คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1062/2552 ฉบับเต็ม

#501648
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1062/2552 นายช่วง หวังดี โจทก์ นางยุทธ บุตรโสภา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 55 โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอรังวัดออกโฉนดที่พิพาท อ้างว่าเป็นของจำเลย ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงชอบที่จะเสนอคดีต่อศาลได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 แม้ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ไม่มีหลักฐานแสดงสิทธิก็ตาม ประกอบกับโจทก์ขอให้บังคับจำเลยและบริวารมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทด้วย หากโจทก์ชนะคดีศาลย่อมมีอำนาจบังคับตามคำขอของโจทก์ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ โดยโจทก์และบรรดาพี่น้องได้ร่วมกันซื้อมาจากนางตรึบ เมื่อปี 2512 และเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวเรื่อยมา จนถึงปลายปี 2518 โจทก์จึงซื้อที่ดินดังกล่าวทั้งหมดจากพี่น้องและครอบครองทำประโยชน์เป็นของโจทก์เองทั้งหมด เมื่อประมาณปลายปี 2550 จำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอรังวัดออกโฉนดที่ดินของโจทก์ทั้งแปลง อ้างว่าเป็นที่ดินของจำเลยซึ่งได้รับมรดกตกทอดมา และห้ามไม่ให้โจทก์เข้าเกี่ยวข้องในที่ดิน อันเป็นการโต้แย้งสิทธิครอบครองของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นของโจทก์ โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า ที่ดินตามคำฟ้องเป็นที่ดินที่ไม่มีหลักฐานแสดงสิทธิ ไม่มีกฎหมายรับรองให้ศาลสั่งแสดงสิทธิครอบครอง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คำฟ้องของโจทก์ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายคำฟ้องอ้างว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอรังวัดออกโฉนดที่พิพาททั้งแปลง อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง สภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับตามคำฟ้องของโจทก์ เป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาล โดยทำเป็นคำฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ประกอบกับโจทก์ขอให้บังคับจำเลยและบริวารมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทด้วย หากโจทก์ชนะคดีศาลย่อมมีอำนาจบังคับตามคำขอของโจทก์ได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ (อิศเรศ ชัยรัตน์-ชัยวุฒิ โลหชิตานนท์-ไมตรี ศรีอรุณ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ การเสนอคดีต่อศาลมีหลักเกณฑ์บัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โดยแบ่งออกเป็นการเสนอคดีต่อศาลโดยทำเป็นคำฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาท เพราะมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งกรณีหนึ่ง กับการเสนอคดีต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท เพราะมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาลอีกกรณีหนึ่ง การเสนอคดีต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทที่จะต้องมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาลนั้น จะต้องมีกฎหมายบัญญัติให้ใช้สิทธิทางศาลโดยยื่นคำร้องหรือคำร้องขอต่อศาลได้ ถ้าไม่มีกฎหมายบัญญัติให้สิทธิไว้ก็เสนอคดีต่อศาลเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทไม่ได้ ส่วนการเสนอคดีต่อศาลโดยทำเป็นคำฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาทนั้นจะมีกฎหมายบัญญัติให้ฟ้องคดีต่อศาลไว้หรือไม่ก็ได้ แต่จะต้องมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งแล้ว ที่ดินมือเปล่าที่ไม่มีหลักฐานแสดงสิทธิเป็นที่ดินที่เอกชนมีสิทธิครอบครองได้และเป็นสิทธิตามกฎหมายแพ่ง จึงอาจถูกโต้แย้งสิทธิได้ การที่จำเลยนำที่ดินพิพาทที่โจทก์มีสิทธิครอบครองไปขอออกโฉนดที่ดินโดยไม่มีสิทธิย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีมีข้อพิพาทได้ แต่โจทก์จะยื่นคำร้องขอแสดงสิทธิในที่ดินเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติให้สิทธิไว้ การที่ศาลชั้นต้นยกเหตุผลที่ใช้กับคดีไม่มีข้อพิพาทมาใช้กับคดีมีข้อพิพาทและพิพากษายกฟ้องจึงไม่ตรงกับเรื่อง ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
