คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5090/2552 ฉบับเต็ม

#501904
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5090/2552 ห้างหุ้นส่วนจำกัดอริยพาณิชย์ โจทก์ บริษัทแอฟริกา-ดรีมมิ่ง จำกัด ผู้คัดค้าน นายวิโรจน์ นทีธร จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 260 คดีที่โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยชำระเงินอันเป็นคดีประธานศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี คดีถึงที่สุดไปแล้ว คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้อายัดเงินที่ผู้คัดค้านถึงกำหนดชำระแก่จำเลยไว้ชั่วคราว จึงยังมีผลต่อไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาเท่าที่จำเป็นเพื่อบังคับตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 260 (2) เท่านั้น เมื่อโจทก์ขอออกหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์ของผู้คัดค้านออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้โจทก์แล้ว โดยไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้โต้แย้งการบังคับคดีดังกล่าว ดังนั้น ปัญหาว่าผู้คัดค้านมีหนี้หรือเงินอันใดที่ต้องชำระให้แก่จำเลยตามหมายอายัดชั่วคราวหรือไม่ ถึงแม้จะพิจารณาต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์ ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามเช็ค 3 ฉบับ รวมเป็นเงิน 1,376,946 บาท และยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้อายัดเงิน 1,260,000 บาท ของบริษัทแอฟริกา - ดรีมมิ่ง จำกัด ผู้คัดค้านซึ่งถึงกำหนดชำระแก่จำเลยไว้ชั่วคราว ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านได้ว่าจ้างจำเลยก่อสร้างอาคารเป็นเงิน 9,000,000 บาท และผู้คัดค้านได้ชำระเงินค่าก่อสร้างงวดสุดท้ายไปแล้วก่อนที่โจทก์จะยื่นฟ้องจำเลย จึงไม่มีหนี้ค่าก่อสร้างที่จะต้องชำระให้แก่จำเลยอีก ดังนั้น ผู้คัดค้านไม่สามารถส่งเงินที่โจทก์ขออายัดมายังศาลได้ ขอให้เพิกถอนหมายอายัด โจทก์ไม่ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านปฏิบัติตามคำสั่งอายัด ยกคำคัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "กรณีได้ความว่า คดีที่โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยชำระเงินอันเป็นคดีประธาน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี คดีถึงที่สุดไปแล้ว คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้อายัดเงินที่ผู้คัดค้านถึงกำหนดชำระแก่จำเลยไว้ชั่วคราว จึงยังมีผลต่อไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาเท่าที่จำเป็นเพื่อบังคับตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260 (2) เท่านั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงในสำนวนคดีนี้ว่า โจทก์ขอออกหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์ของผู้คัดค้านออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้โจทก์แล้ว โดยไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้โต้แย้งการบังคับคดีดังกล่าว ดังนั้น ปัญหาว่าผู้คัดค้านมีหนี้หรือเงินอันใดที่ต้องชำระให้แก่จำเลยตามหมายอายัดชั่วคราวหรือไม่ ถึงแม้จะพิจารณาต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์ ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย" จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สมศักดิ์ จันทรา-เอกชัย ชินณพงศ์-ชวลิต สุจริตกุล) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
501904
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082001822"
    }
}
date
2552
deka_no
5090/2552
deka_running_no
5090
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "เอกชัย ชินณพงศ์",
    "ชวลิต สุจริตกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 260"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดอริยพาณิชย์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "บริษัทแอฟริกา-ดรีมมิ่ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิโรจน์ นทีธร"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามเช็ค 3 ฉบับ รวมเป็นเงิน 1,376,946 บาท และยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้อายัดเงิน 1,260,000 บาท ของบริษัทแอฟริกา - ดรีมมิ่ง จำกัด ผู้คัดค้านซึ่งถึงกำหนดชำระแก่จำเลยไว้ชั่วคราว

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านได้ว่าจ้างจำเลยก่อสร้างอาคารเป็นเงิน 9,000,000 บาท และผู้คัดค้านได้ชำระเงินค่าก่อสร้างงวดสุดท้ายไปแล้วก่อนที่โจทก์จะยื่นฟ้องจำเลย จึงไม่มีหนี้ค่าก่อสร้างที่จะต้องชำระให้แก่จำเลยอีก ดังนั้น ผู้คัดค้านไม่สามารถส่งเงินที่โจทก์ขออายัดมายังศาลได้ ขอให้เพิกถอนหมายอายัด

โจทก์ไม่ยื่นคำคัดค้าน

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านปฏิบัติตามคำสั่งอายัด ยกคำคัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "กรณีได้ความว่า คดีที่โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยชำระเงินอันเป็นคดีประธาน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี คดีถึงที่สุดไปแล้ว คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้อายัดเงินที่ผู้คัดค้านถึงกำหนดชำระแก่จำเลยไว้ชั่วคราว จึงยังมีผลต่อไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาเท่าที่จำเป็นเพื่อบังคับตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260 (2) เท่านั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงในสำนวนคดีนี้ว่า โจทก์ขอออกหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์ของผู้คัดค้านออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้โจทก์แล้ว โดยไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้โต้แย้งการบังคับคดีดังกล่าว ดังนั้น ปัญหาว่าผู้คัดค้านมีหนี้หรือเงินอันใดที่ต้องชำระให้แก่จำเลยตามหมายอายัดชั่วคราวหรือไม่ ถึงแม้จะพิจารณาต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์ ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย"

จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000551.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552