คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5597/2553 ฉบับเต็ม

#501961
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5597/2553 นายเกียรติชัย งานทวี และนางสกุณี งานทวี ในฐานะ ผู้จัดการมรดกของนายชัยสิน งานทวี ผู้ตาย โจทก์ นายทวี หนูด้วง กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 358, มาตรา 359 ป.วิ.อ. มาตรา 185 โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ช. ฟ้องจำเลยทั้งห้าว่าทำให้ที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของ ช.เสียหาย ขอให้ลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพและยื่นคำร้องใจความว่าที่ดินดังกล่าวมิใช่ที่ดินโจทก์ แต่เป็นที่ดินในเขตนิคมท้ายเหมืองที่บริษัท ง. ได้รับประทานบัตรในการทำเหมืองแร่ เมื่อหมดอายุประทานบัตรแล้วบริษัท ง. และโจทก์มิได้ทำประโยชน์ในที่ดิน ที่ดินดังกล่าวมิใช่ทรัพย์มรดกของ ช. จำเลยทั้งห้าเข้าทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเนื่องจากไม่มีที่ทำกิน และมุ่งหวังจะได้สิทธิการเช่าที่ดินจากนิคมท้ายเหมือง ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ทนายโจทก์แถลงขอเลื่อนคดีเนื่องจากคดีอยู่ระหว่างตกลงเรื่องค่าชดเชยในการขนย้ายให้จำเลยทั้งห้าและทำแผนที่ ต่อมาคู่ความแถลงว่าคดีไม่สามารถตกลงกันได้ขอให้ศาลมีคำพิพากษา ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งห้าตามฟ้อง จำเลยทั้งห้าฎีกาขอให้รอการลงโทษ ดังนี้ เมื่ออ่านคำให้การของจำเลยทั้งห้ารวมกับคำร้องที่ยื่นมาพร้อมกับคำให้การแล้ว จะเห็นได้ว่าจำเลยทั้งห้ายังคงโต้แย้งว่าที่ดินตามฟ้องมิใช่ที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของ ช. เหตุที่จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพอาจเป็นเพราะคดีอยู่ระหว่างเจรจาว่าจะมีการชดใช้ค่าขนย้ายให้แก่จำเลยทั้งห้าตามที่ทนายโจทก์แถลง และจำเลยทั้งห้าอาจเข้าใจว่าการกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นความผิด คำให้การของจำเลยทั้งห้ายังฟังไม่ได้ว่าเป็นคำให้การที่รับสารภาพว่าจำเลยทั้งห้าได้กระทำความผิดจริงตามที่โจทก์ฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่สืบพยานคดีจึงลงโทษจำเลยทั้งห้าไม่ได้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้องโจทก์ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 358, 359 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 358 และ 359 (ที่ถูกประกอบมาตรา 83) เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 359 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 2,000 บาท จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยทั้งห้าไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ประกอบมาตรา 83 ไม่ปรับและไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ยกฟ้องข้อหาร่วมกันขุดทำลายถนนที่โจทก์ใช้ในการเข้าออก จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในวันนัดพร้อม จำเลยทั้งห้ายื่นคำให้การขอถอนคำให้การเดิมที่ปฏิเสธและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ พร้อมทั้งยื่นคำร้องใจความว่า จำเลยทั้งห้าครอบครองทำประโยชน์ที่ดินในเขตนิคมท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เนื้อที่ประมาณ 180 ไร่ โจทก์ได้ขุดร่องที่ดินเพื่อทำประโยชน์แต่มิได้ทำประโยชน์ในที่ดินต่อมา ที่ดังกล่าวมิใช่ที่ดินโจทก์ แต่เป็นที่ดินที่บริษัทงานทวีพี่น้อง จำกัด ได้รับประทานบัตรในการทำเหมือนแร่เมื่อหมดอายุประทานบัตรแล้ว บริษัทงานทวีพี่น้อง จำกัด และโจทก์มิได้ทำประโยชน์ในที่ดินที่ดินดังกล่าวมิใช่ทรัพย์มรดกของนายชัยสิน ที่โจทก์ฟ้องว่าได้รับความเสียหายเป็นเงิน 400,000 บาท จึงไม่เป็นความจริง จำเลยทั้งห้าเข้าทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเนื่องจากไม่มีที่ทำกิน และมุ่งหวังจะได้สิทธิการเช่าที่ดินจากนิคมท้ายเมือง จึงขอให้ศาลชั้นตั้นลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลชั้นต้นสั่งรับคำให้การจำเลยทั้งห้า ทนายโจทก์แถลงขอเลื่อนคดีเนื่องจากคดีอยู่ระหว่างตกลงเรื่องค่าชดเชยในการขนย้ายให้จำเลยทั้งห้าและทำแผนที่ ต่อมาคู่ความแถลงว่าคดีไม่สามารถตกลงกันได้ ขอให้ศาลมีคำพิพากษา เห็นว่า คำให้การของจำเลยทั้งห้าดังกล่าวเมื่ออ่านรวมกับคำร้องที่ยื่นมาพร้อมกับคำให้การแล้วจะเห็นได้ว่าจำเลยทั้งห้ายังคงโต้แย้งว่าที่ดินตามฟ้องมิใช่ที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของนายชัยสินจึงมิใช่ที่ดินของโจทก์ซึ่งฟ้องคดีในฐานะผู้จัดการมรดกของนายชัยสิน เหตุที่จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพอาจเป็นเพราะคดีอยู่ระหว่างเจรจาว่าจะมีการชดใช้ค่าขนย้ายให้แก่จำเลยทั้งห้าตามที่ทนายโจทก์แถลง และจำเลยทั้งห้าอาจเข้าใจว่าการกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นความผิด คำให้การของจำเลยทั้งห้าจึงฟังไม่ได้ว่าเป็นคำให้การรับสารภาพว่าจำเลยทั้งห้าได้กระทำความผิดจริงตามที่โจทก์ฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน คดีจึงลงโทษจำเลยทั้งห้าไม่ได้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง (สมชาย พันธุมะโอภาส-ชัยวัฒน์ เวียงธีระวัฒน์-อาวุธ ปั้นปรีชา) ศาลจังหวัดพังงา - นายธรรมนูญ ชูทอง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายปัญญา ช่อมณี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.6492/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
501961
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพังงา",
        "judge": "นายธรรมนูญ ชูทอง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายปัญญา ช่อมณี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081995905"
    }
}
date
2553
deka_no
5597/2553
deka_running_no
5597
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย พันธุมะโอภาส",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีระวัฒน์",
    "อาวุธ ปั้นปรีชา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 358",
            "ม. 359"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 185"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นายเกียรติชัย งานทวี และนางสกุณี งานทวี ในฐานะ"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้จัดการมรดกของนายชัยสิน งานทวี ผู้ตาย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายทวี หนูด้วง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 358, 359

