คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3965/2553 ฉบับเต็ม

#499700
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3965/2553 นางสาววิภาสินี ภู่ทอง โจทก์ นางสุนิสา สุวรรณจิตร จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 167 ป.อ. มาตรา 177, มาตรา 180, มาตรา 265, มาตรา 268 การรับฟังพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องกับชั้นพิจารณาแตกต่างกัน ชั้นไต่สวนมูลฟ้องเมื่อได้ข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดที่ฟ้องโดยไม่มีข้อพิรุธอันเป็นที่ประจักษ์ชัดก็ฟังได้แล้วว่า คดีมีมูลตามฟ้อง ส่วนข้อเท็จจริงที่ได้ความมาจะเป็นความจริงหรือไม่เป็นข้อที่จะต้องพิสูจน์กันอีกชั้นหนึ่งในชั้นพิจารณา ซึ่งในชั้นพิจารณาต้องฟังพยานหลักฐานจนได้ความอันสิ้นสงสัยว่าข้อเท็จจริงที่ได้มานั้นเป็นความจริง จึงจะฟังได้ว่ามีการกระทำความผิดตามฟ้อง ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอม เบิกความเท็จและแสดงเอกสารอันเป็นเท็จตามฟ้องเกิดขึ้นทันทีที่จำเลยได้กระทำการเหล่านั้น หาจำต้องรอให้คดีก่อนที่จำเลยนำหนังสือสัญญากู้เงินที่โจทก์ลงลายมือชื่อผู้กู้ยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่งให้รับผิดตามสัญญากู้ดังกล่าวมีคำพิพากษาถึงที่สุดเพื่อได้ข้อเท็จจริงที่ยุติในคดีแพ่งนั้นมาเป็นเหตุที่จะวินิจฉัยในคดีนี้ว่ามีมูลหรือไม่ เมื่อโจทก์เบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องยืนยันว่า โจทก์มิได้กู้เงินจำเลยและจำเลยกรอกข้อความในสัญญากู้ที่โจทก์ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์แล้วจำเลยนำสัญญากู้ไปฟ้องโจทก์ให้ชำระเงินตามสัญญาและจำเลยเบิกความเท็จและอ้างสัญญากู้ปลอมในการพิจารณาคดีนั้นซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดี ข้อเท็จจริงที่ได้จึงครบองค์ประกอบความผิดโดยไม่มีข้อพิรุธอันเป็นที่ประจักษ์ชัด คดีโจทก์จึงมีมูล ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 177, 180, 264, 265, 268 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีของโจทก์มีมูลหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องคดีนี้ด้วยเหตุที่ว่าคดีแพ่งยังไม่ถึงที่สุดข้อเท็จจริงยังไม่ยุตินั้น เท่ากับวินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดีว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดทั้งที่เป็นเรื่องในชั้นพิจารณาจึงเป็นการไม่ชอบ เมื่อพยานโจทก์ยืนยันการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดที่จะฟังได้ว่าคดีโจทก์มีมูลก็ชอบที่จะประทับฟ้องโจทก์นั้น เห็นว่าการรับฟังพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องกับชั้นพิจารณาแตกต่างกัน ชั้นไต่สวนมูลฟ้องเพียงแค่มีมูลความผิดตามฟ้องหรือไม่ เมื่อได้ข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบฐานความผิดที่ฟ้องโดยไม่มีข้อพิรุธอันเป็นที่ประจักษ์ชัดก็ฟังได้แล้วว่าคดีมีมูลตามฟ้อง ส่วนข้อเท็จจริงที่ได้ความมาจะเป็นความจริงหรือไม่เป็นข้อที่จะต้องพิสูจน์กันอีกชั้นหนึ่งในชั้นพิจารณา ซึ่งในชั้นพิจารณาต้องฟังพยานหลักฐานจนได้ความอันสิ้นสงสัยว่าข้อเท็จจริงที่ได้มานั้นเป็นความจริง จึงจะฟังได้ว่ามีการกระทำความผิดตามฟ้อง ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอม เบิกความเท็จและแสดงเอกสารอันเป็นเท็จตามฟ้องเกิดขึ้นทันทีที่จำเลยได้กระทำการเหล่านั้น หาจำต้องรอให้คดีก่อนที่จำเลยได้นำหนังสือสัญญากู้เงินที่โจทก์ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้จำนวน 4 ฉบับ ยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่งให้รับผิดชำระเงินตามสัญญากู้เงินดังกล่าวมีคำพิพากษาในคดีนั้นอันถึงที่สุดเพื่อได้ข้อเท็จจริงที่ยุติในคดีแพ่งนั้นแล้วมาเป็นเหตุที่จะวินิจฉัยในคดีนี้ว่ามีมูลหรือไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงในคดีแพ่งโจทก์และจำเลยยังโต้เถียงกันอยู่จึงไม่ยุติว่าสัญญากู้เงินตามฟ้องเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ คดีจึงไม่พอฟังว่ามีมูลตามฟ้องนั้นย่อมไม่ถูกต้อง เมื่อพิจารณาจากคำเบิกความของโจทก์และเอกสารที่อ้างส่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว โจทก์ได้ยืนยันว่าโจทก์มิได้กู้เงินจากจำเลยและจำเลยกรอกข้อความลงในหนังสือสัญญากู้เงินทั้ง 4 ฉบับ ที่โจทก์ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์แล้วนำหนังสือสัญญากู้เงินนั้นไปยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นให้รับผิดชำระเงินตามสัญญากู้ดังกล่าว จากนั้นจำเลยเบิกความตามคำให้การเป็นความเท็จและอ้างสัญญากู้เงินอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีนั้นซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดีที่อาจมีผลแพ้ชนะกันได้ เช่นนี้ข้อเท็จจริงที่ได้จากชั้นไต่สวนมูลฟ้องจึงครบองค์ประกอบความผิดตามฟ้องโดยไม่มีข้อพิรุธอันเป็นที่ประจักษ์ชัด คดีโจทก์จึงมีมูลตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา (วิรุฬห์ แสงเทียน-ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล-นิยุต สุภัทรพาหิรผล) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายอภิชาต รอดจากทุกข์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสันต์ เกียรติก้อง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3994/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3448/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ793/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
499700
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นายอภิชาต รอดจากทุกข์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสันต์ เกียรติก้อง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081996595"
    }
}
date
2553
deka_no
3965/2553
deka_running_no
3965
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 167"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 177",
            "ม. 180",
            "ม. 265",
            "ม. 268"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาววิภาสินี ภู่ทอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสุนิสา สุวรรณจิตร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 177, 180, 264, 265, 268

