คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2552 ฉบับเต็ม

#501358
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2552 บริษัทมาร์เก็ตติ้ง โจทก์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด นายเกรียงศักดิ์ เฮงจุฬาลักษณ์ หรือจุฬารักษ์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 900 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 การออกเช็คเพื่อประกันค่าสินค้าที่ลูกค้าหรือสมาชิกสั่งซื้อสินค้าผ่านจำเลยนั้นเพื่อเป็นประกันว่าโจทก์จะได้รับชำระหนี้ค่าสินค้าที่ส่งให้แก่ลูกค้าหรือสมาชิก หากลูกค้าหรือสมาชิกไม่ชำระโจทก์ก็ยังได้รับเงินค่าสินค้าตามเช็คดังกล่าว ดังนั้น ตราบใดที่ยังไม่มีการชำระหนี้ค่าสินค้า จำเลยก็ยังคงต้องรับผิดชำระหนี้ตามเช็คนั้น แม้คดีในส่วนอาญา จำเลยไม่ต้องรับผิดทางอาญา ก็เป็นเพราะเช็คที่จำเลยออกมิใช่เป็นเช็คเพื่อชำระหนี้อันเป็นองค์ประกอบของความผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ แต่เมื่อโจทก์มิได้รับชำระหนี้ค่าสินค้าจากลูกค้าหรือสมาชิก จำเลยก็ยังคงต้องรับผิดชอบชำระหนี้ค่าสินค้าตามเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายเป็นประกันการชำระหนี้ดังกล่าวต่อผู้ทรงเช็ค ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 859,653 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 802,895 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 420,043 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2542 ชำระเงิน 130,992 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2542 ชำระเงิน 97,309 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2542 และชำระเงิน 154,551 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 มีนาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยอุทธณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยจะต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คดังกล่าวให้แก่โจทก์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า เช็คตามฟ้องทั้ง 7 ฉบับ จำเลยออกให้แก่โจทก์เพื่อเป็นประกันค่าสินค้าที่สมาชิกของโจทก์สั่งซื้อผ่านจำเลย จำเลยไม่ได้ออกเช็คตามฟ้องทั้ง 7 ฉบับ เพื่อชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์ ไม่มีเจตนาผูกพันและชำระหนี้ค่าสินค้าตามเช็ค จึงเป็นเช็คที่ไม่มีมูลหนี้ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำวินิจฉัยในคดีส่วนอาญาแล้วว่าจำเลยออกเช็คเพื่อเป็นประกันค่าสินค้าที่ลูกค้าและสมาชิกสั่งซื้อสินค้าดังกล่าว จำเลยไม่ได้ออกเช็คเพื่อชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามฟ้อง และพิพากษายกฟ้อง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดรับชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่า การออกเช็คเพื่อประกันค่าสินค้าที่ลูกค้าหรือสมาชิกสั่งซื้อสินค้าผ่านจำเลยนั้นย่อมเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่าการออกเช็คเช่นนั้นก็เพื่อเป็นประกันว่าโจทก์จะได้รับชำระหนี้ค่าสินค้าที่ส่งให้แก่ลูกค้าหรือสมาชิกโดยการสั่งซื้อผ่านจำเลย หากลูกค้าหรือสมาชิกไม่ชำระโจทก์ก็ยังได้รับเงินค่าสินค้าตามเช็คที่จำเลยออกให้เป็นการประกันชำระหนี้ดังกล่าว ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่มีการชำระหนี้ค่าสินค้าดังกล่าว จำเลยก็ยังคงต้องรับผิดชำระหนี้ตามเช็คนั้นจะอ้างว่าจำเลยไม่มีเจตนาให้ผูกพันรับผิดตามเช็ค และเช็คไม่มีมูลหนี้ต่อกันไม่ได้แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะได้วินิจฉัยคดีในส่วนอาญาว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดทางอาญาก็เป็นเพราะเช็คที่จำเลยออกมิใช่เป็นเช็คเพื่อชำระหนี้อันเป็นองค์ประกอบของความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 แต่เมื่อโจทก์มิได้รับชำระหนี้ค่าสินค้าจากลูกค้าหรือสมาชิกที่สั่งสินค้าผ่านจำเลยจำเลยก็ยังคงต้องรับผิดชอบชำระหนี้ค่าสินค้าตามเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายเป็นประกันการชำระหนี้ดังกล่าวต่อโจทก์ผู้ทรงเช็ค เนื่องจากเป็นการออกเช็คโดยเจตนาจะให้ผูกพันและชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า หากลูกค้าหรือสมาชิกบางรายนำเงินค่าสินค้าไปชำระให้แก่โจทก์โดยตรงแล้ว โจทก์ก็ไม่อาจเรียกร้องเอาจากจำเลยอีกได้โจทก์จึงต้องนำสืบให้เห็นว่าลูกค้าหรือสมาชิกรายใดชำระเงินให้แก่โจทก์แล้วหรือไม่เพียงใด และโจทก์ได้รับความเสียหายจริงเท่าใด ทั้งโจทก์ก็นำสืบแต่เพียงว่าโจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บแต่เรียกเก็บเงินไม่ได้ ไม่ได้นำสืบว่าโจทก์ยังเป็นผู้ทรงเพราะโจทก์อาจส่งมอบหรือโอนเช็คไปให้บุคคลอื่นแล้วก็ได้ โจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้ค่าสินค้าสินค้าจากลูกค้าหรือสมาชิกแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามเช็ค ทั้งมิได้ต่อสู้ว่าโจทก์มิได้เป็นผู้ทรงเช็คเพราะโจทก์โอนเช็คให้แก่บุคคลอื่นแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเพราะเหตุดังกล่าวให้เป็นประเด็นข้อต่อสู้ไว้ คงให้การต่อสู้เพียงว่าจำเลยออกเช็คเพื่อค้ำประกันค่าสินค้า โจทก์จึงไม่จำต้องนำสืบให้เห็นว่ามีลูกค้าหรือสมาชิกรายใดชำระเงินค่าสินค้าให้โจทก์แล้วหรือไม่ และโจทก์ยังไม่ได้โอนเช็คไปให้แก่บุคคลอื่น เนื่องจากไม่มีประเด็นให้ต้องนำสืบ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยรับผิดชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 5,000 บาท แทนโจทก์ (พิทยา บุญชู-สิทธิชัย พรหมศร-พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
