเป็น 2 กรณี 1. นิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ มาตรา 5 ซึ่งบัญญัติว่า ห้ามมิให้นิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ 2. บุคคลธรรมดา ต้องห้ามตามมาตรา 6 ซึ่งบัญญัติว่า ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (1) เป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์มีจำนวนวงแชร์รวมกันมากกว่าสามวง (2) มีจำนวนสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคน (3) มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (4) นายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์นั้นได้รับประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นนอกจากสิทธิที่จะได้รับทุนกองกลางในการเข้าร่วมเล่นแชร์ในงวดหนึ่งงวดใดโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าผู้สัญญาว่าจะใช้เงินหรือทรัพย์สินอื่นใดแทนนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ เป็นนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ด้วย ผลของการฝ่าฝืนข้อห้ามแบ่งออกเป็น 2 กรณีเช่นกัน 1. นิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ ไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกผู้ร่วมเล่นแชร์ด้วยกัน นายวงแชร์กับสมาชิกวงแชร์หรือสมาชิกวงแชร์กับนายวงแชร์ก็ตาม (1) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4803/2546 พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ มาตรา 5, 6 และ 7 ได้แยกการกระทำของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาในการเป็นนายวงแชร์ หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวไว้ต่างหากจากกัน ทั้งได้บัญญัติให้สิทธิแก่สมาชิกวงแชร์ในการเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เฉพาะกรณีนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้นแต่กรณีนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ที่เป็นนิติบุคคล กฎหมายหาได้ให้สิทธิเช่นว่านั้นแก่สมาชิกวงแชร์ที่จะเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์แต่อย่างใดไม่ การเล่นแชร์ที่ อ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์จึงเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 เช็คพิพาทที่จำเลยสั่งจ่ายเงินเพื่อชำระหนี้ค่าแชร์ที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายจึงปราศจากมูลที่จะบังคับกันได้ตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดตามเช็คพิพาท (2) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2774/2546 พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ ได้แยกการกระทำของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาในการเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่จะเป็นความผิดไว้ต่างหากจากกันตามมาตรา 5 และมาตรา 6 ทั้งได้บัญญัติให้สิทธิแก่สมาชิกวงแชร์ในการเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เฉพาะกรณีนายวงแชร์ผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น แต่ในกรณีนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ที่เป็นนิติบุคคล กฎหมายหาได้ให้สิทธิเช่นว่านั้นแก่สมาชิกวงแชร์ที่เรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์แต่อย่างใดไม่เมื่อแชร์รายพิพาทมีบริษัท ส. เป็นนายวงแชร์ การเล่นแชร์รายนี้จึงเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายดังกล่าวจึงปราศจากมูลหนี้ที่จะบังคับกันได้ตามกฎหมายและตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 เช็คที่พิพาทที่สั่งจ่ายเงินเพื่อชำระหนี้ค่าแชร์ที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายดังกล่าวจึงปราศจากมูลหนี้ที่จะบังคับกันได้ตามกฎหมาย แม้โจทก์และจำเลยทั้งสามต่างเป็นสมาชิกวงแชร์ด้วยกันโจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ได้ 2. บุคคลธรรมดา พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ มาตรา 7 บัญญัติว่าในมาตรา 6 ไม่กระทบกระเทือนถึงการที่สมาชิกวงแชร์จะฟ้องคดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ จากบทบัญญัติดังกล่าวแยกพิจารณาออกเป็น 2.1 นายวงแชร์ ตามกฎหมายถือว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จึงไม่สามารถฟ้องร้องให้ปฏิบัติตามสัญญาเล่นแชร์ได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 427/2542 ตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6 บัญญัติห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ฯลฯ (3) มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวด รวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง และมีกฎกระทรวงการคลัง (พ.