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีของโจทก์มีมูลหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องคดีนี้ด้วยเหตุที่ว่าคดีแพ่งยังไม่ถึงที่สุดข้อเท็จจริงยังไม่ยุตินั้น เท่ากับวินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดีว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดทั้งที่เป็นเรื่องในชั้นพิจารณาจึงเป็นการไม่ชอบ เมื่อพยานโจทก์ยืนยันการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดที่จะฟังได้ว่าคดีโจทก์มีมูลก็ชอบที่จะประทับฟ้องโจทก์นั้น เห็นว่าการรับฟังพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องกับชั้นพิจารณาแตกต่างกัน ชั้นไต่สวนมูลฟ้องเพียงแค่มีมูลความผิดตามฟ้องหรือไม่ เมื่อได้ข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบฐานความผิดที่ฟ้องโดยไม่มีข้อพิรุธอันเป็นที่ประจักษ์ชัดก็ฟังได้แล้วว่าคดีมีมูลตามฟ้อง ส่วนข้อเท็จจริงที่ได้ความมาจะเป็นความจริงหรือไม่เป็นข้อที่จะต้องพิสูจน์กันอีกชั้นหนึ่งในชั้นพิจารณา ซึ่งในชั้นพิจารณาต้องฟังพยานหลักฐานจนได้ความอันสิ้นสงสัยว่าข้อเท็จจริงที่ได้มานั้นเป็นความจริง จึงจะฟังได้ว่ามีการกระทำความผิดตามฟ้อง

ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอม เบิกความเท็จและแสดงเอกสารอันเป็นเท็จตามฟ้องเกิดขึ้นทันทีที่จำเลยได้กระทำการเหล่านั้น หาจำต้องรอให้คดีก่อนที่จำเลยได้นำหนังสือสัญญากู้เงินที่โจทก์ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้จำนวน 4 ฉบับ ยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่งให้รับผิดชำระเงินตามสัญญากู้เงินดังกล่าวมีคำพิพากษาในคดีนั้นอันถึงที่สุดเพื่อได้ข้อเท็จจริงที่ยุติในคดีแพ่งนั้นแล้วมาเป็นเหตุที่จะวินิจฉัยในคดีนี้ว่ามีมูลหรือไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงในคดีแพ่งโจทก์และจำเลยยังโต้เถียงกันอยู่จึงไม่ยุติว่าสัญญากู้เงินตามฟ้องเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ คดีจึงไม่พอฟังว่ามีมูลตามฟ้องนั้นย่อมไม่ถูกต้อง

เมื่อพิจารณาจากคำเบิกความของโจทก์และเอกสารที่อ้างส่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว โจทก์ได้ยืนยันว่าโจทก์มิได้กู้เงินจากจำเลยและจำเลยกรอกข้อความลงในหนังสือสัญญากู้เงินทั้ง 4 ฉบับ ที่โจทก์ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์แล้วนำหนังสือสัญญากู้เงินนั้นไปยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นให้รับผิดชำระเงินตามสัญญากู้ดังกล่าว จากนั้นจำเลยเบิกความตามคำให้การเป็นความเท็จและอ้างสัญญากู้เงินอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีนั้นซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดีที่อาจมีผลแพ้ชนะกันได้ เช่นนี้ข้อเท็จจริงที่ได้จากชั้นไต่สวนมูลฟ้องจึงครบองค์ประกอบความผิดตามฟ้องโดยไม่มีข้อพิรุธอันเป็นที่ประจักษ์ชัด คดีโจทก์จึงมีมูลตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3448/2547
primary_red_case_no
อ793/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000505.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3994/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553