คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6351/2553 ฉบับเต็ม

#501603
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6351/2553 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 (แขวงพระโขนง) โจทก์ นายสุชิน กุมาร จำเลย ป.อ. มาตรา 96, มาตรา 341 ในคดีอาญาจำเลยจะให้การอย่างไรก็ได้ เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธ แม้ไม่ได้ให้การปฏิเสธเป็นประเด็นไว้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เพื่อให้ฟังได้ว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ทางนำสืบของโจทก์ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีตรวจแบบการยื่นคำขอภาษีมูลค่าเพิ่มของบริษัทเอส.เอส.บี.กรุ๊ป จำกัด ตามที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาแล้วรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และผู้บังคับบัญชาได้รายงานขึ้นไปตามลำดับชั้นจนผู้อำนวยการกองตรวจและปฏิบัติการพิเศษสั่งให้รายงานผู้เสียหายและพิจารณาดำเนินคดีอาญา ต่อมากรมสรรพากรโดยรองอธิบดีซึ่งปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากรมีหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลย จึงไม่แน่ชัดว่านับแต่อธิบดีกรมสรรพากรทราบเรื่องความผิดและรู้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดจนถึงวันร้องทุกข์ ยังไม่เกินกว่าสามเดือน ตาม ป.อ. มาตรา 96 หรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์จึงฟังไม่ได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนตาม ป.อ. มาตรา 96 ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมาลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 80, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง บริษัทเอส.เอส.บี.กรุ๊ป จำกัด จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มว่าเป็นผู้ประกอบกิจการส่งออกและนำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปรวมทั้งอุปกรณ์การแต่งกายได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนสิงหาคม 2537 ว่ามีสิทธิที่จะได้รับเงินภาษีมูลค่าเพิ่มคืนจากผู้เสียหาย มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลย ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาฟ้องของโจทก์อ้างว่าจำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานพยายามฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 80, 83 อันเป็นคดีความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความ แม้ในคำฟ้องโจทก์บรรยายว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายในอายุความตามกฎหมายแล้ว แต่จำเลยให้การปฏิเสธ โจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าผู้เสียหายได้ทราบเรื่องความผิดและรู้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดเมื่อใด เพื่อที่จะได้รู้ว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในกำหนดสามเดือนหรือไม่ เห็นว่า ในคดีอาญาจำเลยจะให้การอย่างไรก็ได้ เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธ แม้ไม่ได้ให้การปฏิเสธเป็นประเด็นไว้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เพื่อให้ฟังได้ว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ทางนำสืบของโจทก์ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีตรวจแบบการยื่นคำขอภาษีมูลค่าเพิ่มของบริษัทเอส.เอส.บี.กรุ๊ป จำกัด ตามที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาแล้วรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและผู้บังคับบัญชาได้รายงานขึ้นไปตามลำดับชั้นจนผู้อำนวยการกองตรวจและปฏิบัติการพิเศษสั่งให้รายงานผู้เสียหายและพิจารณาดำเนินคดีอาญา ต่อมากรมสรรพากรโดยรองอธิบดีซึ่งปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากรมีหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลย จึงไม่แน่ชัดว่านับแต่อธิบดีกรมสรรพากรทราบเรื่องความผิดและรู้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดจนถึงวันร้องทุกข์ยังไม่เกินกว่าสามเดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 หรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบยังไม่อาจรับฟังเป็นยุติว่าผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเกินสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้อง (มนูพงศ์ รุจิกัณหะ-สมควร วิเชียรวรรณ-ธนสิทธิ์ นิลกำแหง) ศาลแขวงพระโขนง - นายนพรัตน์ สนั่นพานิชกุล ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ สุขเกื้อ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.506/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
501603
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระโขนง",
        "judge": "นายนพรัตน์ สนั่นพานิชกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวัชรินทร์ สุขเกื้อ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081995689"
    }
}
date
2553
deka_no
6351/2553
deka_running_no
6351
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "มนูพงศ์ รุจิกัณหะ",
    "สมควร วิเชียรวรรณ",
    "ธนสิทธิ์ นิลกำแหง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 96",
            "ม. 341"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "(แขวงพระโขนง)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุชิน กุมาร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมาลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 80, 83

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง บริษัทเอส.เอส.บี.กรุ๊ป จำกัด จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มว่าเป็นผู้ประกอบกิจการส่งออกและนำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปรวมทั้งอุปกรณ์การแต่งกายได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนสิงหาคม 2537 ว่ามีสิทธิที่จะได้รับเงินภาษีมูลค่าเพิ่มคืนจากผู้เสียหาย มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลย ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาฟ้องของโจทก์อ้างว่าจำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานพยายามฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 80, 83 อันเป็นคดีความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความ แม้ในคำฟ้องโจทก์บรรยายว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายในอายุความตามกฎหมายแล้ว แต่จำเลยให้การปฏิเสธ โจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าผู้เสียหายได้ทราบเรื่องความผิดและรู้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดเมื่อใด เพื่อที่จะได้รู้ว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในกำหนดสามเดือนหรือไม่ เห็นว่า ในคดีอาญาจำเลยจะให้การอย่างไรก็ได้ เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธ แม้ไม่ได้ให้การปฏิเสธเป็นประเด็นไว้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เพื่อให้ฟังได้ว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ทางนำสืบของโจทก์ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีตรวจแบบการยื่นคำขอภาษีมูลค่าเพิ่มของบริษัทเอส.เอส.บี.กรุ๊ป จำกัด ตามที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาแล้วรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและผู้บังคับบัญชาได้รายงานขึ้นไปตามลำดับชั้นจนผู้อำนวยการกองตรวจและปฏิบัติการพิเศษสั่งให้รายงานผู้เสียหายและพิจารณาดำเนินคดีอาญา ต่อมากรมสรรพากรโดยรองอธิบดีซึ่งปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากรมีหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลย จึงไม่แน่ชัดว่านับแต่อธิบดีกรมสรรพากรทราบเรื่องความผิดและรู้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดจนถึงวันร้องทุกข์ยังไม่เกินกว่าสามเดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 หรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบยังไม่อาจรับฟังเป็นยุติว่าผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเกินสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000497.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.506/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553