คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1637/2553 ฉบับเต็ม

#498560
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1637/2553 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นางลำยอง เพชรหับ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 83, มาตรา 86 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, มาตรา 66 วรรคหนึ่ง การที่จำเลยที่ 2 กับพวกเป็นผู้เจรจาซื้อขายเมทแอมเฟตามีนกับดาบตำรวจ ช. โดยสอบถามจำนวนและกำหนดราคากันก่อน จากนั้นจำเลยที่ 2 พาดาบตำรวจ ช. กับสายลับไปพบ ว. และจำเลยที่ 1 เพื่อชำระเงินและรับเมทแอมเฟตามีน แสดงให้เห็นได้ว่าจำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกับจำเลยที่ 1 และ ว. แบ่งหน้าที่กันทำในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้เจรจาซื้อขาย และจำเลยที่ 1 กับ ว. เป็นผู้รับเงินและส่งมอบเมทแอมเฟตามีน อันมีลักษณะเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิด มิใช่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่การจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 83, 91 จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีใหม่และจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3, 83 จำคุก 5 ปี ชั้นจับกุมจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 หรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง พันตำรวจโทพยุงศักดิ์ พันตำรวจโทสุรกิตติ์และดาบตำรวจชาคริตวางแผนล่อซื้อยาเสพติดให้โทษจากนายวงษา นางเกษร นางลำยองและจำเลยที่ 2 แล้วจำเลยที่ 2 พาดาบตำรวจชาคริตและสายลับไปที่บ้านของนายวงษา พบนายวงษาและจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 บอกนายวงษาและจำเลยที่ 1 ว่า ดาบตำรวจชาคริตเป็นผู้มาซื้อเมทแอมเฟตามีนจำนวน 100 เม็ด จำเลยที่ 1 ขอรับเงินจากดาบตำรวจชาคริตแล้วให้นายวงษาไปนำเมทแอมเฟตามีน 100 เม็ด มาส่งมอบให้แก่ดาบตำรวจชาคริต พันตำรวจโทสุรกิตติ์กับพวกจึงเข้าจับกุมจำเลยที่ 2 กับพวก ดังนี้ การที่จำเลยที่ 2 กับพวกเป็นผู้เจรจาซื้อขายเมทแอมเฟตามีนของกลางกับดาบตำรวจชาคริต โดยสอบถามจำนวนและกำหนดราคากันก่อน จากนั้นจำเลยที่ 2 พาดาบตำรวจชาคริตกับสายลับไปพบนายวงษาและจำเลยที่ 1 เพื่อชำระเงินและรับเมทแอมเฟตามีนของกลาง แสดงให้เห็นได้ว่าจำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกับจำเลยที่ 1 และนายวงษาแบ่งหน้าที่กันทำในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้เจรจาซื้อขายและจำเลยที่ 1 กับนายวงษาเป็นผู้รับเงินและส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลาง อันมีลักษณะเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิด มิใช่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่การจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พิศล พิรุณ-พันวะสา บัวทอง-นวลน้อย ผลทวี) ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายสมพร เกิดทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายสุรศักดิ์ ตันโสรัจประเสริฐ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3566/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
498560
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี",
        "judge": "นายสมพร เกิดทรัพย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายสุรศักดิ์ ตันโสรัจประเสริฐ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081998085"
    }
}
date
2553
deka_no
1637/2553
deka_running_no
1637
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "พิศล พิรุณ",
    "พันวะสา บัวทอง",
    "นวลน้อย ผลทวี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 83",
            "ม. 86"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 66 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางลำยอง เพชรหับ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 83, 91

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีใหม่และจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1

จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3, 83 จำคุก 5 ปี ชั้นจับกุมจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 หรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง พันตำรวจโทพยุงศักดิ์ พันตำรวจโทสุรกิตติ์และดาบตำรวจชาคริตวางแผนล่อซื้อยาเสพติดให้โทษจากนายวงษา นางเกษร นางลำยองและจำเลยที่ 2 แล้วจำเลยที่ 2 พาดาบตำรวจชาคริตและสายลับไปที่บ้านของนายวงษา พบนายวงษาและจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 บอกนายวงษาและจำเลยที่ 1 ว่า ดาบตำรวจชาคริตเป็นผู้มาซื้อเมทแอมเฟตามีนจำนวน 100 เม็ด จำเลยที่ 1 ขอรับเงินจากดาบตำรวจชาคริตแล้วให้นายวงษาไปนำเมทแอมเฟตามีน 100 เม็ด มาส่งมอบให้แก่ดาบตำรวจชาคริต พันตำรวจโทสุรกิตติ์กับพวกจึงเข้าจับกุมจำเลยที่ 2 กับพวก ดังนี้ การที่จำเลยที่ 2 กับพวกเป็นผู้เจรจาซื้อขายเมทแอมเฟตามีนของกลางกับดาบตำรวจชาคริต โดยสอบถามจำนวนและกำหนดราคากันก่อน จากนั้นจำเลยที่ 2 พาดาบตำรวจชาคริตกับสายลับไปพบนายวงษาและจำเลยที่ 1 เพื่อชำระเงินและรับเมทแอมเฟตามีนของกลาง แสดงให้เห็นได้ว่าจำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกับจำเลยที่ 1 และนายวงษาแบ่งหน้าที่กันทำในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้เจรจาซื้อขายและจำเลยที่ 1 กับนายวงษาเป็นผู้รับเงินและส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลาง อันมีลักษณะเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิด มิใช่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่การจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000518.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3566/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553