คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10687/2551 ฉบับเต็ม

#500626
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10687/2551 บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด โจทก์ บริษัทจี้เลี้ยงการประมงภูเก็ต จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 66 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 แม้วัตถุประสงค์ของโจทก์และธนาคาร ท. ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ตามหนังสือรับรองจะมิได้มีข้อความว่า โจทก์สามารถมอบอำนาจให้สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลอื่นฟ้องคดีหรือดำเนินคดีแทน และธนาคาร ท. สามารถเป็นผู้รับมอบอำนาจจากสถาบันการเงินอื่นหรือนิติบุคคลอื่นในการฟ้องคดีหรือดำเนินคดีแทนสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลอื่นได้ก็ตาม แต่ทั้งโจทก์และธนาคาร ท. ต่างก็มีวัตถุประสงค์ฝากเงิน ให้กู้ยืมเงิน ประกอบกิจการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน นายหน้า ตัวแทนเรียกเก็บหนี้ รับซื้อ รับโอนลูกหนี้หรือสิทธิเรียกร้องเช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยทั้งห้ากับพวกเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมมีอำนาจบังคับให้จำเลยทั้งห้ากับพวกชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีล้มละลายนี้ได้ และย่อมมีอำนาจมอบอำนาจให้ธนาคาร ท. ดำเนินคดีนี้และให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย ธนาคาร ท. ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นผู้ฟ้องคดีนี้แทน โจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาศาลจังหวัดภูเก็ต คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1614/2542 มาจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้เดิมของจำเลยทั้งห้า คิดถึงวันฟ้องคดีจำเลยทั้งห้ากับพวกยังเป็นหนี้โจทก์อีก 109,269,531.12 บาท จำเลยทั้งห้าเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งห้าเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะการโอนสิทธิเรียกร้องและการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตกลั่นแกล้งจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากโจทก์ต้องห้ามมิให้บังคับชำระหนี้เกินกว่าตัวทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ใช่ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะตามหนังสือมอบอำนาจท้ายคำฟ้องหมายเลข 4 เป็นการมอบอำนาจทั่วไป ไม่ได้ระบุให้ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจฟ้องร้องและดำเนินคดีแทนแต่อย่างใด ทั้งการโอนสิทธิเรียกร้องกระทำขึ้นโดยผู้ไม่มีอำนาจของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และโจทก์จึงตกเป็นโมฆะ และโจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตกลั่นแกล้งจำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 4 และที่ 5 มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินไม่ใช่ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งห้าเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 ให้จำเลยทั้งห้าใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยทั้งห้า เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร จำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์ทำนองว่า ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีเป็นการกระทำนอกวัตถุประสงค์ของโจทก์และธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) นั้น ได้ความจากนายวิชัยผู้รับมอบอำนาจจากธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) พยานโจทก์ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด กรรมการสองคนลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์สามารถกระทำการแทนโจทก์ได้ การฟ้องคดีนี้โจทก์โดยนายอัชพรและนางสาวประไพกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ได้มอบอำนาจให้ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทเงินทุนทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เดิม เป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนกับให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชน จำกัด ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ได้มอบอำนาจช่วงให้นายสุกิจและนายสมหมายเป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีนี้แทนกับมีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย นายสุกิจและนายสมหมายได้มอบอำนาจช่วงให้พยานเป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทน โดยมีหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.1 กับ จ.4 หนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.5 หนังสือมอบอำนาจช่วงเอกสารหมาย จ.6 และหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.7 เป็นพยานสนับสนุน แม้ตามวัตถุประสงค์ของโจทก์และธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.1 และ จ.4 จะมิได้มีข้อความว่า โจทก์สามารถมอบอำนาจให้สถาบันเงินหรือนิติบุคคลอื่นฟ้องคดีหรือดำเนินคดีแทนและไม่มีข้อความว่าธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) สามารถเป็นผู้รับมอบอำนาจจากสถาบันการเงินอื่นหรือนิติบุคคลอื่นในการฟ้องคดีหรือดำเนินคดีแทนสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลอื่นได้ก็ตาม แต่ทั้งโจทก์และธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ต่างก็มีวัตถุประสงค์ฝากเงิน ให้กู้ยืมเงิน ประกอบกิจการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน นายหน้า ตัวแทนเรียกเก็บหนี้ รับซื้อ รับโอนลูกหนี้หรือสิทธิเรียกร้องเช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยทั้งห้ากับพวกเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมมีอำนาจบังคับให้จำเลยทั้งห้ากับพวกชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้และย่อมมีอำนาจมอบอำนาจให้ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ดำเนินคดีนี้และให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย จำเลยทั้งห้าก็หาได้สืบพยานให้เห็นเป็นอย่างอื่น เช่นนี้ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง หาใช่ไม่มีอำนาจฟ้องคดีดังจำเลยที่ 4 และที่ 5 อ้างในอุทธรณ์ไม่ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 4 และที่ 5 เด็ดขาดด้วยนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (ดิเรก อิงคนินันท์-ไพโรจน์ วายุภาพ-พิชัย อภิชาตอำมฤต) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
