คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2627/2546 ฉบับเต็ม

#49895
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2627/2546 นาง จินตนา แซ่ปัง โจทก์ นาย นพดล ตรัยเสาวภาคย์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 174, มาตรา 223, มาตรา 229 ศาลจังหวัดสมุทรปราการสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย โดยให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์ภายใน 7 วัน หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 15 วัน คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นการกำหนดให้จำเลยเป็นผู้ส่งสำเนาอุทธรณ์ ปรากฏว่าโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลจังหวัดสมุทรปราการจึงมีหนังสือแจ้งให้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้สั่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการส่งสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์ ต่อมาศาลแพ่งกรุงเทพใต้แจ้งผลการส่งหมายมาที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการว่าส่งให้ไม่ได้ ศาลจังหวัดสมุทรปราการสั่งว่ารอจำเลยแถลง ดังนี้ เป็นกรณีที่จำเลยมิได้เป็นผู้นำส่งแต่เป็นการส่งหมายข้ามเขตที่ศาลเป็นผู้ส่งเอง เมื่อศาลจังหวัดสมุทรปราการมิได้แจ้งผลการส่งหมายให้จำเลยทราบจำเลยย่อมไม่มีทางทราบถึงผลการส่งหมายดังกล่าว การที่จำเลยมิได้ยื่นคำแถลงให้ดำเนินการต่อไป จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) อันจะถือเป็นการทิ้งฟ้องแต่อย่างใด ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความจำนวน 648,912 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน633,085 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง จำเลยยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย ให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ภายใน 7 วันหากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 15 วัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นที่โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตรายงานว่านำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์แล้ว แต่ส่งไม่ได้ปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ซึ่งแนบท้ายหนังสือศาลชั้นต้นที่โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตลงวันที่ 7 ธันวาคม 2542 ว่า ส่งให้โจทก์ไม่ได้เพราะหาที่อยู่ไม่พบ ศาลชั้นต้นสั่งว่ารอจำเลยแถลง แต่จำเลยก็ไม่ได้แถลงเข้ามาภายในกำหนด ศาลชั้นต้นสั่งให้รวบรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่าจำเลยทิ้งอุทธรณ์ ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นคือศาลจังหวัดสมุทรปราการสั่งรับอุทธรณ์จำเลยให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ภายใน 7 วัน หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 15 วันตามคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นการกำหนดให้จำเลยเป็นผู้นำส่งสำเนาอุทธรณ์แต่ปรากฏว่าคดีนี้โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลจังหวัดสมุทรปราการจึงมีหนังสือแจ้งให้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ให้สั่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ ต่อมาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้แจ้งผลการส่งหมายมายังศาลจังหวัดสมุทรปราการว่าส่งให้ไม่ได้ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ได้สั่งว่ารอจำเลยแถลง ดังนี้ จึงเป็นการแสดงว่าจำเลยมิได้เป็นผู้นำส่ง หากแต่เป็นการส่งหมายข้ามเขตศาลซึ่งศาลเป็นผู้ส่งเองเมื่อศาลจังหวัดสมุทรปราการมิได้แจ้งผลการส่งหมายดังกล่าวให้จำเลยทราบ จำเลยย่อมไม่มีทางทราบถึงผลการส่งหมายดังกล่าว การที่จำเลยมิได้ยื่นคำแถลงให้ดำเนินการต่อไป จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยไม่ได้ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น" พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการแจ้งผลการส่งหมายนัดและสำเนาฟ้องอุทธรณ์แก่โจทก์ให้จำเลยทราบแล้วดำเนินการต่อไป (พีรพล จันทร์สว่าง-สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์-สมชัย จึงประเสริฐ) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
49895
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082045858"
    }
}
date
2546
deka_no
2627/2546
deka_running_no
2627
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "พีรพล จันทร์สว่าง",
    "สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์",
    "สมชัย จึงประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 174",
            "ม. 223",
            "ม. 229"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง จินตนา แซ่ปัง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย นพดล ตรัยเสาวภาคย์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความจำนวน 648,912 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน633,085 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง จำเลยยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย ให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ภายใน 7 วันหากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 15 วัน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นที่โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตรายงานว่านำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์แล้ว แต่ส่งไม่ได้ปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ซึ่งแนบท้ายหนังสือศาลชั้นต้นที่โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตลงวันที่ 7 ธันวาคม 2542 ว่า ส่งให้โจทก์ไม่ได้เพราะหาที่อยู่ไม่พบ ศาลชั้นต้นสั่งว่ารอจำเลยแถลง แต่จำเลยก็ไม่ได้แถลงเข้ามาภายในกำหนด ศาลชั้นต้นสั่งให้รวบรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อพิจารณาสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่าจำเลยทิ้งอุทธรณ์ ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 1

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นคือศาลจังหวัดสมุทรปราการสั่งรับอุทธรณ์จำเลยให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ภายใน 7 วัน หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 15 วันตามคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นการกำหนดให้จำเลยเป็นผู้นำส่งสำเนาอุทธรณ์แต่ปรากฏว่าคดีนี้โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลจังหวัดสมุทรปราการจึงมีหนังสือแจ้งให้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ให้สั่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ ต่อมาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้แจ้งผลการส่งหมายมายังศาลจังหวัดสมุทรปราการว่าส่งให้ไม่ได้ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ได้สั่งว่ารอจำเลยแถลง ดังนี้ จึงเป็นการแสดงว่าจำเลยมิได้เป็นผู้นำส่ง หากแต่เป็นการส่งหมายข้ามเขตศาลซึ่งศาลเป็นผู้ส่งเองเมื่อศาลจังหวัดสมุทรปราการมิได้แจ้งผลการส่งหมายดังกล่าวให้จำเลยทราบ จำเลยย่อมไม่มีทางทราบถึงผลการส่งหมายดังกล่าว การที่จำเลยมิได้ยื่นคำแถลงให้ดำเนินการต่อไป จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยไม่ได้ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น"

พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการแจ้งผลการส่งหมายนัดและสำเนาฟ้องอุทธรณ์แก่โจทก์ให้จำเลยทราบแล้วดำเนินการต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000948.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546