คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5347/2551 ฉบับเต็ม

#498565
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5347/2551 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายชิงชัย รอดชนะ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 311 ตารางท้าย 5 ท้าย ป.วิ.พ. โจทก์เป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินในบัญชีออมทรัพย์เลขที่ 325-2-14xxx-x เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีหนังสือแจ้งอายัดไปยัดไปยังธนาคาร ก. ตามที่โจทก์แถลงขอและธนาคาร ก. ได้รับหนังสือแจ้งอายัดแล้ว กรณีจึงต้องถือว่าได้มีการอายัดไว้โดยชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 311 แล้ว เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการอายัดเนื่องจากบัญชีออมทรัพย์เลขที่ดังกล่าวมิใช่เป็นบัญชีของจำเลย โจทก์ผู้ขอให้อายัดจึงมีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอายัดแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายตามตาราง 5 ข้อ 4 ท้าย ป.วิ.พ. การที่ปรากฏในภายหลังว่าบัญชีออมทรัพย์ที่ขออายัดนั้นไม่ใช่ของจำเลย และธนาคารมีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบภายหลังที่ได้รับหนังสืออายัดแล้ว โจทก์จะยกมาเป็นข้ออ้างให้พ้นความรับผิดในค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีหาได้ไม่ กรณีจึงไม่มีเหตุให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำร้องของโจทก์ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,622,257.54 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,800,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 6 พฤษภาคม 2537) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดทรัพย์จำนองตามฟ้องออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน แต่จำเลยไม่ชำระโจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งอายัดเงินฝากของจำเลยไปยังธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) ต่อมาธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) มีหนังสือแจ้งมายังเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า จำเลยมิใช่ลูกค้าของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) และเลขที่บัญชีไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงถอนการอายัดและแจ้งให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมถอนการอายัดจำนวน 46,992.51 บาท โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องถือได้ว่ามีการอายัดไว้โดยชอบแล้วเมื่อถอนการอายัดจึงต้องเสียค่าธรรมเนียมตามตาราง 5 ข้อ 4 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง การที่ปรากฏว่าเงินฝากที่อายัดนั้นเป็นคนละบัญชีกัน โจทก์จะยกมาเป็นข้ออ้างให้พ้นความรับผิดในค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีหาได้ไม่ จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียนในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า ภายหลังจากศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาโจทก์ได้แถลงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งอายัดไปยังธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) เพื่ออายัดเงินในบัญชีออมทรัพย์เลขที่ 325-2-14xxx-x เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีหนังสือแจ้งอายัดไปตามที่โจทก์แถลงขอ ต่อมาธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) มีหนังสือแจ้งมายังพนักงานบังคับคดีว่า จำเลยมิใช่ลูกค้าที่สาขาดังกล่าว และเลขบัญชีที่แจ้งไปก็ไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงถอนการอายัดและแจ้งให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมถอนการอายัดดังกล่าว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ต้องรับผิดชำระค่าธรรมเนียมถอนการอายัดจำนวน 46,992.51 บาท หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยไม่ได้เป็นลูกค้าของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) การแจ้งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่มีผลเป็นการอายัดตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชำระค่าธรรมเนียมถอนการอายัด เห็นว่า คดีนี้โจทก์เป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินในบัญชีออมทรัพย์เลขที่ 325-2-14xxx-x เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีหนังสือแจ้งอายัดไปยังธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) ตามที่โจทก์แถลงขอและธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาดังกล่าวได้รับหนังสือแจ้งอายัดแล้ว กรณีจึงต้องถือว่าได้มีการอายัดไว้โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 311แล้ว เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการอายัดเนื่องจากบัญชีออมทรัพย์เลขที่ดังกล่าวมิใช่เป็นบัญชีของจำเลยโจทก์ผู้ขอให้อายัดจึงมีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอายัดแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายตามตาราง 5 ข้อ 4 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง การที่ปรากฏในภายหลังว่าบัญชีออมทรัพย์ที่ขออายัดนั้นไม่ใช่ของจำเลย และธนาคารมีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบภายหลังที่ได้รับหนังสืออายัดแล้ว โจทก์จะยกมาเป็นข้ออ้างให้พ้นความรับผิดในค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีหาได้ไม่กรณีจึงไม่มีเหตุให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำร้องของโจทก์ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของโจทก์นั้นชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (มนตรี ยอดปัญญา-ดิเรก อิงคนินันท์-วีระพล ตั้งสุวรรณ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ โดยหลักการแล้ว เมื่อมีการให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์สินแล้วไม่มีการขายหรือการจำหน่าย ผู้ขอให้ทำการยึดหรืออายัดก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี แม้ว่าผู้ขอจะไม่ได้รับประโยชน์จากการยึดหรืออายัดก็ตาม (ฎีกาที่ 21/2525) เพราะได้มีการดำเนินการยึดหรืออายัดตามคำขอแล้ว การขายหรือจำหน่ายเป็นกรณีที่เพิ่มเข้ามาและจะทำให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมแบบไหนคือ ยึดแล้วมีการจำหน่ายหรือไม่ จุดสำคัญจึงอยู่ที่ว่ามีการยึดหรืออายัดแล้วหรือไม่เท่านั้น กรณีตามฎีกานี้ตามคำร้องของโจทก์อ้างว่า จำเลยมีบัญชีเงินฝากที่ธนาคารจริง แต่โจทก์พิมพ์เลขบัญชีในส่วนของรหัสสาขาธนาคารผิดพลาด ธนาคารสาขาจึงตรวจสอบไม่พบบัญชีของจำเลย และปฎิเสธที่จะอายัดเงินตามคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี ถือว่ายังไม่มีการอายัดเงินตามกฎหมาย ซึ่งกรณีเป็นที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าขั้นตอนของการดำเนินการอายัดในกรณีนี้คือ โจทก์เป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินในบัญชี เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งอายัดไปยังธนาคารแล้วธนาคารได้รับหนังสือ จุดนี้จึงฟังได้ว่า มีการอายัดตามคำขอของโจทก์แล้ว โจทก์จึงต้องรับผิดในค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี รูปเรื่องอาจสรุปได้ว่า ต้องดูว่ามีการดำเนินการอายัดหรือยัง หากดำเนินการอายัดแล้ว แต่ไม่ได้ผลสมดังการอายัดก็ยังต้องรับผิดค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี ไม่ใช่ไม่ต้องรับผิด สุพิศ ปราณีตพลกรัง
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
498565
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082008791"
    }
}
date
2551
deka_no
5347/2551
deka_running_no
5347
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "ดิเรก อิงคนินันท์",
    "วีระพล ตั้งสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 311 ตารางท้าย 5 ท้าย ป.วิ.พ."