500626
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082005739"
    }
}
date
2551
deka_no
10687/2551
deka_running_no
10687
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ดิเรก อิงคนินันท์",
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "พิชัย อภิชาตอำมฤต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 66"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 14"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทจี้เลี้ยงการประมงภูเก็ต จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นผู้ฟ้องคดีนี้แทน โจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาศาลจังหวัดภูเก็ต คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1614/2542 มาจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้เดิมของจำเลยทั้งห้า คิดถึงวันฟ้องคดีจำเลยทั้งห้ากับพวกยังเป็นหนี้โจทก์อีก 109,269,531.12 บาท จำเลยทั้งห้าเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งห้าเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะการโอนสิทธิเรียกร้องและการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตกลั่นแกล้งจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากโจทก์ต้องห้ามมิให้บังคับชำระหนี้เกินกว่าตัวทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ใช่ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะตามหนังสือมอบอำนาจท้ายคำฟ้องหมายเลข 4 เป็นการมอบอำนาจทั่วไป ไม่ได้ระบุให้ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจฟ้องร้องและดำเนินคดีแทนแต่อย่างใด ทั้งการโอนสิทธิเรียกร้องกระทำขึ้นโดยผู้ไม่มีอำนาจของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และโจทก์จึงตกเป็นโมฆะ และโจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตกลั่นแกล้งจำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 4 และที่ 5 มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินไม่ใช่ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งห้าเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 ให้จำเลยทั้งห้าใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยทั้งห้า เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร

จำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์ทำนองว่า ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีเป็นการกระทำนอกวัตถุประสงค์ของโจทก์และธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) นั้น ได้ความจากนายวิชัยผู้รับมอบอำนาจจากธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) พยานโจทก์ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด กรรมการสองคนลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์สามารถกระทำการแทนโจทก์ได้ การฟ้องคดีนี้โจทก์โดยนายอัชพรและนางสาวประไพกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ได้มอบอำนาจให้ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทเงินทุนทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เดิม เป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนกับให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชน จำกัด ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ได้มอบอำนาจช่วงให้นายสุกิจและนายสมหมายเป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีนี้แทนกับมีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย นายสุกิจและนายสมหมายได้มอบอำนาจช่วงให้พยานเป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทน โดยมีหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.1 กับ จ.4 หนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.5 หนังสือมอบอำนาจช่วงเอกสารหมาย จ.6 และหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.7 เป็นพยานสนับสนุน แม้ตามวัตถุประสงค์ของโจทก์และธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.1 และ จ.4 จะมิได้มีข้อความว่า โจทก์สามารถมอบอำนาจให้สถาบันเงินหรือนิติบุคคลอื่นฟ้องคดีหรือดำเนินคดีแทนและไม่มีข้อความว่าธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) สามารถเป็นผู้รับมอบอำนาจจากสถาบันการเงินอื่นหรือนิติบุคคลอื่นในการฟ้องคดีหรือดำเนินคดีแทนสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลอื่นได้ก็ตาม แต่ทั้งโจทก์และธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ต่างก็มีวัตถุประสงค์ฝากเงิน ให้กู้ยืมเงิน ประกอบกิจการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน นายหน้า ตัวแทนเรียกเก็บหนี้ รับซื้อ รับโอนลูกหนี้หรือสิทธิเรียกร้องเช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยทั้งห้ากับพวกเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมมีอำนาจบังคับให้จำเลยทั้งห้ากับพวกชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้และย่อมมีอำนาจมอบอำนาจให้ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ดำเนินคดีนี้และให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย จำเลยทั้งห้าก็หาได้สืบพยานให้เห็นเป็นอย่างอื่น เช่นนี้ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง หาใช่ไม่มีอำนาจฟ้องคดีดังจำเลยที่ 4 และที่ 5 อ้างในอุทธรณ์ไม่ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 4 และที่ 5 เด็ดขาดด้วยนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000585.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551