คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6101/2551 ฉบับเต็ม

#498625
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6101/2551 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพไบเออร์ โจทก์ บริษัทซิตี้พรอพ แอนด์ แลนด์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 926 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 1 ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่จำเลยที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 3 ได้จำนำตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวแก่บริษัทเงินทุนทรัพย์ ส. เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ส. ผู้รับจำนำ จึงมีฐานะเสมือนเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3 ผู้จำนำ ดังนั้น แม้จะได้ความว่าจำเลยที่ 3 สลักหลังตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว แต่ก็ต้องถือว่าเป็นการสลักหลังเพื่อจำนำ การที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ส. ผู้รับจำนำสลักหลังโอนตั๋วสัญญาใช้เงินต่อไปจึงมีผลเท่ากับเป็นการสลักหลังของตัวแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 926 วรรคหนึ่ง ผู้รับสลักหลังมีสิทธิเท่ากับผู้รับจำนำ โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับสลักหลังมาจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ส. จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 3 รับผิดชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน คงมีสิทธิเพียงไล่เบี้ยเอาจากจำเลยที่ 1 ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเท่านั้น ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 2,098,356.16 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาตและมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 98,356.16 บาท กับให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่าโจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่วน่บริษัทเงินทุนธนสยามจำกัด (มหาชน) มีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่จำเลยที่ 3 หรือตามคำสั่ง ต่อมาจำเลยที่ 3 ได้จำนำตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวแก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สยามซิตี้ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ และต่อมามีการสลักหลังโอนให้แก่โจทก์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 เป็นประการแรกว่า นายเจิดพันธุ์มีอำนาจดำเนินคดีนี้แทนโจทก์หรือไม่... เห็นว่า แม้นายเจิดพันธุ์จะไม่ได้รู้เห็นในขณะที่โจทก์มอบอำนาจให้บริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์แต่เมื่อพิจารณาหนังสือมอบอำนาจพบว่าในช่องผู้มอบอำนาจมีข้อความระบุไว้ว่าโจทก์โดยนางอโนมา นางมารยาท และนายวิชาญเป็นผู้มอบอำนาจ ซึ่งนางอโนมา นางมารยาทและนายวิชาญนั้นได้ความจากสัญญาแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพระหว่างโจทก์กับบริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) ว่าเป็นกรรมการของโจทก์ทั้งเมื่อพิจารณาลายมือชื่อที่ลงไว้ในช่องผู้มอบอำนาจดังกล่าว ก็พบว่าคล้ายกับตัวอย่างลายมือชื่อของนางอโนมาและนางมารยาทที่ลงไว้ในสัญญาแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในส่วนลายมือชื่อที่เขียนด้วยหมึกสีดำในหนังสือมอบอำนาจแม้จะแตกต่างกับตัวอย่างลายมือชื่อในสัญญาแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ตาม แต่นายวิชาญซึ่งเป็นกรรมการของโจทก์อีกคนหนึ่งก็ได้มาเบิกความยืนยันว่าลายมือชื่อในช่องผู้มอบอำนาจ ซึ่งเขียนด้วยหมึกสีดำเป็นลายมือชื่อของตน จากข้อเท็จจริงที่โจทก์นำมาสืบดังกล่าวจึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า โจทก์โดยนางอโนมา นางมารยาทและนายวิชาญ เป็นกรรมการของโจทก์และทั้งสามได้ลงลายมือชื่อมอบอำนาจให้บริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์และให้มีอำนาจแต่งตั้งตัวแทนช่วงได้ตามที่ปรากฏในหนังสือมอบอำนาจ สำหรับการแต่งตั้งตัวแทนช่วง นั้น นายเจิดพันธุ์ซึ่งเป็นตัวแทนช่วงก็เบิกความยืนยันว่า บริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) แต่งตั้งให้ตนเองเป็นตัวแทนช่วงดำเนินคดีนี้แทนโดยมีหนังสือมอบอำนาจมาสนับสนุน ทั้งเมื่อพิจารณาหนังสือมอบอำนาจก็ปรากฏว่ามีนายสามชัย และนายประเสริฐ ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) ร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท ตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบดังกล่าวมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า บริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) โดยนายสามชัยและนายประเสริฐ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทดังกล่าวได้แต่งตั้งให้นายเจิดพันธุ์เป็นตัวแทนช่วงดำเนินคดีนี้แทน นายเจิดพันธุ์จึงมีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์ได้ส่วนที่จำเลยที่ 3 ให้การและฎีกาในทำนองว่า ลายมือชื่อที่ลงไว้ในหนังสือมอบอำนาจทั้งสองฉบับ ในช่องผู้มอบอำนาจไม่ใช่ลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์และบริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอมนั้น ก็เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีข้อเท็จจริงใดมาสนับสนุน จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ฎีกาของจำเลยที่ 3 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 เป็นประการต่อไปว่า จำเลยที่ 3 ต้องรับผิดชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินหรือไม่ จำเลยที่ 3 ฎีกาในทำนองว่าจำเลยที่ 3 จำนำตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นประกันหนี้และได้ลงลายมือชื่อด้านหลังตั๋วสัญญาใช้เงิน เพื่อรับเงินมิใช่เป็นการสลักหลังโอนตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวแต่อย่างใดบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สยามซิตี้ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้รับจำนำจึงไม่มีสิทธิสลักหลังโอนตั๋วสัญญาใช้เงินต่อไป เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้จำนำตั๋วสัญญาใช้เงินแก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สยามซิตี้ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สยามซิตี้ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้รับจำนำ จึงมีฐานะเสมือนเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3 ผู้จำนำ ดังนั้นแม้จะได้ความว่าจำเลยที่ 3 สลักหลังตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว แต่ก็ต้องถือว่าเป็นการสลักหลังเพื่อจำนำ การที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สยามซิตี้ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้รับจำนำสลักหลังโอนตั๋วสัญญาใช้เงินต่อไปจึงมีผลเท่ากับเป็นการสลักหลังของตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 926 วรรคหนึ่ง ผู้รับสลักหลังมีสิทธิเท่ากับผู้รับจำนำ โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับสลักหลังมาจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สยามซิตี้ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 3 รับผิดชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน คงมีสิทธิเพียงไล่เบี้ยเอาจากจำเลยที่ 1 ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเท่านั้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วยนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 3 ในข้อนี้ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ (มนตรี ยอดปัญญา-เรวัตร อิศราภรณ์-ประทีป เฉลิมภัทรกุล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
498625
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082008231"
    }
}
date
2551
deka_no
6101/2551
deka_running_no
6101
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 926 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กองทุนสำรองเลี้ยงชีพไบเออร์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทซิตี้พรอพ แอนด์ แลนด์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 2,098,356.16 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาตและมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 98,356.16 บาท กับให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่าโจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่วน่บริษัทเงินทุนธนสยามจำกัด (มหาชน) มีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่จำเลยที่ 3 หรือตามคำสั่ง ต่อมาจำเลยที่ 3 ได้จำนำตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวแก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สยามซิตี้ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ และต่อมามีการสลักหลังโอนให้แก่โจทก์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 เป็นประการแรกว่า นายเจิดพันธุ์มีอำนาจดำเนินคดีนี้แทนโจทก์หรือไม่... เห็นว่า แม้นายเจิดพันธุ์จะไม่ได้รู้เห็นในขณะที่โจทก์มอบอำนาจให้บริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์แต่เมื่อพิจารณาหนังสือมอบอำนาจพบว่าในช่องผู้มอบอำนาจมีข้อความระบุไว้ว่าโจทก์โดยนางอโนมา นางมารยาท และนายวิชาญเป็นผู้มอบอำนาจ ซึ่งนางอโนมา