คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1962/2553 ฉบับเต็ม

#499710
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1962/2553 นายเกียรติ สัตยคฤหกุล โจทก์ บริษัทน้ำตาลไทยกาญจนบุรี จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1169, มาตรา 1195 ตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 22 หมวด 4 ส่วนที่ 3 วิธีการจัดการบริษัทจำกัด มาตรา 1195 ให้สิทธิแก่กรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดอาจร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ซึ่งได้นัดเรียกหรือประชุมกันหรือลงมติฝ่าฝืนบทบัญญัติในลักษณะนี้หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทได้ ปรากฏว่าข้ออ้างที่โจทก์ยกขึ้นเป็นเหตุฟ้องคดีนี้คือ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่สัญญาตามบันทึกข้อตกลงการให้สินเชื่อและการชำระหนี้ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2532 ถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียพิเศษ มิได้เข้าร่วมประชุมและมิได้เสนอบุคคลเข้าเป็นกรรมการเกินกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงข้อ 5.3 นั้น หาใช่เหตุตามบทบัญญัติมาตรา 1195 อันก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะฟ้องเพิกถอนการประชุมตลอดทั้งมติที่ประชุมใหญ่ดังกล่าวไม่ แต่เป็นกรณีที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงที่มีต่อกัน ซึ่งหากโจทก์ได้รับความเสียหายประการใดในฐานะที่โจทก์ร่วมเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ซึ่งจำเลยที่ 1 มีต่อจำเลยที่ 2 ตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ก็ชอบที่โจทก์จะต้องพิจารณาว่าโจทก์จะมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากฝ่ายที่โจทก์เห็นว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตนได้หรือไม่ แต่โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 1 ครั้งที่ 1/2543 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2543 ที่ให้ตั้งกรรมการบริษัทโดยให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นและให้ตั้งกรรมการใหม่ โดยให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 เข้าร่วมประชุม และให้มีกรรมการที่จำเลยที่ 2 เสนอชื่อเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด กับให้เสนอตั้งโจทก์และนายเทพเป็นหนึ่งในกรรมการนั้นด้วย หากจำเลยที่ 2 ไม่เสนอชื่อกรรมการเข้าร่วมบริหารบริษัทจำเลยที่ 1 ก็ให้โจทก์พ้นภาระความรับผิดชอบในฐานะผู้ค้ำประกันหนี้ทั้งหมดของบริษัทจำเลยที่ 1 ที่มีต่อจำเลยที่ 2 และห้ามมิให้จำเลยที่ 5 ถึงที่ 9 กระทำการใดๆ เกี่ยวกับกิจการของบริษัทจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นและเคยเป็นกรรมการจำเลยที่ 1 มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยที่ 1 ครั้งที่ 1/2543 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2543 เรื่องการถอดถอนกรรมการ การกำหนดจำนวนกรรมการ การเลือกตั้งกรรมการและการแก้ไขอำนาจกรรมการของจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่สัญญาตามบันทึกข้อตกลงการให้สินเชื่อและชำระหนี้ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2532 มิได้เข้าร่วมประชุม และเสนอบุคคลเข้าเป็นกรรมการเกินกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการจำเลยที่ 1 อันเป็นการขัดต่อข้อตกลงข้อ 5.3 และโจทก์ซึ่งเป็นคู่สัญญาฝ่ายที่สาม ในฐานะผู้ค้ำประกันต้องได้รับความเสียหาย ได้หรือไม่ เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 22 หมาด 4 ส่วนที่ 3 วิธีจัดการบริษัทจำกัด มาตรา 1195 ให้สิทธิแก่กรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดอาจร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ซึ่งได้นัดเรียกหรือประชุมกันหรือลงมติฝ่าฝืนบทบัญญัติในลักษณะนี้ หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทได้ ปรากฏว่าข้ออ้างที่โจทก์ยกขึ้นเป็นเหตุฟ้องคดีนี้คือ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่สัญญาตามบันทึกข้อตกลงการให้สินเชื่อและการชำระหนี้ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2532 ถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียพิเศษ มิได้เข้าร่วมประชุมและมิได้เสนอบุคคลเข้าเป็นกรรมการเกินกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงข้อ 5.3 นั้น หาใช่เหตุตามบทบัญญัติมาตรา 1195 อันก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะฟ้องเพิกถอนการประชุมตลอดทั้งมติที่ประชุมใหญ่ดังกล่าวไม่ แต่เป็นกรณีที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงที่มีต่อกัน ซึ่งหากโจทก์ได้รับความเสียหายประการใดในฐานะที่โจทก์ร่วมเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ซึ่งจำเลยที่ 