คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5558/2551 ฉบับเต็ม

#498621
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5558/2551 นางหนูบางหรือกฤตยา แท่งทอง โจทก์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำเลย พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 30 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1), มาตรา 21 (2), มาตรา 21 (3), มาตรา 21 (4), มาตรา 21 (5) พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยฯ (มาตรา 30 บัญญัติไว้แต่เพียงว่าให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนตามความเป็นธรรมแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินโดยมิได้บัญญัติรายละเอียดของหลักเกณฑ์ที่จะให้นำมาใช้คำนึงในการกำหนดและจ่ายเงินค่าทดแทนอย่างเป็นธรรมเช่นที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) แต่เนื่องจาก พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่จะจ่ายเงินค่าทดแทนที่เป็นธรรมแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินและทรัพย์สินอื่น ดังนั้น การที่จะพิจารณากำหนดเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินตามความเป็นธรรมตาม พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยฯ มาตรา 30 ก็ควรคำนึงถึงหลักเกณฑ์ทำนองเดียวกันที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยฯ มาตรา 30 ทวิ วรรคสาม บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลวินิจฉัยให้ชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้นับแต่วันที่ต้องมีการจ่ายเงิน วางหรือฝากเงินค่าทดแทนนั้น" เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีหนังสือลงวันที่ 13 กันยายน 2542 แจ้งให้โจทก์ไปรับเงินค่าทดแทนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ระบุให้ไปรับวันใด แต่ได้ความว่าจำเลยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2542 วันดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นวันที่จำเลยวางหรือฝากเงินค่าทดแทนโจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยสำหรับเงินค่าทดแทนส่วนที่เพิ่มขึ้นนับแต่วันที่ 13 กันยายน 2542 เป็นต้นไป ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าทดแทนที่จำเลยก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าผ่านที่ดินโจทก์เพิ่มอีก 241,708.75 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประจำธนาคารออมสินของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 13 กันยายน 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์เหมาะสมและเป็นธรรมแล้ว ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ 1 ปี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 42,890.62 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 13 กันยายน 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์ควรได้รับค่าทดแทนการใช้ที่ดินเพิ่มขึ้นจากที่จำเลยกำหนดขึ้นอีกหรือไม่ เพียงใดโจทก์ฎีกาโดยสรุปว่าโจทก์ซื้อที่ดินแปลงนี้มาเมื่อปี 2533 ในราคา 300,000 บาท เพื่อใช้ปลูกสร้างอาคารบ้านพักตากอากาศ เมื่อที่ดินถูกสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านและปักเสาไฟฟ้าแรงสูงลงในที่ดิน 1 ต้น ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ตามที่ต้องการและจำเลยกำหนดให้ที่ดินของโจทก์เป็นประเภทที่นา เงินค่าทดแทนที่จำเลยกำหนดให้แก่โจทก์จึงไม่เป็นธรรม ทั้งที่ที่ดินของโจทก์อยู่ติดลำห้วยฮ่องฮอซึ่งมีโครงการพัฒนาลำห้วยฮ่องฮอตั้งแต่ปี 2536 เพื่อทำเป็นแหล่งเก็บน้ำและแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดซึ่งทำให้ที่ดินของโจทก์มีราคาสูงขึ้น ที่ดินของผู้อื่นซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกับที่ดินของโจทก์คือที่ดินของนางปรัชดาซื้อมาเมื่อปี 2538 ในราคาไร่ละ 200,000 บาท นำไปจำนองต่อธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขานครพนมเมื่อปี 2539 ในราคาจำนองเฉลี่ยไร่ละ 150,000 บาท การที่คณะกรรมการกำหนดค่าทดแทนกำหนดราคาที่ดินของโจทก์เพียงไร่ละ 150,000 บาท จึงไม่เป็นธรรมเพราะไม่นำราคาที่ดินข้างเคียงมาพิจารณาประกอบในการกำหนดค่าทดแทน เห็นว่า พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 30 บัญญัติไว้แต่เพียงว่าให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนตามความเป็นธรรมแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน โดยมิได้บัญญัติรายละเอียดของหลักเกณฑ์ที่จะให้นำมาใช้คำนึงในการกำหนดและจ่ายเงินค่าทดแทนอย่างเป็นธรรมเช่นที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) แต่เนื่องจากพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่จะจ่ายเงินค่าทดแทนที่เป็นธรรมแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินและทรัพย์สินอื่น ดังนั้น การที่จะพิจารณากำหนดเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินตามความเป็นธรรมตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 30 ก็ควรคำนึงถึงหลักเกณฑ์ทำนองเดียวกับที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) กรณีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) คือ วันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน อันเป็นวันเริ่มต้นของการกำหนดแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนมีผลใช้บังคับ เมื่อเทียบกันกับกรณีในคดีนี้ วันอันเป็นฐานที่ตั้งในการพิจารณาราคาของอสังหาริมทรัพย์และสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในแนวเขตดินสายส่งไฟฟ้าคือวันที่ประกาศกำหนดเขตสำรวจทั่วไปเพื่อเลือกแนวหรือที่ตั้งระบบไฟฟ้าในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 28 (2) (ข) แห่งพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 ซึ่งจำเลยได้ประกาศเรื่อง กำหนดเขตสำรวจสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 กิโลโวลต์ตัดตอนจากสายส่ง 230 กิโลโวลต์ สกลนคร 2 เสาไฟฟ้าข้ามแม่น้ำโขงบนฝั่งประเทศไทยที่จังหวัดนครพนม วงจรที่ 1 ไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยนครพนม ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2541 ดังนั้น วันที่จะพิจารณาถึงราคาอสังหาริมทรัพย์และสภาพและที่ตั้งของที่ดินของโจทก์ซึ่งอยู่ในแนวเขตสำรวจสายส่งไฟฟ้านี้คือวันที่ 4 สิงหาคม 2541... มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อสุดท้ายว่า โจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราเท่าใด เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี อันเป็นอัตราคงที่นับแต่วันที่ 13 กันยายน 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นั้น ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 30 ทวิ วรรคสาม ที่บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลวินิจฉัยให้ชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิผู้อื่นได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในจำนวนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้นับแต่วันที่ต้องมีการจ่ายเงิน วางหรือฝากเงินค่าทดแทนนั้น" เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยมีหนังสือลงวันที่ 13 กันยายน 2542 แจ้งให้โจทก์ไปรับเงินค่าทดแทนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ระบุให้ไปรับเงินในวันใด แต่ได้ความว่าจำเลยโอนเงินค่าทดแทนเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2542 วันดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นวันที่จำเลยวางหรือฝากเงินค่าทดแทน โจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยสำหรับเงินค่าทดแทนส่วนที่เพิ่มขึ้นนับแต่วันที่ 13 กันยายน 2542 เป็นต้นไป ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินเพิ่มแก่โจทก์จำนวน 42,890.62 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 13 กันยายน 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วิเชียร มงคล-รัตน กองแก้ว-สิทธิชัย พรหมศร) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
498621
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082008667"
    }
}
date
2551
deka_no
5558/2551
deka_running_no
5558
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "วิเชียร มงคล",
    "รัตน กองแก้ว",
    "สิทธิชัย พรหมศร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511",
        "sections": [
            "ม. 30"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530",
        "sections": [
            "ม. 21 วรรคหนึ่ง (1)",
            "ม. 21 (2)",
            "ม. 21 (3)",
            "ม. 21 (4)",
            "ม. 21 (5)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางหนูบางหรือกฤตยา แท่งทอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าทดแทนที่จำเลยก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าผ่านที่ดินโจทก์เพิ่มอีก 241,708.75 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประจำธนาคารออมสินของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 13 กันยายน 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์เหมาะสมและเป็นธรรมแล้ว ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ 1 ปี ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 42,890.62 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 13 กันยายน 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์ควรได้รับค่าทดแทนการใช้ที่ดินเพิ่มขึ้นจากที่จำเลยกำหนดขึ้นอีกหรือไม่ เพียงใดโจทก์ฎีกาโดยสรุปว่าโจทก์ซื้อที่ดินแปลงนี้มาเมื่อปี 2533 ในราคา 300,000 บาท เพื่อใช้ปลูกสร้างอาคารบ้านพักตากอากาศ เมื่อที่ดินถูกสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านและปักเสาไฟฟ้าแรงสูงลงในที่ดิน 1 ต้น ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ตามที่ต้องการและจำเลยกำหนดให้ที่ดินของโจทก์เป็นประเภทที่นา เงินค่าทดแทนที่จำเลยกำหนดให้แก่โจทก์จึงไม่เป็นธรรม ทั้งที่ที่ดินของโจทก์อยู่ติดลำห้วยฮ่องฮอซึ่งมีโครงการพัฒนาลำห้วยฮ่องฮอตั้งแต่ปี 2536 เพื่อทำเป็นแหล่งเก็บน้ำและแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดซึ่งทำให้ที่ดินของโจทก์มีราคาสูงขึ้น ที่ดินของผู้อื่นซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกับที่ดินของโจทก์คือที่ดินของนางปรัชดาซื้อมาเมื่อปี 2538 ในราคาไร่ละ 200,000 บาท นำไปจำนองต่อธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขานครพนมเมื่อปี 2539 ในราคาจำนองเฉลี่ยไร่ละ 150,000 บาท การที่คณะกรรมการกำหนดค่าทดแทนกำหนดราคาที่ดินของโจทก์เพียงไร่ละ 150,000 บาท จึงไม่เป็นธรรมเพราะไม่นำราคาที่ดินข้างเคียงมาพิจารณาประกอบในการกำหนดค่าทดแทน เห็นว่า พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 30 บัญญัติไว้แต่เพียงว่าให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนตามความเป็นธรรมแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน โดยมิได้บัญญัติรายละเอียดของหลักเกณฑ์ที่จะให้นำมาใช้คำนึงในการกำหนดและจ่ายเงินค่าทดแทนอย่างเป็นธรรมเช่นที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) แต่เนื่องจากพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่จะจ่ายเงินค่าทดแทนที่เป็นธรรมแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินและทรัพย์สินอื่น ดังนั้น การที่จะพิจารณากำหนดเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินตามความเป็นธรรมตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 30 ก็ควรคำนึงถึงหลักเกณฑ์ทำนองเดียวกับที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) กรณีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) คือ วันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน อันเป็นวันเริ่มต้นของการกำหนดแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนมีผลใช้บังคับ เมื่อเทียบกันกับกรณีในคดีนี้ วันอันเป็นฐานที่ตั้งในการพิจารณาราคาของอสังหาริมทรัพย์และสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในแนวเขตดินสายส่งไฟฟ้าคือวันที่ประกาศกำหนดเขตสำรวจทั่วไปเพื่อเลือกแนวหรือที่ตั้งระบบไฟฟ้าในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 28 (2) (ข) แห่งพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 ซึ่งจำเลยได้ประกาศเรื่อง กำหนดเขตสำรวจสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 กิโลโวลต์ตัดตอนจากสายส่ง 230 กิโลโวลต์ สกลนคร 2 เสาไฟฟ้าข้ามแม่น้ำโขงบนฝั่งประเทศไทยที่จังหวัดนครพนม วงจรที่ 1 ไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยนครพนม ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2541 ดังนั้น วันที่จะพิจารณาถึงราคาอสังหาริมทรัพย์และสภาพและที่ตั้งของที่ดินของโจทก์ซึ่งอยู่ในแนวเขตสำรวจสายส่งไฟฟ้านี้คือวันที่ 4 สิงหาคม 2541...

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อสุดท้ายว่า โจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราเท่าใด เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี อันเป็นอัตราคงที่นับแต่วันที่ 13 กันยายน 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นั้น ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 30 ทวิ วรรคสาม ที่บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลวินิจฉัยให้ชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิผู้อื่นได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในจำนวนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้นับแต่วันที่ต้องมีการจ่ายเงิน วางหรือฝากเงินค่าทดแทนนั้น" เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยมีหนังสือลงวันที่ 13 กันยายน 2542 แจ้งให้โจทก์ไปรับเงินค่าทดแทนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ระบุให้ไปรับเงินในวันใด แต่ได้ความว่าจำเลยโอนเงินค่าทดแทนเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2542 วันดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นวันที่จำเลยวางหรือฝากเงินค่าทดแทน โจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยสำหรับเงินค่าทดแทนส่วนที่เพิ่มขึ้นนับแต่วันที่ 13 กันยายน 2542 เป็นต้นไป ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินเพิ่มแก่โจทก์จำนวน 42,890.62 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 13 กันยายน 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000611.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551