คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6374/2552 ฉบับเต็ม

#501965
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6374/2552 นายมงคล เมฆเสรีกุล ผู้ชำระบัญชี ร้องขอให้ บริษัทเงินทุนเอกธนกิจ จำกัด (มหาชน) ล้มละลาย บริษัทบางกอกอินเวสทิเกชั่น แอนด์ รีกัล จำกัด ผู้ร้อง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (2), มาตรา 119 แม้ผู้ถูกทวงหนี้มิได้ปฏิเสธหนี้เป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ซึ่งถือว่าเป็นหนี้เด็ดขาดตามกฎหมาย และต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นำสิทธิเรียกร้องดังกล่าวออกขายโดยวิธีประมูลซึ่งผู้ร้องเป็นผู้ซื้อได้ แต่การขอออกคำบังคับ การขอออกหมายบังคับคดี และการขอให้ศาลมีคำสั่งยึด หรืออายัดทรัพย์สินของผู้ถูกทวงหนี้ไว้ชั่วคราวก่อนศาลมีคำสั่งในเรื่องนี้นั้นเป็นอำนาจเฉพาะของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวในการเก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่นตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 119 ประกอบมาตรา 22 (2) ผู้ร้องในฐานะผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากลูกหนี้จึงมีเพียงสิทธิเรียกร้องตามสัญญาเช่าซื้อพิพาทที่จะดำเนินการทวงถามและฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันในทางแพ่งต่อไป แต่ไม่อาจขอเข้าสวมสิทธิอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามบทบัญญัติดังกล่าวได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2545 และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือทวงหนี้ฉบับลงวันที่ 18 สิงหาคม 2547 ให้นายประเทืองและนายสุธรรมผู้ถูกทวงหนี้รายที่ 2331 ร่วมกันชำระหนี้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อจำนวน 120,448.82 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี นับแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นำสิทธิเรียกร้องดังกล่าวออกขายโดยวิธีประมูลซึ่งผู้ร้องเป็นผู้ซื้อได้ตามหนังสือสัญญาซื้อขายสิทธิเรียกร้องฉบับลงวันที่ 1 พฤศิจกายน 2549 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ออกคำบังคับให้นายประเทืองและนายสุธรรมผู้ถูกทวงหนี้รายที่ 2331 ชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ให้อำนาจเฉพาะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้นที่จะขอให้ศาลออกคำบังคับได้ส่วนสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่อย่างไร ก็สามารถดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมายแพ่งต่อไปได้แต่จะให้ศาลล้มละลายกลางออกคำบังคับตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ไม่ได้ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่าแม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามคำร้องของผู้ร้องว่า ผู้ถูกทวงหนี้รายที่ 2331 มิได้ปฏิเสธหนี้เป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ซึ่งถือว่าเป็นหนี้เด็ดขาดตามกฎหมายก็ตาม แต่การขอออกคำบังคับ การขอออกหมายบังคับคดี และการขอให้ศาลมีคำสั่งยึด หรืออายัดทรัพย์สินของผู้ถูกทวงหนี้ไว้ชั่วคราวก่อนศาลมีคำสั่งในเรื่องหนี้นั้นเป็นอำนาจเฉพาะของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวในการเก็บรวบรวมและรับเงิน หรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 119 ประกอบมาตรา 22 (2) ผู้ร้องในฐานะผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากลูกหนี้จึงมีเพียงสิทธิเรียกร้องตามสัญญาเช่าซื้อที่จะดำเนินการทวงถามและฟ้องร้องดำเนินคดีแก่นายประเทืองผู้เช่าซื้อและนายสุธรรมผู้ค้ำประกันในทางแพ่งต่อไป แต่ไม่อาจขอเข้าสวมสิทธิอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามบทบัญญัติดังกล่าวได้ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้เป็นพับ (พิชัย อภิชาตอำมฤต-รัตน กองแก้ว-ไพโรจน์ วายุภาพ) ศาลล้มละลายกลาง - นายอนันต์ พร้อมพูล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
501965
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายอนันต์ พร้อมพูล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082000666"
    }
}
date
2552
deka_no
6374/2552
deka_running_no
6374
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "พิชัย อภิชาตอำมฤต",
    "รัตน กองแก้ว",
    "ไพโรจน์ วายุภาพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 22 (2)",
            "ม. 119"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นายมงคล เมฆเสรีกุล ผู้ชำระบัญชี ร้องขอให้"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทเงินทุนเอกธนกิจ จำกัด (มหาชน) ล้มละลาย"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทบางกอกอินเวสทิเกชั่น แอนด์ รีกัล จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2545 และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือทวงหนี้ฉบับลงวันที่ 18 สิงหาคม 2547 ให้นายประเทืองและนายสุธรรมผู้ถูกทวงหนี้รายที่ 2331 ร่วมกันชำระหนี้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อจำนวน 120,448.82 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี นับแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นำสิทธิเรียกร้องดังกล่าวออกขายโดยวิธีประมูลซึ่งผู้ร้องเป็นผู้ซื้อได้ตามหนังสือสัญญาซื้อขายสิทธิเรียกร้องฉบับลงวันที่ 1 พฤศิจกายน 2549

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ออกคำบังคับให้นายประเทืองและนายสุธรรมผู้ถูกทวงหนี้รายที่ 2331 ชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้อง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ให้อำนาจเฉพาะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้นที่จะขอให้ศาลออกคำบังคับได้ส่วนสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่อย่างไร ก็สามารถดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมายแพ่งต่อไปได้แต่จะให้ศาลล้มละลายกลางออกคำบังคับตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ไม่ได้ ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่าแม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามคำร้องของผู้ร้องว่า ผู้ถูกทวงหนี้รายที่ 2331 มิได้ปฏิเสธหนี้เป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ซึ่งถือว่าเป็นหนี้เด็ดขาดตามกฎหมายก็ตาม แต่การขอออกคำบังคับ การขอออกหมายบังคับคดี และการขอให้ศาลมีคำสั่งยึด หรืออายัดทรัพย์สินของผู้ถูกทวงหนี้ไว้ชั่วคราวก่อนศาลมีคำสั่งในเรื่องหนี้นั้นเป็นอำนาจเฉพาะของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวในการเก็บรวบรวมและรับเงิน หรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 119 ประกอบมาตรา 22 (2) ผู้ร้องในฐานะผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากลูกหนี้จึงมีเพียงสิทธิเรียกร้องตามสัญญาเช่าซื้อที่จะดำเนินการทวงถามและฟ้องร้องดำเนินคดีแก่นายประเทืองผู้เช่าซื้อและนายสุธรรมผู้ค้ำประกันในทางแพ่งต่อไป แต่ไม่อาจขอเข้าสวมสิทธิอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามบทบัญญัติดังกล่าวได้ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000541.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552