คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2553 ฉบับเต็ม

#500126
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2553 เด็กชายอารียะ อัครขจรไชย โดยนางหรือ นางสาวพิยะดา มั่นศักดิ์ ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวก โจทก์ นางเซียวอ่วยหรือเซี่ยวอ้วยหรือเซียวอ้วย แซ่เซียว กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 86, มาตรา 353, มาตรา 354 จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายมีหน้าที่จัดการมรดกและแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายตามสิทธิที่จะพึงมีพึงได้ การที่จำเลยที่ 1 โอนหุ้นของผู้ตายให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วจำเลยที่ 3 โอนหุ้นดังกล่าวกลับมาให้จำเลยที่ 2 ซึ่งมิได้เป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดก จึงเป็นการกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต ทำให้โจทก์ทั้งสามไม่ได้รับแบ่งปันหุ้นดังกล่าว ถือว่าเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสาม แม้จะได้ความว่าบริษัทนี้มีหนี้สินค้างชำระเป็นจำนวนมากก็เป็นคนละกรณีกัน เพราะโจทก์ทั้งสามต้องรับไปทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิด การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 354 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ทั้งไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้รับมอบหมายให้จัดการหุ้นดังกล่าวของผู้ตายหรือไม่ อย่างไร คงได้ความแต่เพียงว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 รับโอนหุ้นดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และจำเลยที่ 2 รับโอนหุ้นกลับมาจากจำเลยที่ 3 เท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นการกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 1 กระทำความผิด จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตาม ป.อ. มาตรา 354 ประกอบมาตรา 86 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 352, 353 และ 354 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ให้จำคุก 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ให้จำคุกคนละ 1 ปี จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสามเป็นทายาทของผู้ตาย จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงมีหน้าที่จัดการมรดกและแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคนตามสิทธิที่จะพึงมีพึงได้ของทายาทเหล่านั้น การที่จำเลยที่ 1 โอนหุ้นของผู้ตายให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วจำเลยที่ 3 โอนหุ้นดังกล่าวกลับมาให้จำเลยที่ 2 ซึ่งมิได้เป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดก จึงเป็นการกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต ทำให้โจทก์ทั้งสามไม่ได้รับแบ่งปันหุ้นดังกล่าว ถือว่าเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสาม กระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา และการที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับโอนหุ้นของผู้ตายจากจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 1 กระทำความผิด จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดนั้น แต่การรับโอนหุ้นของผู้ตายมาเป็นของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือประโยชน์ส่วนตนแก่จำเลยทั้งสามอีกทั้งจำเลยทั้งสามเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน เหตุแห่งการกระทำความผิดจึงไม่ร้ายแรง ประกอบกับได้ความว่า จำเลยที่ 2 ดำเนินการแบ่งปันโอนหุ้นดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสามในฐานะทายาทได้รับไปตามสิทธิเรียบร้อยแล้ว ถือได้ว่าจำเลยทั้งสามได้บรรเทาผลร้ายลงไปแล้ว จึงมีเหตุสมควรรอการลงโทษให้จำเลยทั้งสาม พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ประกอบมาตรา 86 จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 8 เดือน โทษจำคุกของจำเลยทั้งสามให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. (อร่าม แย้มสอาด-อร่าม เสนามนตรี-พินิจ สายสอาด) ศาลอาญา - นายวิเชียร วชิรประทีป ศาลอุทธรณ์ - นายอธิป จิตต์สำเริง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.7374/2548 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ10048/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2656/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
500126
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายวิเชียร วชิรประทีป"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอธิป จิตต์สำเริง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081998753"
    }
}
date
2553
deka_no
532/2553
deka_running_no
532
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "อร่าม แย้มสอาด",
    "อร่าม เสนามนตรี",
    "พินิจ สายสอาด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 86",
            "ม. 353",
            "ม. 354"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "เด็กชายอารียะ อัครขจรไชย โดยนางหรือ"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวพิยะดา มั่นศักดิ์ ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวก"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางเซียวอ่วยหรือเซี่ยวอ้วยหรือเซียวอ้วย แซ่เซียว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 352, 353 และ 354

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ให้จำคุก 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ให้จำคุกคนละ 1 ปี

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสามเป็นทายาทของผู้ตาย จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงมีหน้าที่จัดการมรดกและแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคนตามสิทธิที่จะพึงมีพึงได้ของทายาทเหล่านั้น การที่จำเลยที่ 1 โอนหุ้นของผู้ตายให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วจำเลยที่ 3 โอนหุ้นดังกล่าวกลับมาให้จำเลยที่ 2 ซึ่งมิได้เป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดก จึงเป็นการกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต ทำให้โจทก์ทั้งสามไม่ได้รับแบ่งปันหุ้นดังกล่าว ถือว่าเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสาม กระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา และการที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับโอนหุ้นของผู้ตายจากจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 1 กระทำความผิด จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดนั้น แต่การรับโอนหุ้นของผู้ตายมาเป็นของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือประโยชน์ส่วนตนแก่จำเลยทั้งสามอีกทั้งจำเลยทั้งสามเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน เหตุแห่งการกระทำความผิดจึงไม่ร้ายแรง ประกอบกับได้ความว่า จำเลยที่ 2 ดำเนินการแบ่งปันโอนหุ้นดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสามในฐานะทายาทได้รับไปตามสิทธิเรียบร้อยแล้ว ถือได้ว่าจำเลยทั้งสามได้บรรเทาผลร้ายลงไปแล้ว จึงมีเหตุสมควรรอการลงโทษให้จำเลยทั้งสาม

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ประกอบมาตรา 86 จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 8 เดือน โทษจำคุกของจำเลยทั้งสามให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
opensearch_id
primary_black_case_no
อ10048/2542
primary_red_case_no
อ2656/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000524.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.7374/2548
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553