คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10505/2551 ฉบับเต็ม

#500441
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10505/2551 นางชุติมา มุสิกะพงษ์ โจทก์ นางประทวน อยู่สิงห์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 292 (2) ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจำเลยจะผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์เป็นรายงวดรวม 7 งวด ผิดนัดงวดใดถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ ตกลงชำระงวดแรกวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 แต่จำเลยนำเงินมาวางศาลชำระหนี้ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2547 ช้าไปเพียง 2 วันทำการ แต่ศาลชั้นต้นก็มิได้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ตามที่โจทก์ยื่นคำขอในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2547 และวันที่ 19 มีนาคม 2547 กรณีถือได้ว่ามีเหตุสมควรที่ศาลชั้นต้นจะงดการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 292 (2) ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจกระทำได้ เพราะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการบังคับคดีตามอำนาจแห่งดุลพินิจของศาลชั้นต้น ทั้งในงวดต่อๆ มา เดือนสิงหาคม 2547 เดือนกุมภาพันธ์ 2548 เดือนสิงหาคม 2548 เดือนกุมภาพันธ์ 2549 เดือนสิงหาคม 2549 และเดือนกุมภาพันธ์ 2550 จำเลยชำระตรงตามนัดและโจทก์ได้รับชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมระงับสิ้นไป จึงไม่มีเหตุต้องออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลย โดยจำเลยตกลงผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์จำนวน 212,812 บาท แบ่งชำระเป็นรายงวดรวม 7 งวด เริ่มต้นชำระงวดแรกในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 จำนวนเงิน 20,000 บาท หากจำเลยผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระและยอมให้โจทก์บังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนดชำระหนี้งวดแรกจำเลยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษา ต่อมาในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2547 จำเลยได้นำเงินดังกล่าวมาวางศาลเพื่อชำระหนี้โจทก์ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2547 โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยนำเงินมาวางชำระหนี้งวดแรกแล้วยกคำขอ ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2547 โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยอ้างว่าจำเลยผิดนัดตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่นำเงินมาชำระหนี้งวดแรกในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยนำเงินมาวางศาลช้าไปเพียง 2 วันทำการ จะฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาผิดนัดตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ถนัด ให้ยกคำขอ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1 ระบุว่า จำเลยตกลงผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์จำนวน 212,812 บาท โดยแบ่งชำระเป็นรายงวดรวม 7 งวด เริ่มต้นชำระงวดแรกในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 จำนวนเงิน 20,000 บาท ปรากฏว่าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 เป็นวันอาทิตย์ การที่จำเลยนำเงิน 20,000 บาท มาวางชำระหนี้โจทก์เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2547 จึงเป็นการนำเงินมาวางศาลช้าไปเพียง 2 วันทำการ นอกจากนี้ยังปรากฏว่างวดที่ 2 คืองวดวันที่ 15 สิงหาคม 2547 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2547 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 32678/2547 เลขที่ 08 งวดที่ 3 คืองวดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2548 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 37732/2548 เลขที่ 31 งวดที่ 4 คืองวดวันที่ 15 สิงหาคม 2548 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2548 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 37734/2548 เลขที่ 94 งวดที่ 5 คืองวดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 37739/2549 เลขที่ 29 งวดที่ 6 คืองวดวันที่ 15 สิงหาคม 2549 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2549 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 42061/2549 เลขที่ 52 งวดที่ 7 อันเป็นงวดสุดท้ายคืองวดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2550 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2549 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 42064/2550 เลขที่ 05 จึงเห็นได้ว่าจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วนแล้วและโจทก์ก็ได้รับเงินทั้งหมดไปจากศาลชั้นต้นแล้ว แม้ในงวดแรกจำเลยจะได้ชำระช้าไปเพียง 2 วันทำการ แต่ศาลชั้นต้นก็มิได้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ตามที่โจทก์ขอ กรณีถือได้ว่ามีเหตุอันสมควรที่ศาลชั้นต้นจะงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 (2) ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจกระทำได้เพราะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการบังคับคดีตามอำนาจแห่งดุลพินิจของศาลชั้นต้น เมื่อปรากฏต่อมาว่าในงวดอื่นจำเลยชำระตรงตามนัดและอีกหลายงวดที่ชำระก่อนวันนัด โดยโจทก์ได้รับชำระหนี้เป็นเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาอุทัยธานี เลขที่ 0046159 ไปจากศาลชั้นต้นครบแล้ว หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมระงับสิ้นไป กรณีจึงไม่มีเหตุต้องออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้บังคับไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (สมศักดิ์ จันทรา-ชาลี ทัพภวิมล-ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
500441
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082005847"
    }
}
date
2551
deka_no
10505/2551
deka_running_no
10505
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 292 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางชุติมา มุสิกะพงษ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางประทวน อยู่สิงห์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลย โดยจำเลยตกลงผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์จำนวน 212,812 บาท แบ่งชำระเป็นรายงวดรวม 7 งวด เริ่มต้นชำระงวดแรกในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 จำนวนเงิน 20,000 บาท หากจำเลยผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระและยอมให้โจทก์บังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนดชำระหนี้งวดแรกจำเลยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษา ต่อมาในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2547 จำเลยได้นำเงินดังกล่าวมาวางศาลเพื่อชำระหนี้โจทก์ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2547 โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยนำเงินมาวางชำระหนี้งวดแรกแล้วยกคำขอ

ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2547 โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยอ้างว่าจำเลยผิดนัดตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่นำเงินมาชำระหนี้งวดแรกในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยนำเงินมาวางศาลช้าไปเพียง 2 วันทำการ จะฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาผิดนัดตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ถนัด ให้ยกคำขอ

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1 ระบุว่า จำเลยตกลงผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์จำนวน 212,812 บาท โดยแบ่งชำระเป็นรายงวดรวม 7 งวด เริ่มต้นชำระงวดแรกในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 จำนวนเงิน 20,000 บาท ปรากฏว่าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 เป็นวันอาทิตย์ การที่จำเลยนำเงิน 20,000 บาท มาวางชำระหนี้โจทก์เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2547 จึงเป็นการนำเงินมาวางศาลช้าไปเพียง 2 วันทำการ นอกจากนี้ยังปรากฏว่างวดที่ 2 คืองวดวันที่ 15 สิงหาคม 2547 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2547 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 32678/2547 เลขที่ 08 งวดที่ 3 คืองวดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2548 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 37732/2548 เลขที่ 31 งวดที่ 4 คืองวดวันที่ 15 สิงหาคม 2548 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2548 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 37734/2548 เลขที่ 94 งวดที่ 5 คืองวดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 37739/2549 เลขที่ 29 งวดที่ 6 คืองวดวันที่ 15 สิงหาคม 2549 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2549 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 42061/2549 เลขที่ 52 งวดที่ 7 อันเป็นงวดสุดท้ายคืองวดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2550 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2549 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 42064/2550 เลขที่ 05 จึงเห็นได้ว่าจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วนแล้วและโจทก์ก็ได้รับเงินทั้งหมดไปจากศาลชั้นต้นแล้ว แม้ในงวดแรกจำเลยจะได้ชำระช้าไปเพียง 2 วันทำการ แต่ศาลชั้นต้นก็มิได้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ตามที่โจทก์ขอ กรณีถือได้ว่ามีเหตุอันสมควรที่ศาลชั้นต้นจะงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 (2) ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจกระทำได้เพราะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการบังคับคดีตามอำนาจแห่งดุลพินิจของศาลชั้นต้น เมื่อปรากฏต่อมาว่าในงวดอื่นจำเลยชำระตรงตามนัดและอีกหลายงวดที่ชำระก่อนวันนัด โดยโจทก์ได้รับชำระหนี้เป็นเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาอุทัยธานี เลขที่ 0046159 ไปจากศาลชั้นต้นครบแล้ว หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมระงับสิ้นไป กรณีจึงไม่มีเหตุต้องออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้บังคับไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000586.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551