คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8002/2551 ฉบับเต็ม

#499864
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8002/2551 นายสน ทิพย์สันเทียะ โจทก์ นายวิสุทธิ์ ทิพย์สันเทียะ ในฐานะส่วนตัวและ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเป้า ทิพย์สันเทียะ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1733, มาตรา 1754 เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 มิใช่ผู้จัดการมรดกแต่เป็นผู้สืบสิทธิของทายาทและถูกฟ้องขอให้แบ่งมรดกย่อมเป็นคดีมรดก อันมีอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 มิใช่เป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกอันมีอายุความ 5 ปี นับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคสอง และข้อเท็จจริงแห่งคดีฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ไม่ได้ครอบครองที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกของ ป. ไว้แทนทายาทเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 เพื่อขอแบ่งมรดกเกินกว่า 10 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสี่ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งเก้าไปจดทะเบียนเพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1644 และ 1648 ตำบลหนองสรวง อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ฉบับลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2532 หากจำเลยทั้งเก้าไม่ไปจดทะเบียนการโอนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งเก้า ให้จำเลยทั้งเก้าส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกเพื่อมาแบ่งให้โจทก์และทายาทคนอื่นๆ ต่อไป ให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งสองแปลงให้แก่โจทก์และทายาทตามสัดส่วนแปลงแรกคนละประมาณ 5 ไร่ แปลงที่ 2 คนละประมาณ 3 งานเศษ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายเป้าและได้โอนทรัพย์มรดกให้แก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 โดยก่อนหน้านี้ได้ตกลงกันให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ครอบครองไว้แทนทายาท จำเลยที่ 1 พร้อมที่จะโอนทรัพย์มรดกของนายเป้าให้แก่โจทก์และทายาทของนายเป้า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะโจทก์ฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่โจทก์ทราบการจดทะเบียนนิติกรรมที่ดินพิพาทแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ต่อไปว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ประเด็นนี้จำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ จึงไม่มีประเด็นพิพาทนี้ในส่วนของจำเลยที่ 1 สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ปรากฏว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเป้าจัดการทำนิติกรรมโอนที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนายเป้าเจ้ามรดกให้แก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 โดยไม่ชอบ ทำให้ทายาทอื่นของนายเป้า รวมทั้งโจทก์เสียเปรียบขอให้เพิกถอนนิติกรรมและส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาทคืนแก่กองมรดกของนายเป้าเพื่อนำออกแบ่งให้โจทก์และทายาทโดยธรรมของนายเป้าต่อไปจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ให้การต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เพราะโจทก์ฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่โจทก์ทราบการจดทะเบียนนิติกรรมที่ดินพิพาท อันเป็นอายุความฟ้องในคดีมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 มิใช่ผู้จัดการมรดกแต่เป็นผู้สืบสิทธิของทายาทและถูกฟ้องขอให้แบ่งมรดก ย่อมเป็นคดีมรดก อันมีอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 มิใช่เป็นคดีเกี่ยวกับการจัดมรดก อันมีอายุความ 5 ปี นับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 วรรคสอง และข้อเท็จจริงแห่งคดีฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ไม่ได้ครอบครองที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกของนายเป้าไว้แทนทายาท เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 เพื่อขอแบ่งมรดกเกินกว่า 10 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสี่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ" (ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์-รัตน กองแก้ว-สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
499864
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082007092"
    }
}
date
2551
deka_no
8002/2551
deka_running_no
8002
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์",
    "รัตน กองแก้ว",
    "สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1733",
            "ม. 1754"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสน ทิพย์สันเทียะ"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นายวิสุทธิ์ ทิพย์สันเทียะ ในฐานะส่วนตัวและ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเป้า ทิพย์สันเทียะ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งเก้าไปจดทะเบียนเพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1644 และ 1648 ตำบลหนองสรวง อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ฉบับลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2532 หากจำเลยทั้งเก้าไม่ไปจดทะเบียนการโอนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งเก้า ให้จำเลยทั้งเก้าส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกเพื่อมาแบ่งให้โจทก์และทายาทคนอื่นๆ ต่อไป ให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งสองแปลงให้แก่โจทก์และทายาทตามสัดส่วนแปลงแรกคนละประมาณ 5 ไร่ แปลงที่ 2 คนละประมาณ 3 งานเศษ

จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายเป้าและได้โอนทรัพย์มรดกให้แก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 โดยก่อนหน้านี้ได้ตกลงกันให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ครอบครองไว้แทนทายาท จำเลยที่ 1 พร้อมที่จะโอนทรัพย์มรดกของนายเป้าให้แก่โจทก์และทายาทของนายเป้า

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะโจทก์ฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่โจทก์ทราบการจดทะเบียนนิติกรรมที่ดินพิพาทแล้วขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ต่อไปว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ประเด็นนี้จำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ จึงไม่มีประเด็นพิพาทนี้ในส่วนของจำเลยที่ 1 สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ปรากฏว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเป้าจัดการทำนิติกรรมโอนที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนายเป้าเจ้ามรดกให้แก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 โดยไม่ชอบ ทำให้ทายาทอื่นของนายเป้า รวมทั้งโจทก์เสียเปรียบขอให้เพิกถอนนิติกรรมและส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาทคืนแก่กองมรดกของนายเป้าเพื่อนำออกแบ่งให้โจทก์และทายาทโดยธรรมของนายเป้าต่อไปจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ให้การต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เพราะโจทก์ฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่โจทก์ทราบการจดทะเบียนนิติกรรมที่ดินพิพาท อันเป็นอายุความฟ้องในคดีมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 มิใช่ผู้จัดการมรดกแต่เป็นผู้สืบสิทธิของทายาทและถูกฟ้องขอให้แบ่งมรดก ย่อมเป็นคดีมรดก อันมีอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 มิใช่เป็นคดีเกี่ยวกับการจัดมรดก อันมีอายุความ 5 ปี นับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 วรรคสอง และข้อเท็จจริงแห่งคดีฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ไม่ได้ครอบครองที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกของนายเป้าไว้แทนทายาท เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 เพื่อขอแบ่งมรดกเกินกว่า 10 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสี่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ"
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000597.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551