คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1705/2546 ฉบับเต็ม

#49886
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1705/2546 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาง สุนิตา ทิพย์อาสน์ จำเลย ป.อ. มาตรา 1 (9), มาตรา 265, มาตรา 268 การที่จำเลยนำแบบพิมพ์ใบคำขอถอนเงินของธนาคารมากรอกข้อความพร้อมกับลงลายมือชื่อปลอมของ ก. ในช่องผู้ขอถอนเงินและช่องผู้รับเงิน แล้วนำไปยื่นต่อพนักงานของธนาคารดังกล่าว ซึ่งหลงเชื่อว่าเป็นใบคำขอถอนเงินที่แท้จริงจึงจ่ายเงินให้จำเลยไปนั้น ใบคำขอถอนเงินจึงเป็นหลักฐานแสดงว่า ก. ได้ขอถอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์ของตน ย่อมเป็นเอกสารอันก่อให้เกิดสิทธิในการรับเงินจากธนาคาร เอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(9) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265และฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 265 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 265และ 268 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265และ 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 265 ฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยจำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม จึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามมาตรา 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 265 ตามมาตรา 268 วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 2 ปี เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมจำคุก 4 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายว่า ใบคำขอถอนเงินธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาคลองตัน ที่จำเลยนำไปยื่นต่อธนาคารดังกล่าวเป็นเอกสารสิทธิ ซึ่งทำให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมหรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้นำแบบพิมพ์ใบคำขอถอนเงินธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาคลองตัน มาทำเครื่องหมายขีดขวางที่ช่องประเภทบัญชีออมทรัพย์ เขียนชื่อกชกร บุญมาตุ่น ในช่องชื่อบัญชี เขียนข้อความระบุสาขา เลขที่บัญชี จำนวนเงินและลงลายมือชื่อปลอมของนางสาวกชกร ในช่องผู้ขอถอนเงินและช่องผู้รับเงิน แล้วนำใบคำขอถอนเงินไปยื่นต่อพนักงานของธนาคารดังกล่าวซึ่งหลงเชื่อว่าเป็นใบคำขอถอนเงินที่แท้จริงจึงจ่ายเงินให้จำเลยไป ดังนี้ การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง และก่อให้เกิดความเสียหายแก่นางสาวกชกร ธนาคาร และพนักงานของธนาคารรวมทั้งนางสาวลักคณาและนางสาวนฤมลแล้ว จึงเป็นการปลอมเอกสารสิทธิปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมทั้งสองฉบับ ไม่ใช่เป็นเพียงการปลอมเอกสารธรรมดาดังที่จำเลยฎีกา เพราะใบคำขอถอนเงินเป็นหลักฐานแสดงว่านางสาวกชกรได้ขอถอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์ของตน ย่อมเป็นเอกสารอันก่อให้เกิดสิทธิในการรับเงินจากธนาคารเอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(9) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265และฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 265 ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ดีแม้จำเลยฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายก็ตาม แต่ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 2 ปี นั้น หนักเกินไปศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดี" พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมจำคุก 2 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (ชวลิต ยอดเณร-กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-ประเสริฐ เขียนนิลศิริ) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
49886
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082046315"
    }
}
date
2546
deka_no
1705/2546
deka_running_no
1705
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 1 (9)",
            "ม. 265",
            "ม. 268"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง สุนิตา ทิพย์อาสน์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 265และ 268 ริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265และ 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 265 ฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยจำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม จึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามมาตรา 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 265 ตามมาตรา 268 วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 2 ปี เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมจำคุก 4 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายว่า ใบคำขอถอนเงินธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาคลองตัน ที่จำเลยนำไปยื่นต่อธนาคารดังกล่าวเป็นเอกสารสิทธิ ซึ่งทำให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมหรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้นำแบบพิมพ์ใบคำขอถอนเงินธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาคลองตัน มาทำเครื่องหมายขีดขวางที่ช่องประเภทบัญชีออมทรัพย์ เขียนชื่อกชกร บุญมาตุ่น ในช่องชื่อบัญชี เขียนข้อความระบุสาขา เลขที่บัญชี จำนวนเงินและลงลายมือชื่อปลอมของนางสาวกชกร ในช่องผู้ขอถอนเงินและช่องผู้รับเงิน แล้วนำใบคำขอถอนเงินไปยื่นต่อพนักงานของธนาคารดังกล่าวซึ่งหลงเชื่อว่าเป็นใบคำขอถอนเงินที่แท้จริงจึงจ่ายเงินให้จำเลยไป ดังนี้ การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง และก่อให้เกิดความเสียหายแก่นางสาวกชกร ธนาคาร และพนักงานของธนาคารรวมทั้งนางสาวลักคณาและนางสาวนฤมลแล้ว จึงเป็นการปลอมเอกสารสิทธิปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมทั้งสองฉบับ ไม่ใช่เป็นเพียงการปลอมเอกสารธรรมดาดังที่จำเลยฎีกา เพราะใบคำขอถอนเงินเป็นหลักฐานแสดงว่านางสาวกชกรได้ขอถอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์ของตน ย่อมเป็นเอกสารอันก่อให้เกิดสิทธิในการรับเงินจากธนาคารเอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(9) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265และฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 265 ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ดีแม้จำเลยฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายก็ตาม แต่ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 2 ปี นั้น หนักเกินไปศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดี"

พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมจำคุก 2 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000952.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546