501648
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082004578"
    }
}
date
2552
deka_no
1062/2552
deka_running_no
1062
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "อิศเรศ ชัยรัตน์",
    "ชัยวุฒิ โลหชิตานนท์",
    "ไมตรี ศรีอรุณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายช่วง หวังดี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางยุทธ บุตรโสภา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ โดยโจทก์และบรรดาพี่น้องได้ร่วมกันซื้อมาจากนางตรึบ เมื่อปี 2512 และเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวเรื่อยมา จนถึงปลายปี 2518 โจทก์จึงซื้อที่ดินดังกล่าวทั้งหมดจากพี่น้องและครอบครองทำประโยชน์เป็นของโจทก์เองทั้งหมด เมื่อประมาณปลายปี 2550 จำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอรังวัดออกโฉนดที่ดินของโจทก์ทั้งแปลง อ้างว่าเป็นที่ดินของจำเลยซึ่งได้รับมรดกตกทอดมา และห้ามไม่ให้โจทก์เข้าเกี่ยวข้องในที่ดิน อันเป็นการโต้แย้งสิทธิครอบครองของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นของโจทก์ โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า ที่ดินตามคำฟ้องเป็นที่ดินที่ไม่มีหลักฐานแสดงสิทธิ ไม่มีกฎหมายรับรองให้ศาลสั่งแสดงสิทธิครอบครอง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คำฟ้องของโจทก์ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายคำฟ้องอ้างว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอรังวัดออกโฉนดที่พิพาททั้งแปลง อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง สภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับตามคำฟ้องของโจทก์ เป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาล โดยทำเป็นคำฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ประกอบกับโจทก์ขอให้บังคับจำเลยและบริวารมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทด้วย หากโจทก์ชนะคดีศาลย่อมมีอำนาจบังคับตามคำขอของโจทก์ได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
การเสนอคดีต่อศาลมีหลักเกณฑ์บัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โดยแบ่งออกเป็นการเสนอคดีต่อศาลโดยทำเป็นคำฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาท เพราะมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งกรณีหนึ่ง กับการเสนอคดีต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท เพราะมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาลอีกกรณีหนึ่ง การเสนอคดีต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทที่จะต้องมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาลนั้น จะต้องมีกฎหมายบัญญัติให้ใช้สิทธิทางศาลโดยยื่นคำร้องหรือคำร้องขอต่อศาลได้ ถ้าไม่มีกฎหมายบัญญัติให้สิทธิไว้ก็เสนอคดีต่อศาลเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทไม่ได้ ส่วนการเสนอคดีต่อศาลโดยทำเป็นคำฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาทนั้นจะมีกฎหมายบัญญัติให้ฟ้องคดีต่อศาลไว้หรือไม่ก็ได้ แต่จะต้องมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งแล้ว ที่ดินมือเปล่าที่ไม่มีหลักฐานแสดงสิทธิเป็นที่ดินที่เอกชนมีสิทธิครอบครองได้และเป็นสิทธิตามกฎหมายแพ่ง จึงอาจถูกโต้แย้งสิทธิได้ การที่จำเลยนำที่ดินพิพาทที่โจทก์มีสิทธิครอบครองไปขอออกโฉนดที่ดินโดยไม่มีสิทธิย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีมีข้อพิพาทได้ แต่โจทก์จะยื่นคำร้องขอแสดงสิทธิในที่ดินเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติให้สิทธิไว้ การที่ศาลชั้นต้นยกเหตุผลที่ใช้กับคดีไม่มีข้อพิพาทมาใช้กับคดีมีข้อพิพาทและพิพากษายกฟ้องจึงไม่ตรงกับเรื่อง ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000575.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552