คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3645/2546 ฉบับเต็ม

#49902
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3645/2546 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาง วราภรณ์ วรพิบูลย์ศักดิ์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 39 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 4 ปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มีว่า ผู้เสียหายมีฐานะเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) หรือไม่ แต่เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์เสียแล้ว แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยว่าผู้เสียหายมีฐานะเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายดังกล่าว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ก็ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) แล้ว หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผู้เสียหายไม่มีฐานะเป็นผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์ ศาลฎีกาก็ต้องพิพากษายกฟ้องดังนี้ ไม่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ไปในทางใดก็เป็นอันเอาผิดแก่จำเลยไม่ได้กรณีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไป ควรจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ (คำสั่งศาลฎีกา) ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยออกเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)สาขาพระราม 4 รวม 3 ฉบับ มอบให้แก่นายประวิทย์ เอี่ยมพรรัตน์ ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ค่าซื้อสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง ต่อมาเมื่อเช็คเหล่านั้นถึงกำหนดธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทุกฉบับ โดยให้เหตุผลว่า บัญชีปิดแล้ว ทั้งนี้จำเลยออกเช็คดังกล่าวเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ออกเช็คโดยในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 รวม 3 กระทง จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวมโทษจำคุก 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ผู้เสียหายมิใช่ผู้ได้รับความเสียหายและไม่เป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย ไม่อาจมอบอำนาจให้นางสาวสมจันทร์ เอี่ยมพรรัตน์ ร้องทุกข์ การสอบสวนจึงไม่ชอบ เท่ากับไม่มีการสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ผู้เสียหายมอบอำนาจให้นางสาวสมจันทร์เอี่ยมพรรัตน์ ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้เสียหายมีฐานะเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) หรือไม่ แต่เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์เสียแล้ว แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยว่าผู้เสียหายมีฐานะเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายดังกล่าว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ก็ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) แล้ว หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผู้เสียหายไม่มีฐานะเป็นผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์ ก็ต้องพิพากษายืนให้ยกฟ้อง ดังนี้ไม่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ไปในทางใดก็เป็นอันเอาผิดแก่จำเลยไม่ได้ กรณีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไป" ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ (วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์-วิบูลย์ มีอาสา) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
49902
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082045169"
    }
}
date
2546
deka_no
3645/2546
deka_running_no
3645
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์",
    "วิบูลย์ มีอาสา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 39"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง วราภรณ์ วรพิบูลย์ศักดิ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยออกเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)สาขาพระราม 4 รวม 3 ฉบับ มอบให้แก่นายประวิทย์ เอี่ยมพรรัตน์ ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ค่าซื้อสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง ต่อมาเมื่อเช็คเหล่านั้นถึงกำหนดธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทุกฉบับ โดยให้เหตุผลว่า บัญชีปิดแล้ว ทั้งนี้จำเลยออกเช็คดังกล่าวเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ออกเช็คโดยในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 รวม 3 กระทง จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวมโทษจำคุก 3 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ผู้เสียหายมิใช่ผู้ได้รับความเสียหายและไม่เป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย ไม่อาจมอบอำนาจให้นางสาวสมจันทร์ เอี่ยมพรรัตน์ ร้องทุกข์ การสอบสวนจึงไม่ชอบ เท่ากับไม่มีการสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ผู้เสียหายมอบอำนาจให้นางสาวสมจันทร์เอี่ยมพรรัตน์ ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้เสียหายมีฐานะเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) หรือไม่ แต่เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์เสียแล้ว แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยว่าผู้เสียหายมีฐานะเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายดังกล่าว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ก็ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) แล้ว หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผู้เสียหายไม่มีฐานะเป็นผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์ ก็ต้องพิพากษายืนให้ยกฟ้อง ดังนี้ไม่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ไปในทางใดก็เป็นอันเอาผิดแก่จำเลยไม่ได้ กรณีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไป"

ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000942.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546