คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2546 ฉบับเต็ม

#49858
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2546 นายสุวรรณ ยืนยง โจทก์ นางสุชีราภรณ์ สิทธิศาสตร์ ผู้ร้อง นายชัยพร ธุวานนท์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 48 ผู้ร้องได้รับแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้จัดการกิจการของโรงเรียน ท. เป็นกรณีที่ศาลสั่งให้ทำการอย่างหนึ่งอย่างใดไปพลางก่อนตามที่จำเป็น เพื่อจัดการทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 48 วรรคหนึ่ง หาใช่กรณีที่ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 48 วรรคสอง อันจะทำให้ผู้ร้องมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไม่ แม้ในเหตุฉุกเฉินผู้ร้องก็ไม่อาจจะก้าวล่วงไปจัดการในกิจการอื่นของจำเลยได้ ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีที่จำเลยถูกฟ้องใหม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าจ้างก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนเทคโนโลยีระยองเฉลิมพระเกียรติและอาคารเพิ่มเติมที่ค้างชำระเป็นเงิน4,178,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 4,178,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นบุตรจำเลย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2542 จำเลยไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยมิได้ตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไว้ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราจึงตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการกิจการโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราแทนจำเลยไปพลางก่อน จนกระทั่งวันที่ 30 สิงหาคม 2543 ผู้ร้องจึงรู้ว่าจำเลยถูกฟ้องจำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่โดยให้ผู้ร้องดำเนินการแทนจำเลยผู้ไม่อยู่ โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราเท่านั้น หาใช่จัดการทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยรวมทั้งโรงเรียนเทคโนโลยีระยองเฉลิมพระเกียรติด้วยไม่ การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องในคดีนี้จึงเป็นการทำการเกินกว่าหน้าที่ที่ศาลแต่งตั้ง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2542จำเลยไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครรู้แน่ว่าจำเลยยังมีชีวิตอยู่หรือไม่และมิได้ตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไว้ ต่อมาวันที่ 14 มีนาคม 2543 ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรามีคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 335/2543 ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่โดยก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2543 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ในคดีนี้แก่โจทก์คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีอำนาจที่จะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ได้หรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอจัดการกิจการโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราแทนจำเลยผู้ไม่อยู่ชั่วคราว จนกว่าจำเลยจะกลับมา และผู้ร้องได้รับแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้จัดการกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราก็ย่อมมีความหมายอยู่ในตัวแล้วว่า ผู้ร้องมีอำนาจจัดการแต่เฉพาะในกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา อันเป็นกรณีที่ศาลสั่งให้ทำการอย่างหนึ่งอย่างใดไปพลางก่อนตามที่จำเป็นเพื่อจัดการทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 48 วรรคหนึ่ง หาใช่กรณีที่ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 48 วรรคสอง อันจะทำให้ผู้ร้องมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไม่ แม้ในเหตุฉุกเฉินผู้ร้องก็ไม่อาจจะก้าวล่วงไปจัดการในกิจการอื่นของจำเลยได้ ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจที่จะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วิบูลย์ มีอาสา-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
49858
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082046994"
    }
}
date
2546
deka_no
1112/2546
deka_running_no
1112
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "วิบูลย์ มีอาสา",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 48"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุวรรณ ยืนยง"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสุชีราภรณ์ สิทธิศาสตร์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชัยพร ธุวานนท์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าจ้างก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนเทคโนโลยีระยองเฉลิมพระเกียรติและอาคารเพิ่มเติมที่ค้างชำระเป็นเงิน4,178,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 4,178,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นบุตรจำเลย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2542 จำเลยไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยมิได้ตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไว้ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราจึงตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการกิจการโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราแทนจำเลยไปพลางก่อน จนกระทั่งวันที่ 30 สิงหาคม 2543 ผู้ร้องจึงรู้ว่าจำเลยถูกฟ้องจำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่โดยให้ผู้ร้องดำเนินการแทนจำเลยผู้ไม่อยู่

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราเท่านั้น หาใช่จัดการทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยรวมทั้งโรงเรียนเทคโนโลยีระยองเฉลิมพระเกียรติด้วยไม่ การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องในคดีนี้จึงเป็นการทำการเกินกว่าหน้าที่ที่ศาลแต่งตั้ง ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2542จำเลยไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครรู้แน่ว่าจำเลยยังมีชีวิตอยู่หรือไม่และมิได้ตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไว้ ต่อมาวันที่ 14 มีนาคม 2543 ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรามีคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 335/2543 ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่โดยก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2543 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ในคดีนี้แก่โจทก์คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีอำนาจที่จะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ได้หรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอจัดการกิจการโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราแทนจำเลยผู้ไม่อยู่ชั่วคราว จนกว่าจำเลยจะกลับมา และผู้ร้องได้รับแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้จัดการกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราก็ย่อมมีความหมายอยู่ในตัวแล้วว่า ผู้ร้องมีอำนาจจัดการแต่เฉพาะในกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา อันเป็นกรณีที่ศาลสั่งให้ทำการอย่างหนึ่งอย่างใดไปพลางก่อนตามที่จำเป็นเพื่อจัดการทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 48 วรรคหนึ่ง หาใช่กรณีที่ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 48 วรรคสอง อันจะทำให้ผู้ร้องมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไม่ แม้ในเหตุฉุกเฉินผู้ร้องก็ไม่อาจจะก้าวล่วงไปจัดการในกิจการอื่นของจำเลยได้ ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจที่จะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000958.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546