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 358 และ 359 (ที่ถูกประกอบมาตรา 83) เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 359 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 2,000 บาท จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยทั้งห้าไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ประกอบมาตรา 83 ไม่ปรับและไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ยกฟ้องข้อหาร่วมกันขุดทำลายถนนที่โจทก์ใช้ในการเข้าออก

จำเลยทั้งห้าฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในวันนัดพร้อม จำเลยทั้งห้ายื่นคำให้การขอถอนคำให้การเดิมที่ปฏิเสธและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ พร้อมทั้งยื่นคำร้องใจความว่า จำเลยทั้งห้าครอบครองทำประโยชน์ที่ดินในเขตนิคมท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เนื้อที่ประมาณ 180 ไร่ โจทก์ได้ขุดร่องที่ดินเพื่อทำประโยชน์แต่มิได้ทำประโยชน์ในที่ดินต่อมา ที่ดังกล่าวมิใช่ที่ดินโจทก์ แต่เป็นที่ดินที่บริษัทงานทวีพี่น้อง จำกัด ได้รับประทานบัตรในการทำเหมือนแร่เมื่อหมดอายุประทานบัตรแล้ว บริษัทงานทวีพี่น้อง จำกัด และโจทก์มิได้ทำประโยชน์ในที่ดินที่ดินดังกล่าวมิใช่ทรัพย์มรดกของนายชัยสิน ที่โจทก์ฟ้องว่าได้รับความเสียหายเป็นเงิน 400,000 บาท จึงไม่เป็นความจริง จำเลยทั้งห้าเข้าทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเนื่องจากไม่มีที่ทำกิน และมุ่งหวังจะได้สิทธิการเช่าที่ดินจากนิคมท้ายเมือง จึงขอให้ศาลชั้นตั้นลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลชั้นต้นสั่งรับคำให้การจำเลยทั้งห้า ทนายโจทก์แถลงขอเลื่อนคดีเนื่องจากคดีอยู่ระหว่างตกลงเรื่องค่าชดเชยในการขนย้ายให้จำเลยทั้งห้าและทำแผนที่ ต่อมาคู่ความแถลงว่าคดีไม่สามารถตกลงกันได้ ขอให้ศาลมีคำพิพากษา เห็นว่า คำให้การของจำเลยทั้งห้าดังกล่าวเมื่ออ่านรวมกับคำร้องที่ยื่นมาพร้อมกับคำให้การแล้วจะเห็นได้ว่าจำเลยทั้งห้ายังคงโต้แย้งว่าที่ดินตามฟ้องมิใช่ที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของนายชัยสินจึงมิใช่ที่ดินของโจทก์ซึ่งฟ้องคดีในฐานะผู้จัดการมรดกของนายชัยสิน เหตุที่จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพอาจเป็นเพราะคดีอยู่ระหว่างเจรจาว่าจะมีการชดใช้ค่าขนย้ายให้แก่จำเลยทั้งห้าตามที่ทนายโจทก์แถลง และจำเลยทั้งห้าอาจเข้าใจว่าการกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นความผิด คำให้การของจำเลยทั้งห้าจึงฟังไม่ได้ว่าเป็นคำให้การรับสารภาพว่าจำเลยทั้งห้าได้กระทำความผิดจริงตามที่โจทก์ฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน คดีจึงลงโทษจำเลยทั้งห้าไม่ได้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000499.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.6492/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553