1 มีต่อจำเลยที่ 2 ตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ก็ชอบที่โจทก์จะต้องพิจารณาว่า โจทก์จะมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากฝ่ายที่โจทก์เห็นว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตนได้หรือไม่ แต่โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นฎีกาเกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 อีกต่อไป ศาลล่างทั้งสองพิพากษาคดีชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมชาย จุลนิติ์-มนตรี ยอดปัญญา-ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์) ศาลชั้นต้น - นายวรงค์พร จิระภาค ศาลอุทธรณ์ - นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
499710
courts
[
    {
        "court": "ศาลชั้นต้น",
        "judge": "นายวรงค์พร จิระภาค"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081997967"
    }
}
date
2553
deka_no
1962/2553
deka_running_no
1962
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1169",
            "ม. 1195"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเกียรติ สัตยคฤหกุล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทน้ำตาลไทยกาญจนบุรี จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 1 ครั้งที่ 1/2543 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2543 ที่ให้ตั้งกรรมการบริษัทโดยให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นและให้ตั้งกรรมการใหม่ โดยให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 เข้าร่วมประชุม และให้มีกรรมการที่จำเลยที่ 2 เสนอชื่อเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด กับให้เสนอตั้งโจทก์และนายเทพเป็นหนึ่งในกรรมการนั้นด้วย หากจำเลยที่ 2 ไม่เสนอชื่อกรรมการเข้าร่วมบริหารบริษัทจำเลยที่ 1 ก็ให้โจทก์พ้นภาระความรับผิดชอบในฐานะผู้ค้ำประกันหนี้ทั้งหมดของบริษัทจำเลยที่ 1 ที่มีต่อจำเลยที่ 2 และห้ามมิให้จำเลยที่ 5 ถึงที่ 9 กระทำการใดๆ เกี่ยวกับกิจการของบริษัทจำเลยที่ 1

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นและเคยเป็นกรรมการจำเลยที่ 1 มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยที่ 1 ครั้งที่ 1/2543 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2543 เรื่องการถอดถอนกรรมการ การกำหนดจำนวนกรรมการ การเลือกตั้งกรรมการและการแก้ไขอำนาจกรรมการของจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่สัญญาตามบันทึกข้อตกลงการให้สินเชื่อและชำระหนี้ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2532 มิได้เข้าร่วมประชุม และเสนอบุคคลเข้าเป็นกรรมการเกินกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการจำเลยที่ 1 อันเป็นการขัดต่อข้อตกลงข้อ 5.3 และโจทก์ซึ่งเป็นคู่สัญญาฝ่ายที่สาม ในฐานะผู้ค้ำประกันต้องได้รับความเสียหาย ได้หรือไม่ เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 22 หมาด 4 ส่วนที่ 3 วิธีจัดการบริษัทจำกัด มาตรา 1195 ให้สิทธิแก่กรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดอาจร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ซึ่งได้นัดเรียกหรือประชุมกันหรือลงมติฝ่าฝืนบทบัญญัติในลักษณะนี้ หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทได้ ปรากฏว่าข้ออ้างที่โจทก์ยกขึ้นเป็นเหตุฟ้องคดีนี้คือ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่สัญญาตามบันทึกข้อตกลงการให้สินเชื่อและการชำระหนี้ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2532 ถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียพิเศษ มิได้เข้าร่วมประชุมและมิได้เสนอบุคคลเข้าเป็นกรรมการเกินกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงข้อ 5.3 นั้น หาใช่เหตุตามบทบัญญัติมาตรา 1195 อันก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะฟ้องเพิกถอนการประชุมตลอดทั้งมติที่ประชุมใหญ่ดังกล่าวไม่ แต่เป็นกรณีที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงที่มีต่อกัน ซึ่งหากโจทก์ได้รับความเสียหายประการใดในฐานะที่โจทก์ร่วมเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ซึ่งจำเลยที่ 1 มีต่อจำเลยที่ 2 ตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ก็ชอบที่โจทก์จะต้องพิจารณาว่า โจทก์จะมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากฝ่ายที่โจทก์เห็นว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตนได้หรือไม่ แต่โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นฎีกาเกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 อีกต่อไป ศาลล่างทั้งสองพิพากษาคดีชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000517.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553