คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6923/2551 ฉบับเต็ม

#499211
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6923/2551 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสมดีหรือวีระศักดิ์ คำทอง จำเลย ป.อ. มาตรา 58 พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 มาตรา 4 ตาม พ.ร.บ. ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษาฯ ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ว่า "ให้ล้างมลทินแก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่างๆ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2550 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่ พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับ โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีควมผิดนั้นๆ" นั้น หมายความว่าผู้ที่จะได้รับประโยชน์ตาม พ.ร.บ. นี้ ต้องเป็นผู้ที่ได้กระทำความผิดก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 โดยได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 ซึ่งเป็นวันที่ พ.ร.บ. นี้มีผลใช้บังคับ แต่สำหรับคดีก่อนทั้งสามคดีของจำเลย แม้จะได้กระทำผิดก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2550 ก็ตาม แต่ศาลก็ให้รอการลงโทษไว้ จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้ว กรณีของจำเลยไม่เข้าหลักเกณฑ์อันเป็นองค์ประกอบที่จะได้รับประโยชน์ตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว ดังนั้น เมื่อจำเลยได้มากระทำผิดในคดีนี้ภายในกำหนดเวลาที่ศาลให้รอการลงโทษไว้ จึงต้องนำโทษในคดีก่อนทั้งสามคดีมาบวกกับโทษในคดีนี้ตาม ป.อ. มาตรา 58 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2553 เวลากลางวัน จำเลยมีไว้ในครอบครองซึ่งเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 1 เม็ด น้ำหนัก 0.09 กรัม โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว เป็นของกลาง ซึ่งของกลางหมดไปในการพิสูจน์ ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกรวม 3 คดี มีกำหนดคดีละ 6 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งสามคดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคดีละ 2 ปี ปรากฏตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3738/2542 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2543 ของศาลจังหวัดนนทบุรี และคดีหมายเลขแดงที่ 2696/2543 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2543 ของศาลอาญาตามลำดับ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 67 บวกโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3738/2542 ของศาลชั้นต้น หมายเลขแดงที่ 49/2543 ของศาลจังหวัดนนทบุรี และหมายเลขแดงที่ 2696/2543 ของศาลอาญา ที่ศาลรอการลงโทษไว้เข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม) (ที่ถูก 67 (ที่แก้ไขใหม่)) จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามพระมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3738/2542 ของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 49/2543 ของศาลจังหวัดนนทบุรี และหมายเลขแดงที่ 2696/2543 ของศาลอาญา คดีละ 6 เดือน เป็นจำคุก 24 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ศาลล่างทั้งสองนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3738/2542 ของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 49/2543 ของศาลจังหวัดนนทบุรี และหมายเลขแดงที่ 2696/2543 ของศาลอาญา มาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาสรุปได้ว่า โทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนทั้งสามคดี จำเลยได้รับการล้างมลทินแล้วตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 ไปแล้ว จึงไม่อาจนำมาบอกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ได้ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ว่า "ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่างๆ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2550 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้นๆ" นั้น หมายความว่าผู้ที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นผู้ที่ได้กระทำความผิดก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 โดยได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 ซึ่งเป็นวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ แต่สำหรับคดีก่อนทั้งสามคดีของจำเลยนั้นแม้จะได้กระทำผิดก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2550 ก็ตาม แต่ศาลก็ให้รอการลงโทษไว้ จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้ว กรณีของจำเลยไม่เข้าหลักเกณฑ์อันเป็นองค์ประกอบที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ดังนั้น เมื่อจำเลยได้มากระทำผิดในคดีนี้ภายในกำหนดเวลาที่ศาลให้รอการลงโทษไว้ จึงต้องนำโทษในคดีก่อนทั้งสามคดีมาบวกกับโทษในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ที่ศาลล่างทั้งสองนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3738/2542 ของศาลชั้นต้น หมายเลขแดงที่ 49/2543 ของศาลจังหวัดนนทบุรี และหมายเลขแดงที่ 2696/2543 ของศาลอาญา มาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (มานัส เหลืองประเสริฐ-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-เกรียงศักดิ์ คงผล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
499211
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082007651"
    }
}
date
2551
deka_no
6923/2551
deka_running_no
6923
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "มานัส เหลืองประเสริฐ",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "เกรียงศักดิ์ คงผล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 58"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมดีหรือวีระศักดิ์ คำทอง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2553 เวลากลางวัน จำเลยมีไว้ในครอบครองซึ่งเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 1 เม็ด น้ำหนัก 0.09 กรัม โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว เป็นของกลาง ซึ่งของกลางหมดไปในการพิสูจน์ ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกรวม 3 คดี มีกำหนดคดีละ 6 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งสามคดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคดีละ 2 ปี ปรากฏตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3738/2542 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2543 ของศาลจังหวัดนนทบุรี และคดีหมายเลขแดงที่ 2696/2543 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2543 ของศาลอาญาตามลำดับ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 67 บวกโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3738/2542 ของศาลชั้นต้น หมายเลขแดงที่ 49/2543 ของศาลจังหวัดนนทบุรี และหมายเลขแดงที่ 2696/2543 ของศาลอาญา ที่ศาลรอการลงโทษไว้เข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม) (ที่ถูก 67 (ที่แก้ไขใหม่)) จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามพระมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3738/2542 ของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 49/2543 ของศาลจังหวัดนนทบุรี และหมายเลขแดงที่ 2696/2543 ของศาลอาญา คดีละ 6 เดือน เป็นจำคุก 24 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ศาลล่างทั้งสองนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3738/2542 ของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 49/2543 ของศาลจังหวัดนนทบุรี และหมายเลขแดงที่ 2696/2543 ของศาลอาญา มาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาสรุปได้ว่า โทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนทั้งสามคดี จำเลยได้รับการล้างมลทินแล้วตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 ไปแล้ว จึงไม่อาจนำมาบอกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ได้ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ว่า "ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่างๆ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2550 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้นๆ" นั้น หมายความว่าผู้ที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นผู้ที่ได้กระทำความผิดก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 โดยได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 ซึ่งเป็นวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ แต่สำหรับคดีก่อนทั้งสามคดีของจำเลยนั้นแม้จะได้กระทำผิดก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2550 ก็ตาม แต่ศาลก็ให้รอการลงโทษไว้ จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้ว กรณีของจำเลยไม่เข้าหลักเกณฑ์อันเป็นองค์ประกอบที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ดังนั้น เมื่อจำเลยได้มากระทำผิดในคดีนี้ภายในกำหนดเวลาที่ศาลให้รอการลงโทษไว้ จึงต้องนำโทษในคดีก่อนทั้งสามคดีมาบวกกับโทษในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ที่ศาลล่างทั้งสองนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3738/2542 ของศาลชั้นต้น หมายเลขแดงที่ 49/2543 ของศาลจังหวัดนนทบุรี และหมายเลขแดงที่ 2696/2543 ของศาลอาญา มาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000602.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551