คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5350/2551 ฉบับเต็ม

#498574
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5350/2551 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โจทก์ นางสุกันต์ ทองนวด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 143 โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้เงินกู้ในชั้นพิจารณาก็ปรากฏตามสัญญาจำนองว่าเป็นการจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกัน แต่ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์คงปรากฏแต่เพียงว่าขอให้ยึดทรัพย์จำนอง ที่ดินและ "สร้าง" ออกขายทอดตลาดเมื่อทรัพย์จำนองได้แก่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โจทก์ย่อมยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ได้ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า หากไม่ชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 67333 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบ โดยไม่ระบุให้ยึดสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาดด้วย จึงเป็นกรณีคำพิพากษาศาลชั้นต้นมีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อยเนื่องมาจากการพิมพ์คำขอท้ายฟ้องผิดพลาดและมิได้มีการอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาดังกล่าว จึงมีเหตุสมควรที่จะแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ถูกต้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1546/2548 หมายเลขแดงที่ 141/2549 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 303,596.58 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 278,974.36 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 67333 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท คำขออื่นให้ยก โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขคำพิพากษาที่พิมพ์ตกไปในส่วนที่ให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดว่ารวมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินจำนองด้วย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ไม่ได้ระบุถึงสิ่งปลูกสร้าง คำพิพากษาชอบแล้ว ไม่แก้ไขให้ ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า มีเหตุที่จะแก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการยึดทรัพย์จำนองที่ไม่ระบุให้ยึดสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาดหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้และบังคับจำนองโดยคำฟ้องในส่วนของการจำนองเพื่อประกันการกู้ยืมได้บรรยายไว้ว่า เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ที่จำเลยทั้งสองมีต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินตามโฉนดเลขที่ 67333 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินแปลงดังกล่าวที่มีอยู่แล้วในวันทำสัญญาหรือที่จะมีขึ้นต่อไปภายหน้าแก่โจทก์ไว้เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี โดยมีข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองว่าหากโจทก์บังคับจำนองได้เงินมาไม่พอชำระหนี้ จำเลยยอมรับผิดชำระเงินส่วนที่ขาดจนครบถ้วนและตามหนังสือสัญญาจำนองก็ระบุว่า จำเลยทั้งสองได้นำที่ดินแปลงดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างจดทะเบียนจำนองแก่โจทก์ อีกทั้งในคำขอท้ายฟ้องโจทก์ก็ได้มีคำขอให้ยึดทรัพย์ที่จำนองตามฟ้องออกขายทอดตลาด โดยในคำขอท้ายฟ้องหลังข้อความ "จังหวัดเพชรบูรณ์" มีคำว่า "สร้าง" ปรากฏอยู่ น่าเชื่อว่าเกิดจากความพลั้งเผลอในการพิมพ์ข้อความว่า "พร้อมสิ่งปลูกสร้าง" ขาดตกผิดพลาดไปบางส่วน จึงเป็นเหตุให้ปรากฏเพียงคำว่า "สร้าง" ในคำขอท้ายฟ้องแทนซึ่งเมื่อทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองนำมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกันการชำระหนี้ ได้แก่ โฉนดที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน และจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ได้ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดที่ 67333 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบโดยไม่ระบุให้ยึดสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาดด้วยจึงเป็นกรณีคำพิพากษาศาลชั้นต้นมีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อยเนื่องมาจากการพิมพ์คำขอท้ายฟ้องผิดพลาดและมิได้มีการอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาดังกล่าวจึงมีเหตุสมควรที่จะแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับว่า ให้แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขดำที่ 1546/2548 หมายเลขแดงที่ 141/2549 ส่วนที่ว่า "หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 67333 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้" เป็นว่า "หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 67333 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์" นอกจากนี้ให้เป็นไปตามข้อความเดิมค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์-รัตน กองแก้ว-ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
498574
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082008788"
    }
}
date
2551
deka_no
5350/2551
deka_running_no
5350
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์",
    "รัตน กองแก้ว",
    "ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 143"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารอาคารสงเคราะห์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสุกันต์ ทองนวด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1546/2548 หมายเลขแดงที่ 141/2549 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 303,596.58 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 278,974.36 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 67333 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท คำขออื่นให้ยก

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขคำพิพากษาที่พิมพ์ตกไปในส่วนที่ให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดว่ารวมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินจำนองด้วย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ไม่ได้ระบุถึงสิ่งปลูกสร้าง คำพิพากษาชอบแล้ว ไม่แก้ไขให้ ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า มีเหตุที่จะแก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการยึดทรัพย์จำนองที่ไม่ระบุให้ยึดสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาดหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้และบังคับจำนองโดยคำฟ้องในส่วนของการจำนองเพื่อประกันการกู้ยืมได้บรรยายไว้ว่า เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ที่จำเลยทั้งสองมีต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินตามโฉนดเลขที่ 67333 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินแปลงดังกล่าวที่มีอยู่แล้วในวันทำสัญญาหรือที่จะมีขึ้นต่อไปภายหน้าแก่โจทก์ไว้เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี โดยมีข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองว่าหากโจทก์บังคับจำนองได้เงินมาไม่พอชำระหนี้ จำเลยยอมรับผิดชำระเงินส่วนที่ขาดจนครบถ้วนและตามหนังสือสัญญาจำนองก็ระบุว่า จำเลยทั้งสองได้นำที่ดินแปลงดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างจดทะเบียนจำนองแก่โจทก์ อีกทั้งในคำขอท้ายฟ้องโจทก์ก็ได้มีคำขอให้ยึดทรัพย์ที่จำนองตามฟ้องออกขายทอดตลาด โดยในคำขอท้ายฟ้องหลังข้อความ "จังหวัดเพชรบูรณ์" มีคำว่า "สร้าง" ปรากฏอยู่ น่าเชื่อว่าเกิดจากความพลั้งเผลอในการพิมพ์ข้อความว่า "พร้อมสิ่งปลูกสร้าง" ขาดตกผิดพลาดไปบางส่วน จึงเป็นเหตุให้ปรากฏเพียงคำว่า "สร้าง" ในคำขอท้ายฟ้องแทนซึ่งเมื่อทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองนำมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกันการชำระหนี้ ได้แก่ โฉนดที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน และจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ได้ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดที่ 67333 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบโดยไม่ระบุให้ยึดสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาดด้วยจึงเป็นกรณีคำพิพากษาศาลชั้นต้นมีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อยเนื่องมาจากการพิมพ์คำขอท้ายฟ้องผิดพลาดและมิได้มีการอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาดังกล่าวจึงมีเหตุสมควรที่จะแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษากลับว่า ให้แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขดำที่ 1546/2548 หมายเลขแดงที่ 141/2549 ส่วนที่ว่า "หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 67333 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้" เป็นว่า "หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 67333 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์" นอกจากนี้ให้เป็นไปตามข้อความเดิมค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000612.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551