501358
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082005044"
    }
}
date
2552
deka_no
452/2552
deka_running_no
452
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "พิทยา บุญชู",
    "สิทธิชัย พรหมศร",
    "พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 900"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทมาร์เก็ตติ้ง"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นายเกรียงศักดิ์ เฮงจุฬาลักษณ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "หรือจุฬารักษ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 859,653 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 802,895 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 420,043 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2542 ชำระเงิน 130,992 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2542 ชำระเงิน 97,309 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2542 และชำระเงิน 154,551 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 มีนาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

จำเลยอุทธณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยจะต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คดังกล่าวให้แก่โจทก์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า เช็คตามฟ้องทั้ง 7 ฉบับ จำเลยออกให้แก่โจทก์เพื่อเป็นประกันค่าสินค้าที่สมาชิกของโจทก์สั่งซื้อผ่านจำเลย จำเลยไม่ได้ออกเช็คตามฟ้องทั้ง 7 ฉบับ เพื่อชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์ ไม่มีเจตนาผูกพันและชำระหนี้ค่าสินค้าตามเช็ค จึงเป็นเช็คที่ไม่มีมูลหนี้ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำวินิจฉัยในคดีส่วนอาญาแล้วว่าจำเลยออกเช็คเพื่อเป็นประกันค่าสินค้าที่ลูกค้าและสมาชิกสั่งซื้อสินค้าดังกล่าว จำเลยไม่ได้ออกเช็คเพื่อชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามฟ้อง และพิพากษายกฟ้อง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดรับชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่า การออกเช็คเพื่อประกันค่าสินค้าที่ลูกค้าหรือสมาชิกสั่งซื้อสินค้าผ่านจำเลยนั้นย่อมเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่าการออกเช็คเช่นนั้นก็เพื่อเป็นประกันว่าโจทก์จะได้รับชำระหนี้ค่าสินค้าที่ส่งให้แก่ลูกค้าหรือสมาชิกโดยการสั่งซื้อผ่านจำเลย หากลูกค้าหรือสมาชิกไม่ชำระโจทก์ก็ยังได้รับเงินค่าสินค้าตามเช็คที่จำเลยออกให้เป็นการประกันชำระหนี้ดังกล่าว ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่มีการชำระหนี้ค่าสินค้าดังกล่าว จำเลยก็ยังคงต้องรับผิดชำระหนี้ตามเช็คนั้นจะอ้างว่าจำเลยไม่มีเจตนาให้ผูกพันรับผิดตามเช็ค และเช็คไม่มีมูลหนี้ต่อกันไม่ได้แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะได้วินิจฉัยคดีในส่วนอาญาว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดทางอาญาก็เป็นเพราะเช็คที่จำเลยออกมิใช่เป็นเช็คเพื่อชำระหนี้อันเป็นองค์ประกอบของความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 แต่เมื่อโจทก์มิได้รับชำระหนี้ค่าสินค้าจากลูกค้าหรือสมาชิกที่สั่งสินค้าผ่านจำเลยจำเลยก็ยังคงต้องรับผิดชอบชำระหนี้ค่าสินค้าตามเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายเป็นประกันการชำระหนี้ดังกล่าวต่อโจทก์ผู้ทรงเช็ค เนื่องจากเป็นการออกเช็คโดยเจตนาจะให้ผูกพันและชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า หากลูกค้าหรือสมาชิกบางรายนำเงินค่าสินค้าไปชำระให้แก่โจทก์โดยตรงแล้ว โจทก์ก็ไม่อาจเรียกร้องเอาจากจำเลยอีกได้โจทก์จึงต้องนำสืบให้เห็นว่าลูกค้าหรือสมาชิกรายใดชำระเงินให้แก่โจทก์แล้วหรือไม่เพียงใด และโจทก์ได้รับความเสียหายจริงเท่าใด ทั้งโจทก์ก็นำสืบแต่เพียงว่าโจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บแต่เรียกเก็บเงินไม่ได้ ไม่ได้นำสืบว่าโจทก์ยังเป็นผู้ทรงเพราะโจทก์อาจส่งมอบหรือโอนเช็คไปให้บุคคลอื่นแล้วก็ได้ โจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้ค่าสินค้าสินค้าจากลูกค้าหรือสมาชิกแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามเช็ค ทั้งมิได้ต่อสู้ว่าโจทก์มิได้เป็นผู้ทรงเช็คเพราะโจทก์โอนเช็คให้แก่บุคคลอื่นแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเพราะเหตุดังกล่าวให้เป็นประเด็นข้อต่อสู้ไว้ คงให้การต่อสู้เพียงว่าจำเลยออกเช็คเพื่อค้ำประกันค่าสินค้า โจทก์จึงไม่จำต้องนำสืบให้เห็นว่ามีลูกค้าหรือสมาชิกรายใดชำระเงินค่าสินค้าให้โจทก์แล้วหรือไม่ และโจทก์ยังไม่ได้โอนเช็คไปให้แก่บุคคลอื่น เนื่องจากไม่มีประเด็นให้ต้องนำสืบ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยรับผิดชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 5,000 บาท แทนโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000579.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552