คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4857/2553 ฉบับเต็ม

#499677
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4857/2553 นายสมเกียรติ เตียตระกูลวิวัฒน์ โดยนางสาวนฤมล เตียตระกูลวิวัฒน์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ กรมทางหลวง กับพวก จำเลย บริษัทราชสีมาชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ จำกัด จำเลยร่วม ป.พ.พ. มาตรา 420, มาตรา 1337 จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วม ร่วมกันกำหนดจุดก่อสร้างสะพานลอยพิพาท เพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจการค้าของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วม อันเป็นการใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติหรือเหตุอันควร อันเป็นละเมิดต่อโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสะพานลอยข้ามถนนดังกล่าวออกไปด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสอง และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อสะพานลอยออกไป จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทราชสีมาชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ จำกัด เข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่ความตาย นางกิมเฮียงทายาทและผู้จัดการมรดกของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และต่อมานางกิมเฮียงถึงแก่ความตาย นางสาวนฤมลทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 300,000 บาท โดยให้จำเลยที่ 1 รับผิดเพียง 1 ใน 4 ส่วน กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ 5,000 บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน แต่ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมใช้ค่าทนายความชั้นศาลชั้นต้น 3,000 บาท แทนโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่เรียกเก็บเกินมาให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วม ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมว่าการสร้างสะพานลอยพิพาทเป็นการใช้สิทธิอันเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติหรือเหตุอันควรเป็นละเมิดต่อโจทก์ตามคำพิพากษาศาลล่างหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมร่วมกันกำหนดจุดก่อสร้างสะพานลอยพิพาทเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจการค้าของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมอันเป็นการใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติหรือเหตุอันควร อันเป็นละเมิดต่อโจทก์ตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อภิรัตน์ ลัดพลี-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-ธนฤกษ์ นิติเศรณี) ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายคมกฤช กนกประดิษฐ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายตั้งใจ ศาสตร์ศศิ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ปค.1/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ23/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ17/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
499677
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครราชสีมา",
        "judge": "นายคมกฤช กนกประดิษฐ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายตั้งใจ ศาสตร์ศศิ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081996239"
    }
}
date
2553
deka_no
4857/2553
deka_running_no
4857
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "ธนฤกษ์ นิติเศรณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 420",
            "ม. 1337"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นายสมเกียรติ เตียตระกูลวิวัฒน์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "โดยนางสาวนฤมล เตียตระกูลวิวัฒน์"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมทางหลวง กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "บริษัทราชสีมาชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสะพานลอยข้ามถนนดังกล่าวออกไปด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสอง และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อสะพานลอยออกไป

จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทราชสีมาชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ จำกัด เข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่ความตาย นางกิมเฮียงทายาทและผู้จัดการมรดกของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และต่อมานางกิมเฮียงถึงแก่ความตาย นางสาวนฤมลทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 300,000 บาท โดยให้จำเลยที่ 1 รับผิดเพียง 1 ใน 4 ส่วน กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ 5,000 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน แต่ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมใช้ค่าทนายความชั้นศาลชั้นต้น 3,000 บาท แทนโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่เรียกเก็บเกินมาให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วม ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมว่าการสร้างสะพานลอยพิพาทเป็นการใช้สิทธิอันเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติหรือเหตุอันควรเป็นละเมิดต่อโจทก์ตามคำพิพากษาศาลล่างหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมร่วมกันกำหนดจุดก่อสร้างสะพานลอยพิพาทเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจการค้าของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมอันเป็นการใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติหรือเหตุอันควร อันเป็นละเมิดต่อโจทก์ตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ23/2543
primary_red_case_no
พ17/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000502.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ปค.1/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553