คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2126/2553 ฉบับเต็ม

#499237
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2126/2553 นายประสิทธิ์ นวลสนิท กับพวก โจทก์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคสอง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคสอง ได้บัญญัติในกรณีที่การละเมิดที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา และกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่าก็ให้เอาอายุความที่ยาวกว่าใช้บังคับ ซึ่งหมายความว่า หากความเสียหายในมูลละเมิดที่เกิดขึ้นมีความผิดที่มีโทษตาม ป.อ. ที่เกิดขึ้นด้วย ก็ให้ใช้อายุความที่ยาวกว่า แต่ก็หมายความถึงการเรียกร้องจากผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดโดยเฉพาะ ไม่หมายความรวมถึงผู้อื่นที่มิได้ร่วมกระทำความผิดด้วย ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบห้าร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 724,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 527,000 บาท นับแต่ถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ที่ 14 และที่ 15 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 13 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 13 ออกเสียจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับในส่วนของค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ทั้งสองได้รับการยกเว้นให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 157 โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสองในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ขาดอายุความแล้วหรือไม่ โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ทั้งสองแจ้งความให้ดำเนินคดีเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจอำเภอกบินทร์บุรีซึ่งหมายถึงจำเลยที่ 2 ถึงที่ 12 ที่ 14 เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติเรื่องอายุความในมูลละเมิดไว้ว่า "สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน" ส่วนวรรคสองได้บัญญัติในกรณีที่การละเมิดที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา และกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่า ก็ให้เอาอายุความที่ยาวกว่าใช้บังคับ ซึ่งหมายความว่าหากความเสียหายในมูลละเมิดที่เกิดขึ้นมีความผิดที่มีโทษตามประมวลกฎหมายอาญาที่เกิดขึ้นด้วยก็ให้ใช้อายุความที่ยาวกว่า แต่ก็หมายความถึงการเรียกร้องจากผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมในการกระทำความผิดโดยเฉพาะ ไม่หมายความรวมถึงผู้อื่นที่มิได้ร่วมกระทำความผิดด้วย คดีนี้จำเลยที่ 1 มิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองโดยตรง แต่ต้องถูกฟ้องให้ร่วมรับผิดโดยผลของกฎหมาย จึงต้องใช้อายุความหนึ่งปี นับแต่วันที่โจทก์ทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หาใช่นับตั้งแต่คดีอาญาของนายอุดมถึงที่สุดดังที่โจทก์ทั้งสองฎีกาไม่ เพราะไม่มีกฎหมายกำหนดให้นับอายุความไว้เช่นนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ที่ 14 และที่ 15 ต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ทั้งสองขาดอายุความ โจทก์ทั้งสองมีหน้าที่นำสืบว่า คดีของโจทก์ทั้งสองไม่ขาดอายุความ แต่โจทก์ทั้งสองมิได้นำสืบว่า นับจากวันที่โจทก์ทั้งสองรู้ตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนจนถึงวันฟ้องคดี คดีของโจทก์ทั้งสองไม่ขาดอายุความเพราะเหตุใด กลับปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 26 และ 23 กันยายน 2540 ว่า เชื่อว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 15 เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงเด็กชายฉัตรชัย จนถึงแก่ความตาย ทั้งฎีกาของโจทก์ทั้งสองก็ไม่ได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองที่วินิจฉัยว่า วันที่โจทก์ทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน คือวันที่ 24 กันยายน 2540 อันเป็นวันเกิดการละเมิดนั้นไม่ถูกต้องอย่างไรเมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องคดีในวันที่ 2 มกราคม 2546 ข้อเท็จจริงจึงยังฟังมิได้ว่า โจทก์ทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่เกินหนึ่งปีนับถึงวันที่โจทก์ทั้งสองฟ้องคดี ฟ้องโจทก์ทั้งสองในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 จึงขาดอายุความ ฎีกาของโจทก์ทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน และเมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้วฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้ออื่นก็ไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ประทีป เฉลิมภัทรกุล-มนูพงศ์ รุจิกัณหะ-สมควร วิเชียรวรรณ) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายวีระศักดิ์ ไชยสุขเจริญกุล ศาลอุทธรณ์ - นายเมธา ธรรมพนิชวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
499237
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายวีระศักดิ์ ไชยสุขเจริญกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเมธา ธรรมพนิชวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081997750"
    }
}
date
2553
deka_no
2126/2553
deka_running_no
2126
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "มนูพงศ์ รุจิกัณหะ",
    "สมควร วิเชียรวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 448 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายประสิทธิ์ นวลสนิท กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบห้าร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 724,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 527,000 บาท นับแต่ถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ที่ 14 และที่ 15 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 13 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 13 ออกเสียจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับในส่วนของค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ทั้งสองได้รับการยกเว้นให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 157

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสองในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ขาดอายุความแล้วหรือไม่ โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ทั้งสองแจ้งความให้ดำเนินคดีเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจอำเภอกบินทร์บุรีซึ่งหมายถึงจำเลยที่ 2 ถึงที่ 12 ที่ 14 เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติเรื่องอายุความในมูลละเมิดไว้ว่า "สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน" ส่วนวรรคสองได้บัญญัติในกรณีที่การละเมิดที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา และกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่า ก็ให้เอาอายุความที่ยาวกว่าใช้บังคับ ซึ่งหมายความว่าหากความเสียหายในมูลละเมิดที่เกิดขึ้นมีความผิดที่มีโทษตามประมวลกฎหมายอาญาที่เกิดขึ้นด้วยก็ให้ใช้อายุความที่ยาวกว่า แต่ก็หมายความถึงการเรียกร้องจากผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมในการกระทำความผิดโดยเฉพาะ ไม่หมายความรวมถึงผู้อื่นที่มิได้ร่วมกระทำความผิดด้วย คดีนี้จำเลยที่ 1 มิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองโดยตรง แต่ต้องถูกฟ้องให้ร่วมรับผิดโดยผลของกฎหมาย จึงต้องใช้อายุความหนึ่งปี นับแต่วันที่โจทก์ทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หาใช่นับตั้งแต่คดีอาญาของนายอุดมถึงที่สุดดังที่โจทก์ทั้งสองฎีกาไม่ เพราะไม่มีกฎหมายกำหนดให้นับอายุความไว้เช่นนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ที่ 14 และที่ 15 ต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ทั้งสองขาดอายุความ โจทก์ทั้งสองมีหน้าที่นำสืบว่า คดีของโจทก์ทั้งสองไม่ขาดอายุความ แต่โจทก์ทั้งสองมิได้นำสืบว่า นับจากวันที่โจทก์ทั้งสองรู้ตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนจนถึงวันฟ้องคดี คดีของโจทก์ทั้งสองไม่ขาดอายุความเพราะเหตุใด กลับปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 26 และ 23 กันยายน 2540 ว่า เชื่อว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 15 เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงเด็กชายฉัตรชัย จนถึงแก่ความตาย ทั้งฎีกาของโจทก์ทั้งสองก็ไม่ได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองที่วินิจฉัยว่า วันที่โจทก์ทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน คือวันที่ 24 กันยายน 2540 อันเป็นวันเกิดการละเมิดนั้นไม่ถูกต้องอย่างไรเมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องคดีในวันที่ 2 มกราคม 2546 ข้อเท็จจริงจึงยังฟังมิได้ว่า โจทก์ทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่เกินหนึ่งปีนับถึงวันที่โจทก์ทั้งสองฟ้องคดี ฟ้องโจทก์ทั้งสองในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 จึงขาดอายุความ ฎีกาของโจทก์ทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน และเมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้วฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้ออื่นก็ไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000515.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553