ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5303/2553
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา
โจทก์
นายอุเทน เนาว์พิมาย กับพวก
จำเลย
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.อ. มาตรา 83, มาตรา 91, มาตรา 277, มาตรา 279, มาตรา 317 วรรคแรก, มาตรา 317 วรรคสาม, มาตรา 319 วรรคแรก
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสี่พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี แต่เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทั้งสี่กระทำความผิดพรากผู้เสียหายที่ 1 โดยเข้าใจผิดว่าผู้เสียหายที่ 1 อายุกว่าสิบห้าปี อันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 319 วรรคแรก ศาลย่อมปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม ป.อ. มาตรา 319 วรรคแรก ซึ่งมีการกระทำอันเป็นความผิดรวมอยู่ในความผิดตามที่โจทก์ฟ้องและมีโทษเบากว่าตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้ายได้ มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษดังที่จำเลยทั้งสี่ฎีกา
___________________________
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 277, 279, 317 วรรคแรก และวรรคสาม
จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้อ้างเหตุสำคัญผิดในข้อเท็จจริงของอายุผู้เสียหายที่ 1 แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยทั้งสี่ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษา จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก, 317 วรรคสาม, 83 จำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก และจำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก, 317 วรรคสาม การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฐานร่วมกันกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปี จำคุกคนละ 5 ปี ฐานร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าไปเสียจากมารดาเพื่อการอนาจาร จำคุกคนละ 5 ปี ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี จำคุก 1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 11 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 10 ปี การกระทำของจำเลยที่ 4 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปจากมารดาเพื่อการอนาจาร ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 5 ปี และจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน
จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก ให้จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก
จำเลยทั้งสี่ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสี่ฎีกาโจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทั้งสี่กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก จึงไม่ชอบ เห็นว่า แม้ความผิดที่โจทก์ฟ้องจะขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสี่พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี แต่เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทั้งสี่กระทำความผิดพรากผู้เสียหายที่ 1 โดยเข้าใจผิดว่าผู้เสียหายที่ 1 อายุกว่าสิบห้าปี อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก ศาลย่อมปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก มีการกระทำอันเป็นความผิดรวมอยู่ในความผิดตามที่โจทก์ฟ้องและมีโทษเบากว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้ายได้ มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษดังที่จำเลยทั้งสี่ฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
(พิสิฐ ฐิติภัค-ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว-สุทธิโชค เทพไตรรัตน์)
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายครรชิต ปังคานนท์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางสุรีพร อัชฌานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.272/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