คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3694/2553 ฉบับเต็ม

#501937
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3694/2553 พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์ นายสุรชัย แซ่เล้า โจทก์ร่วม นางวิลินญา จันทร์มา จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 30 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยออกเช็คให้แก่บริษัท ส. โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้นและในขณะที่ออกเช็คนั้นไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ อันเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ผู้เสียหายในคดีนี้คือบริษัท ส. ไม่ใช่นาย ส. แม้นาย ส. จะเป็นกรรมการของบริษัท ส. แต่การกระทำการแทนบริษัทจะต้องลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัท จึงจะมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทได้ เมื่อปรากฏตามคำร้องของนาย ส. ว่าเป็นการยื่นคำร้องในฐานะส่วนตัว ดังนั้นนาย ส. จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้นาย ส. เข้าเป็นโจทก์ร่วมจึงเป็นการไม่ชอบ โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่คู่ความในคดี ไม่มีสิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาต่อมา ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 (1) (2) จำเลยให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณา นายสุรชัย ในฐานะส่วนตัวยื่นคำร้องเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยเป็นเงิน 10,000 บาท อีกสถานหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 1 ปี หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 , 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามฟ้องและทางนำสืบของโจทก์ว่า ผู้เสียหายคือบริษัทสุรชัยฟาร์ม จำกัด ไม่ใช่นายสุรชัย แม้นายสุรชัยจะเป็นกรรมการของบริษัทสุรชัยฟาร์ม จำกัด แต่การกระทำการแทนบริษัทจะต้องลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทจึงจะมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทได้ เมื่อปรากฏตามคำร้องของนายสุรชัยว่าเป็นการยื่นคำร้องในฐานะส่วนตัว นายสุรชัยจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับโจทก์ร่วมในคดีนี้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้นายสุรชัยเข้าเป็นโจทก์ร่วมจึงเป็นการไม่ชอบ โจทก์ร่วมจึงมิใช่คู่ความในคดีไม่มีสิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาต่อมา ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้นายสุรชัยเข้าร่วมเป็นโจทก์คดีนี้ และยกฎีกาโจทก์ร่วม (กีรติ กาญจนรินทร์-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-สมชาย พันธุมะโอภาส) ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายกิตติศักดิ์ อเนกธีรกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายรัชพงศ์ วิสุทธิสังวร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.6094/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ5248/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3338/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
501937
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดภูเก็ต",
        "judge": "นายกิตติศักดิ์ อเนกธีรกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายรัชพงศ์ วิสุทธิสังวร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081996828"
    }
}
date
2553
deka_no
3694/2553
deka_running_no
3694
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "กีรติ กาญจนรินทร์",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "สมชาย พันธุมะโอภาส"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 30"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายสุรชัย แซ่เล้า"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางวิลินญา จันทร์มา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 (1) (2)

จำเลยให้การรับสารภาพ

ระหว่างพิจารณา นายสุรชัย ในฐานะส่วนตัวยื่นคำร้องเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยเป็นเงิน 10,000 บาท อีกสถานหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 1 ปี หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 , 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ร่วมฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามฟ้องและทางนำสืบของโจทก์ว่า ผู้เสียหายคือบริษัทสุรชัยฟาร์ม จำกัด ไม่ใช่นายสุรชัย แม้นายสุรชัยจะเป็นกรรมการของบริษัทสุรชัยฟาร์ม จำกัด แต่การกระทำการแทนบริษัทจะต้องลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทจึงจะมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทได้ เมื่อปรากฏตามคำร้องของนายสุรชัยว่าเป็นการยื่นคำร้องในฐานะส่วนตัว นายสุรชัยจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับโจทก์ร่วมในคดีนี้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้นายสุรชัยเข้าเป็นโจทก์ร่วมจึงเป็นการไม่ชอบ โจทก์ร่วมจึงมิใช่คู่ความในคดีไม่มีสิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาต่อมา ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้

พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้นายสุรชัยเข้าร่วมเป็นโจทก์คดีนี้ และยกฎีกาโจทก์ร่วม
opensearch_id
primary_black_case_no
อ5248/2547
primary_red_case_no
อ3338/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000507.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.6094/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553