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชิงชัย รอดชนะ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,622,257.54 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,800,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 6 พฤษภาคม 2537) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดทรัพย์จำนองตามฟ้องออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน แต่จำเลยไม่ชำระโจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งอายัดเงินฝากของจำเลยไปยังธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) ต่อมาธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) มีหนังสือแจ้งมายังเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า จำเลยมิใช่ลูกค้าของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) และเลขที่บัญชีไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงถอนการอายัดและแจ้งให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมถอนการอายัดจำนวน 46,992.51 บาท

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องถือได้ว่ามีการอายัดไว้โดยชอบแล้วเมื่อถอนการอายัดจึงต้องเสียค่าธรรมเนียมตามตาราง 5 ข้อ 4 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง การที่ปรากฏว่าเงินฝากที่อายัดนั้นเป็นคนละบัญชีกัน โจทก์จะยกมาเป็นข้ออ้างให้พ้นความรับผิดในค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีหาได้ไม่ จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียนในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า ภายหลังจากศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาโจทก์ได้แถลงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งอายัดไปยังธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) เพื่ออายัดเงินในบัญชีออมทรัพย์เลขที่ 325-2-14xxx-x เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีหนังสือแจ้งอายัดไปตามที่โจทก์แถลงขอ ต่อมาธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) มีหนังสือแจ้งมายังพนักงานบังคับคดีว่า จำเลยมิใช่ลูกค้าที่สาขาดังกล่าว และเลขบัญชีที่แจ้งไปก็ไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงถอนการอายัดและแจ้งให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมถอนการอายัดดังกล่าว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ต้องรับผิดชำระค่าธรรมเนียมถอนการอายัดจำนวน 46,992.51 บาท หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยไม่ได้เป็นลูกค้าของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) การแจ้งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่มีผลเป็นการอายัดตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชำระค่าธรรมเนียมถอนการอายัด เห็นว่า คดีนี้โจทก์เป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินในบัญชีออมทรัพย์เลขที่ 325-2-14xxx-x เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีหนังสือแจ้งอายัดไปยังธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำโรง (ศูนย์การค้าปู่เจ้าสมิงพราย) ตามที่โจทก์แถลงขอและธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาดังกล่าวได้รับหนังสือแจ้งอายัดแล้ว กรณีจึงต้องถือว่าได้มีการอายัดไว้โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 311แล้ว เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการอายัดเนื่องจากบัญชีออมทรัพย์เลขที่ดังกล่าวมิใช่เป็นบัญชีของจำเลยโจทก์ผู้ขอให้อายัดจึงมีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอายัดแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายตามตาราง 5 ข้อ 4 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง การที่ปรากฏในภายหลังว่าบัญชีออมทรัพย์ที่ขออายัดนั้นไม่ใช่ของจำเลย และธนาคารมีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบภายหลังที่ได้รับหนังสืออายัดแล้ว โจทก์จะยกมาเป็นข้ออ้างให้พ้นความรับผิดในค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีหาได้ไม่กรณีจึงไม่มีเหตุให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำร้องของโจทก์ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของโจทก์นั้นชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
โดยหลักการแล้ว เมื่อมีการให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์สินแล้วไม่มีการขายหรือการจำหน่าย ผู้ขอให้ทำการยึดหรืออายัดก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี แม้ว่าผู้ขอจะไม่ได้รับประโยชน์จากการยึดหรืออายัดก็ตาม (ฎีกาที่ 21/2525) เพราะได้มีการดำเนินการยึดหรืออายัดตามคำขอแล้ว การขายหรือจำหน่ายเป็นกรณีที่เพิ่มเข้ามาและจะทำให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมแบบไหนคือ ยึดแล้วมีการจำหน่ายหรือไม่ จุดสำคัญจึงอยู่ที่ว่ามีการยึดหรืออายัดแล้วหรือไม่เท่านั้น กรณีตามฎีกานี้ตามคำร้องของโจทก์อ้างว่า จำเลยมีบัญชีเงินฝากที่ธนาคารจริง แต่โจทก์พิมพ์เลขบัญชีในส่วนของรหัสสาขาธนาคารผิดพลาด ธนาคารสาขาจึงตรวจสอบไม่พบบัญชีของจำเลย และปฎิเสธที่จะอายัดเงินตามคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี ถือว่ายังไม่มีการอายัดเงินตามกฎหมาย ซึ่งกรณีเป็นที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าขั้นตอนของการดำเนินการอายัดในกรณีนี้คือ โจทก์เป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินในบัญชี เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งอายัดไปยังธนาคารแล้วธนาคารได้รับหนังสือ จุดนี้จึงฟังได้ว่า มีการอายัดตามคำขอของโจทก์แล้ว โจทก์จึงต้องรับผิดในค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี รูปเรื่องอาจสรุปได้ว่า ต้องดูว่ามีการดำเนินการอายัดหรือยัง หากดำเนินการอายัดแล้ว แต่ไม่ได้ผลสมดังการอายัดก็ยังต้องรับผิดค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี ไม่ใช่ไม่ต้องรับผิด สุพิศ ปราณีตพลกรัง
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000612.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551