คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3254/2552 ฉบับเต็ม

#499712
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3254/2552 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นายมนตรี นาคพริก จำเลย ป.อ. มาตรา 352 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 39 (2) จำเลยยักยอกรถที่เช่าซื้อขณะอยู่ในความครอบครองใช้ประโยชน์ของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจึงเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยโดยตรง ดังนั้น แม้ผู้เช่าซื้อจะแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดฐานยักยอกในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้ให้เช่าซื้อก็ตาม ก็ถือได้ว่าได้ร้องทุกข์ในฐานะเป็นผู้เสียหายเองด้วยเช่นกัน ผู้เช่าซื้อย่อมมีอำนาจถอนคำร้องทุกข์ในฐานะที่เป็นผู้เสียหายด้วยคนหนึ่งได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 352 ให้จำเลยคืนรถยนต์คันที่จำเลยร่วมกันยักยอกไปให้แก่ผู้เสียหายหรือมิฉะนั้นให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 330,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 352 วรรคแรก จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้จำเลยคืนรถยนต์คันที่จำเลยร่วมกันยักยอกไปแก่ผู้เสียหาย หรือใช้ราคาแทนเป็นเงินจำนวน 330,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ระหว่างนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา นายประเวศน์ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์และขอถอนฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นางภัทราพรพวกของจำเลยยืมรถยนต์หมายเลขทะเบียน บต 873 สุโขทัย ของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อไปจากผู้เช่าซื้อ มาไว้ในครอบครองของนางภัทราพรและจำเลย แล้วร่วมกันเบียดบังไปเป็นของจำเลยและนางภัทราพรโดยทุจริต เมื่อในขณะเกิดเหตุกระทำความผิดผู้เช่าซื้อเป็นผู้มีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์รถที่เช่าซื้อ การกระทำของจำเลยกับพวกย่อมทำให้ผู้เช่าซื้อได้รับความเสียหายโดยตรง แม้ผู้เช่าซื้อจะไปแจ้งความร้องทุกข์ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายก็ตาม ก็ถือได้ว่าได้ร้องทุกข์ในฐานะที่ผู้เช่าซื้อเป็นผู้เสียหายด้วยเช่นกัน ผู้เช่าซื้อจึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้และย่อมมีอำนาจในการถอนคำร้องทุกข์ เมื่อความผิดฐานยักยอกตามฟ้องเป็นความผิดต่อส่วนตัวและยังไม่ถึงที่สุด ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ (พิทักษ์ คงจันทร์-ตรีวุฒิ สาขากร-เฉลียว พลวิเศษ) ศาลจังหวัดแพร่ - นางศิริพร ลีฬหะบำรุง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นางณณัฏฐ์ ธีราทรง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
499712
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดแพร่",
        "judge": "นางศิริพร ลีฬหะบำรุง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นางณณัฏฐ์ ธีราทรง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082003220"
    }
}
date
2552
deka_no
3254/2552
deka_running_no
3254
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "พิทักษ์ คงจันทร์",
    "ตรีวุฒิ สาขากร",
    "เฉลียว พลวิเศษ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 352"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 39 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดแพร่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมนตรี นาคพริก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 352 ให้จำเลยคืนรถยนต์คันที่จำเลยร่วมกันยักยอกไปให้แก่ผู้เสียหายหรือมิฉะนั้นให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 330,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 352 วรรคแรก จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้จำเลยคืนรถยนต์คันที่จำเลยร่วมกันยักยอกไปแก่ผู้เสียหาย หรือใช้ราคาแทนเป็นเงินจำนวน 330,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ระหว่างนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา นายประเวศน์ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์และขอถอนฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นางภัทราพรพวกของจำเลยยืมรถยนต์หมายเลขทะเบียน บต 873 สุโขทัย ของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อไปจากผู้เช่าซื้อ มาไว้ในครอบครองของนางภัทราพรและจำเลย แล้วร่วมกันเบียดบังไปเป็นของจำเลยและนางภัทราพรโดยทุจริต เมื่อในขณะเกิดเหตุกระทำความผิดผู้เช่าซื้อเป็นผู้มีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์รถที่เช่าซื้อ การกระทำของจำเลยกับพวกย่อมทำให้ผู้เช่าซื้อได้รับความเสียหายโดยตรง แม้ผู้เช่าซื้อจะไปแจ้งความร้องทุกข์ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายก็ตาม ก็ถือได้ว่าได้ร้องทุกข์ในฐานะที่ผู้เช่าซื้อเป็นผู้เสียหายด้วยเช่นกัน ผู้เช่าซื้อจึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้และย่อมมีอำนาจในการถอนคำร้องทุกข์ เมื่อความผิดฐานยักยอกตามฟ้องเป็นความผิดต่อส่วนตัวและยังไม่ถึงที่สุด ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2)

จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000563.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552