ศ.2534) ให้กำหนดทุนกองกลางที่ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ากว่าสามแสนบาท เมื่อการเล่นแชร์ของโจทก์จำเลยกับพวกมีผู้ร่วมเล่น 18 คน มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันมีมูลค่ามากกว่าสามแสนบาทจึงต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ดังนี้ เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คฉบับเดิมหรือเช็คพิพาทได้เพราะเหตุดังกล่าว หนี้ตามเช็คพิพาทจึงเป็นหนี้ที่ไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 บทบัญญัติพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 7 เป็นบทบัญญัติให้สิทธิแก่สมาชิกวงแชร์ฝ่ายเดียวที่จะฟ้องเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ มิได้บัญญัติให้นายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เรียกร้องหนี้สินการเล่นแชร์จากสมาชิกวงแชร์ ดังนี้ บทบัญญัติตามมาตรา 9 ดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นบทบัญญัติพิเศษที่ยกเว้นมาตรา 6 2.2 สมาชิกวงแชร์ แบ่งออกเป็น 2 กรณี 2.2.1 สมาชิกวงแชร์ฟ้องนายวงแชร์ได้ เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี้ซึ่งวินิจฉัยเดินตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับก่อน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2547 จำเลยระบุอย่างชัดแจ้งในหนังสือขออายัดเช็คว่าได้สั่งจ่ายเช็คให้แก่หัวหน้าวงแชร์ชื่อ ส. เพื่อนำไปเก็บเงินจากลูกแชร์มาคืนให้แก่จำเลย จำเลยย่อมทราบดีว่าแชร์วงนี้ ส. เป็นนายวงแชร์ ส่วนสำเนารายชื่อผู้เล่นแชร์ที่ปรากฏชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด น. โดย ส. หัวหน้าแชร์ น่าจะเป็นเพียงชื่อหรือยี่ห้อเพื่อให้ทราบทั่วกันอย่างชัดเจนภายในกลุ่มของผู้เล่นแชร์ด้วยกันว่า ส. นายวงแชร์อยู่ที่ไหนและมีฐานะอย่างใดเท่านั้น ไม่ทำให้วงแชร์วงนี้มีห้างหุ้นส่วนจำกัด น. ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์ จึงไม่เป็นการต้องห้ามตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ มาตรา 5 พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ มาตรา 6 นั้นห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 6 (1) ถึง (4) เท่านั้น ส่วนสมาชิกผู้เข้าเล่นวงแชร์ด้วยกันหาได้มีบทบัญญัติห้ามเล่นแชร์แต่อย่างใดไม่ ทั้งมาตรา 7 ยังระบุว่า บทบัญญัติในมาตรา 6 ไม่กระทบกระเทือนถึงการที่สมาชิกวงแชร์จะฟ้องคดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์อีกด้วย การเล่นแชร์เป็นสัญญาประเภทหนึ่ง อันเกิดจากการตกลงกันระหว่างสมาชิกผู้เล่น จึงมีผลผูกพันและบังคับกันได้ตามกฎหมาย มูลหนี้ของเช็คพิพาท 2 ฉบับ เกิดจากการเล่นแชร์ ซึ่งไม่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามตามกฎหมายจึงไม่ตกเป็นโมฆะ โจทก์เป็นผู้ทรงจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยผู้สั่งจ่ายชำระเงินตามเช็คได้ การที่จำเลยประมูลแชร์ได้แล้วสั่งจ่ายเช็คพิพาท 2 ฉบับ ให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ที่ประมูลแชร์ยังไม่ได้ เช็คนั้นจึงมีมูลหนี้ต่อกัน เมื่อโจทก์ประมูลแชร์ได้แล้วนำเช็คพิพาท 2 ฉบับ ไปลงวันที่และนำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินแต่เช็คพิพาทเรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยจึงต้องรับผิดชอบชำระเงินตามเช็คนั้นให้แก่โจทก์ การที่นายวงแชร์ยังไม่ได้นำเงินค่าแชร์ที่จำเลยประมูลได้มาชำระให้แก่จำเลยจนครบถ้วนนั้นไม่เป็นเหตุที่จำเลยจะปฏิเสธไม่ชำระเงินตามเช็คพิพาท 2.2.2 สมาชิกวงแชร์ด้วยกันเองสามารถฟ้องให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามสัญญาได้ คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 85/2543 จำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทและโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาท แม้เช็คดังกล่าวโจทก์จะได้มาจากการเล่นแชร์ซึ่งตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6 ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง แต่ในมาตรา 7 ก็บัญญัติให้สิทธิแก่สมาชิกวงแชร์ที่จะฟ้องคดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ได้ ย่อมแสดงว่ากฎหมายมิได้กำหนดว่าการเล่นแชร์ดังกล่าวตกเป็นโมฆะเสียหมด การที่โจทก์จำเลยกับพวกซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมเล่นแชร์มีการประมูลระหว่างกันและจำเลยสั่งจ่ายเช็คที่พิพาทเพื่อชำระหนี้ค่าแชร์แล้วเช็คมาอยู่ในความครอบครองของโจทก์ซึ่งเป็นลูกวงแชร์ด้วยกัน ย่อมไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 6 นิติกรรมการเล่นแชร์ของโจทก์จำเลยจึงไม่ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 จำเลยต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คให้โจทก์ จากแนวคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งวินิจฉัยตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเกิดการลักลั่นกันระหว่างบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ หากผู้เห็นช่องว่างดังกล่าวก็จะจัดตั้งนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์เพราะสมาชิกวงแชร์ไม่สามารถฟ้องเรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญาได้ ดังนั้นน่าจะมีการแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีผลเหมือนกันซึ่งน่าจะแก้ให้นิติบุคคลที่เป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์จะต้องรับผิดเช่นเดียวกับบุคคลธรรมดาเพื่อปกป้องสมาชิกวงแชร์มิให้ได้รับความเสียหายจากกระทำของบุคคลดังกล่าว ศิริชัย วัฒนโยธิน
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000613.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551