นางมารยาทและนายวิชาญนั้นได้ความจากสัญญาแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพระหว่างโจทก์กับบริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) ว่าเป็นกรรมการของโจทก์ทั้งเมื่อพิจารณาลายมือชื่อที่ลงไว้ในช่องผู้มอบอำนาจดังกล่าว ก็พบว่าคล้ายกับตัวอย่างลายมือชื่อของนางอโนมาและนางมารยาทที่ลงไว้ในสัญญาแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในส่วนลายมือชื่อที่เขียนด้วยหมึกสีดำในหนังสือมอบอำนาจแม้จะแตกต่างกับตัวอย่างลายมือชื่อในสัญญาแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ตาม แต่นายวิชาญซึ่งเป็นกรรมการของโจทก์อีกคนหนึ่งก็ได้มาเบิกความยืนยันว่าลายมือชื่อในช่องผู้มอบอำนาจ ซึ่งเขียนด้วยหมึกสีดำเป็นลายมือชื่อของตน จากข้อเท็จจริงที่โจทก์นำมาสืบดังกล่าวจึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า โจทก์โดยนางอโนมา นางมารยาทและนายวิชาญ เป็นกรรมการของโจทก์และทั้งสามได้ลงลายมือชื่อมอบอำนาจให้บริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์และให้มีอำนาจแต่งตั้งตัวแทนช่วงได้ตามที่ปรากฏในหนังสือมอบอำนาจ สำหรับการแต่งตั้งตัวแทนช่วง นั้น นายเจิดพันธุ์ซึ่งเป็นตัวแทนช่วงก็เบิกความยืนยันว่า บริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) แต่งตั้งให้ตนเองเป็นตัวแทนช่วงดำเนินคดีนี้แทนโดยมีหนังสือมอบอำนาจมาสนับสนุน ทั้งเมื่อพิจารณาหนังสือมอบอำนาจก็ปรากฏว่ามีนายสามชัย และนายประเสริฐ ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) ร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท ตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบดังกล่าวมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า บริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) โดยนายสามชัยและนายประเสริฐ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทดังกล่าวได้แต่งตั้งให้นายเจิดพันธุ์เป็นตัวแทนช่วงดำเนินคดีนี้แทน นายเจิดพันธุ์จึงมีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์ได้ส่วนที่จำเลยที่ 3 ให้การและฎีกาในทำนองว่า ลายมือชื่อที่ลงไว้ในหนังสือมอบอำนาจทั้งสองฉบับ ในช่องผู้มอบอำนาจไม่ใช่ลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์และบริษัทเงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอมนั้น ก็เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีข้อเท็จจริงใดมาสนับสนุน จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ฎีกาของจำเลยที่ 3 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 เป็นประการต่อไปว่า จำเลยที่ 3 ต้องรับผิดชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินหรือไม่ จำเลยที่ 3 ฎีกาในทำนองว่าจำเลยที่ 3 จำนำตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นประกันหนี้และได้ลงลายมือชื่อด้านหลังตั๋วสัญญาใช้เงิน เพื่อรับเงินมิใช่เป็นการสลักหลังโอนตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวแต่อย่างใดบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สยามซิตี้ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้รับจำนำจึงไม่มีสิทธิสลักหลังโอนตั๋วสัญญาใช้เงินต่อไป เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้จำนำตั๋วสัญญาใช้เงินแก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สยามซิตี้ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สยามซิตี้ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้รับจำนำ จึงมีฐานะเสมือนเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3 ผู้จำนำ ดังนั้นแม้จะได้ความว่าจำเลยที่ 3 สลักหลังตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว แต่ก็ต้องถือว่าเป็นการสลักหลังเพื่อจำนำ การที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สยามซิตี้ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้รับจำนำสลักหลังโอนตั๋วสัญญาใช้เงินต่อไปจึงมีผลเท่ากับเป็นการสลักหลังของตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 926 วรรคหนึ่ง ผู้รับสลักหลังมีสิทธิเท่ากับผู้รับจำนำ โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับสลักหลังมาจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สยามซิตี้ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 3 รับผิดชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน คงมีสิทธิเพียงไล่เบี้ยเอาจากจำเลยที่ 1 ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเท่านั้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วยนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 3 ในข้อนี้ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000607.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551