คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9890/2552 ฉบับเต็ม

#498989
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9890/2552 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายพิรุณ ศรีนวล จำเลย ป.อ. มาตรา 279, มาตรา 285 จำเลยเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ในสายชั้นเรียนให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยใช้ผู้เสียหายให้นำผ้าไปซักในห้องน้ำเกิดเหตุ เป็นที่เห็นได้ว่าขณะนั้นผู้เสียหายเป็นศิษย์อยู่ในความดูแลของจำเลย ทั้งต้องเชื่อฟังจำเลยด้วย เมื่อจำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายในขณะนั้น จำเลยจึงต้องมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคแรก ประกอบมาตรา 285 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279, 285 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก ประกอบมาตรา 285 จำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายอายุ 11 ปีเศษ เรียนอยู่ที่โรงเรียนเทศบาลวัดดอกเงินซึ่งจำเลยเป็นครูสอนอยู่วันเกิดเหตุ ขณะผู้เสียหายกำลังซักผ้าอยู่ในห้องน้ำของโรงเรียน จำเลยเข้าไปห้องน้ำเดียวกัน แล้วผู้เสียหายวิ่งออกจากห้องน้ำในเวลาต่อมา ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกมีว่า จำเลยกระทำอนาจารแก่ผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า ผู้เสียหายมาเบิกความต่อศาลหลังจากที่ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นระยะเวลาห่างกันถึงปีเศษ อาจเบิกความถึงรายละเอียดสับสนไปบ้าง แต่ผู้เสียหายก็ยังให้การต่อพนักงานสอบสวนและเบิกความว่า ขณะเกิดเหตุอวัยวะเพศของจำเลยอยู่ในร่มผ้า จำเลยเองยังเบิกความรับว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยอยู่ในห้องน้ำกับผู้เสียหายสองต่อสอง เพียงแต่บ่ายเบี่ยงว่ายื่นสบู่ให้และใช้มือแตะศีรษะของผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายตื่นกลัวไปเอง ข้อนำสืบต่อสู้ของจำเลยไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากเหตุสงสัยว่าจำเลยกระทำอนาจารแก่ผู้เสียหาย ที่จำเลยอุทธรณ์ต่อไปว่า จำเลยเป็นเพียงครูมีหน้าที่สอนผู้เสียหายมิได้มีหน้าที่ดูแลผู้เสียหาย ทั้งขณะเกิดเหตุเป็นเวลาพักกลางวัน และเหตุเกิดนอกห้องเรียน จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 นั้น เห็นว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ในสายชั้นเรียนให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยใช้ผู้เสียหายให้นำผ้าไปซักในห้องน้ำเกิดเหตุ เป็นที่เห็นได้ว่าขณะนั้นผู้เสียหายซึ่งเป็นศิษย์อยู่ในความดูแลของจำเลย ทั้งต้องเชื่อฟังจำเลยด้วย เมื่อจำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายในขณะนั้น จำเลยจึงต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 ประกอบมาตรา 285 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับ 10,000 บาท อีกสถานหนึ่งให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 3 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง เป็นเวลา 3 ปี และให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (สุรศักดิ์ สุวรรณประกร-ชำนาญ รวิวรรณพงษ์-สุรพันธุ์ ละอองมณี) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายนัฐวุฒิ มหาเจริญสิริ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายชลิต กฐินะสมิต แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.139/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1876/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ685/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
498989
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายนัฐวุฒิ มหาเจริญสิริ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายชลิต กฐินะสมิต"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081999086"
    }
}
date
2552
deka_no
9890/2552
deka_running_no
9890
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "สุรศักดิ์ สุวรรณประกร",
    "ชำนาญ รวิวรรณพงษ์",
    "สุรพันธุ์ ละอองมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 279",
            "ม. 285"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพิรุณ ศรีนวล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279, 285

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก ประกอบมาตรา 285 จำคุก 2 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายอายุ 11 ปีเศษ เรียนอยู่ที่โรงเรียนเทศบาลวัดดอกเงินซึ่งจำเลยเป็นครูสอนอยู่วันเกิดเหตุ ขณะผู้เสียหายกำลังซักผ้าอยู่ในห้องน้ำของโรงเรียน จำเลยเข้าไปห้องน้ำเดียวกัน แล้วผู้เสียหายวิ่งออกจากห้องน้ำในเวลาต่อมา ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกมีว่า จำเลยกระทำอนาจารแก่ผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า ผู้เสียหายมาเบิกความต่อศาลหลังจากที่ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นระยะเวลาห่างกันถึงปีเศษ อาจเบิกความถึงรายละเอียดสับสนไปบ้าง แต่ผู้เสียหายก็ยังให้การต่อพนักงานสอบสวนและเบิกความว่า ขณะเกิดเหตุอวัยวะเพศของจำเลยอยู่ในร่มผ้า จำเลยเองยังเบิกความรับว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยอยู่ในห้องน้ำกับผู้เสียหายสองต่อสอง เพียงแต่บ่ายเบี่ยงว่ายื่นสบู่ให้และใช้มือแตะศีรษะของผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายตื่นกลัวไปเอง ข้อนำสืบต่อสู้ของจำเลยไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากเหตุสงสัยว่าจำเลยกระทำอนาจารแก่ผู้เสียหาย

ที่จำเลยอุทธรณ์ต่อไปว่า จำเลยเป็นเพียงครูมีหน้าที่สอนผู้เสียหายมิได้มีหน้าที่ดูแลผู้เสียหาย ทั้งขณะเกิดเหตุเป็นเวลาพักกลางวัน และเหตุเกิดนอกห้องเรียน จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 นั้น เห็นว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ในสายชั้นเรียนให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยใช้ผู้เสียหายให้นำผ้าไปซักในห้องน้ำเกิดเหตุ เป็นที่เห็นได้ว่าขณะนั้นผู้เสียหายซึ่งเป็นศิษย์อยู่ในความดูแลของจำเลย ทั้งต้องเชื่อฟังจำเลยด้วย เมื่อจำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายในขณะนั้น จำเลยจึงต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 ประกอบมาตรา 285

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับ 10,000 บาท อีกสถานหนึ่งให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 3 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง เป็นเวลา 3 ปี และให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1876/2544
primary_red_case_no
อ685/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000527.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.139/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552