คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 487/2552 ฉบับเต็ม

#501645
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 487/2552 นางสุวิมล อานัญจวณิชย์ โจทก์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ผู้ร้อง นางราตรี อังสุวรรณ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคหนึ่ง แม้ที่ดินพิพาทที่ถูกยึดไว้ในคดีนี้มีชื่อ ม. ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องเป็นผู้ถือสิทธิครอบครอง และโจทก์ในคดีนี้ได้ยึดไว้ทั้งแปลงอ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่ ม. ได้มาในระหว่างสมรส อันเป็นสินสมรสระหว่าง ม. กับลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ตาม แต่เมื่อผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 720,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาโจทก์ขอให้บังคับคดีแก่ที่ดินพิพาทที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้ตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1714 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีชื่อนายมาศชัย เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง และอยู่ระหว่างการประกาศขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งหนี้ตามคำพิพากษาของนายมาศชัย ตามคดีหมายเลขแดงที่ 418/2542 ของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้นายมาศชัยชำระเงินจำนวน 878,694.16 บาท พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมแก่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หากผิดนัดยินยอมให้ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) บังคับจำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ดังกล่าว หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นชำระจนครบ ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากที่ดินซึ่งจำนองดังกล่าวโฉนดเลขที่ 30411 ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมืองราชบุรี และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น แต่ราคาประเมินของที่ดินจำนองดังกล่าวไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้อง และนายมาศชัยไม่มีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องจะบังคับชำระหนี้ได้นอกจากที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนายมาศชัยสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่โจทก์นำยึดไว้ในคดีนี้ ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ได้ตามคำร้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าผู้ร้องมีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า แม้ที่ดินพิพาทที่ถูกยึดไว้ในคดีนี้มีชื่อของนายมาศชัยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องเป็นผู้ถือสิทธิครอบครองและโจทก์ในคดีนี้ได้ยึดไว้ทั้งแปลงอ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่นายมาศชัยได้มาในระหว่างสมรส อันเป็นสินสมรสระหว่างนายมาศชัยกับลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ตาม แต่เมื่อผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ได้ตามคำร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งชี้ขาดคำร้องของผู้ร้องโดยมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรสั่งเสียให้ถูกต้องด้วย" พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและในชั้นนี้ให้เป็นพับ (มนตรี ยอดปัญญา-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-วีระพล ตั้งสุวรรณ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
501645
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082005034"
    }
}
date
2552
deka_no
487/2552
deka_running_no
487
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "วีระพล ตั้งสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 290 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสุวิมล อานัญจวณิชย์"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางราตรี อังสุวรรณ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 720,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาโจทก์ขอให้บังคับคดีแก่ที่ดินพิพาทที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้ตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1714 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีชื่อนายมาศชัย เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง และอยู่ระหว่างการประกาศขายทอดตลาด

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งหนี้ตามคำพิพากษาของนายมาศชัย ตามคดีหมายเลขแดงที่ 418/2542 ของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้นายมาศชัยชำระเงินจำนวน 878,694.16 บาท พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมแก่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หากผิดนัดยินยอมให้ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) บังคับจำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ดังกล่าว หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นชำระจนครบ ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากที่ดินซึ่งจำนองดังกล่าวโฉนดเลขที่ 30411 ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมืองราชบุรี และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น แต่ราคาประเมินของที่ดินจำนองดังกล่าวไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้อง และนายมาศชัยไม่มีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องจะบังคับชำระหนี้ได้นอกจากที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนายมาศชัยสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่โจทก์นำยึดไว้ในคดีนี้ ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว

โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ได้ตามคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าผู้ร้องมีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า แม้ที่ดินพิพาทที่ถูกยึดไว้ในคดีนี้มีชื่อของนายมาศชัยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องเป็นผู้ถือสิทธิครอบครองและโจทก์ในคดีนี้ได้ยึดไว้ทั้งแปลงอ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่นายมาศชัยได้มาในระหว่างสมรส อันเป็นสินสมรสระหว่างนายมาศชัยกับลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ตาม แต่เมื่อผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ได้ตามคำร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งชี้ขาดคำร้องของผู้ร้องโดยมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรสั่งเสียให้ถูกต้องด้วย"

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000579.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552