คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5564/2552 ฉบับเต็ม

#501999
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5564/2552 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายสุวัฒน์หรือบอย ช่วยชิด กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 340 ตรี การใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี ต้องเป็นการใช้ตามลักษณะการใช้งานของยานพาหนะที่เป็นเครื่องนำไป หรือเครื่องขับขี่ แต่การใช้รถจักรยานจอดล้มขวางถนนให้ผู้เสียหายหยุดรถจักรยานยนต์พาหนะซึ่งใช้เป็นเครื่องนำผู้ขับขี่เคลื่อนที่ไป จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดตามมาตรา 340 ตรี ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2548 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยทั้งสองกับพวกอีก 2 คน ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยลักทรัพย์เงิน 400 บาท ของนายเลิศผู้เสียหายไป โดยการปล้นทรัพย์ดังกล่าว จำเลยทั้งสองกับพวกใช้รถจักรยาน 2 คัน ขวางถนนบังคับให้ผู้เสียหายหยุดรถ แล้วจำเลยทั้งสองกับพวกเข้ารุมชกต่อยผู้เสียหายอันเป็นการใช้กำลังประทุษร้าย จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย ทั้งนี้ เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์การพาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ และปกปิดการกระทำผิดนั้น โดยจำเลยทั้งสองกับพวกใช้รถจักรยาน 2 คัน เป็นยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 340, 340 ตรี ริบของกลางและให้จำเลยทั้งสองคืนเงิน 400 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี ประกอบด้วยมาตรา 340 วรรคแรก และ 83 จำคุกคนละ 15 ปี ริบของกลาง และให้จำเลยทั้งสองคืนเงิน 400 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก ให้จำคุกคนละ 10 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยคู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง จำเลยทั้งสองกับพวกใช้รถจักรยานของกลาง 2 คันจอดล้มขวางถนนบริเวณที่เกิดเหตุ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ชนรถจักรยานของกลางจนต้องหยุดรถ แล้วจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปล้นทรัพย์เงิน 400 บาท ของผู้เสียหายไป ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี ด้วยหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยทั้งสองใช้รถจักรยานของกลางมาจอดล้มขวางถนน จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้องหยุดรถ แล้วถูกจำเลยทั้งสองกับพวกปล้นทรัพย์ เป็นการใช้รถจักรยานของกลางเป็นยานพาหนะเพื่อกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี แล้ว เห็นว่า การใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี ต้องเป็นการใช้ตามลักษณะการใช้งานของยานพาหนะที่เป็นเครื่องนำไป หรือเครื่องขับขี่ แต่การใช้รถจักรยานของกลางจอดล้มขวางถนนไว้ไม่ใช่เป็นการใช้รถจักรยานของกลางตามลักษณะการใช้งานของยานพาหนะซึ่งใช้เป็นเครื่องนำผู้ขับขี่เคลื่อนที่ไป จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ไชยยงค์ คงจันทร์-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
501999
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082001360"
    }
}
date
2552
deka_no
5564/2552
deka_running_no
5564
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "ไชยยงค์ คงจันทร์",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 340 ตรี"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุวัฒน์หรือบอย ช่วยชิด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2548 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยทั้งสองกับพวกอีก 2 คน ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยลักทรัพย์เงิน 400 บาท ของนายเลิศผู้เสียหายไป โดยการปล้นทรัพย์ดังกล่าว จำเลยทั้งสองกับพวกใช้รถจักรยาน 2 คัน ขวางถนนบังคับให้ผู้เสียหายหยุดรถ แล้วจำเลยทั้งสองกับพวกเข้ารุมชกต่อยผู้เสียหายอันเป็นการใช้กำลังประทุษร้าย จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย ทั้งนี้ เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์การพาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ และปกปิดการกระทำผิดนั้น โดยจำเลยทั้งสองกับพวกใช้รถจักรยาน 2 คัน เป็นยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 340, 340 ตรี ริบของกลางและให้จำเลยทั้งสองคืนเงิน 400 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี ประกอบด้วยมาตรา 340 วรรคแรก และ 83 จำคุกคนละ 15 ปี ริบของกลาง และให้จำเลยทั้งสองคืนเงิน 400 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก ให้จำคุกคนละ 10 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยคู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง จำเลยทั้งสองกับพวกใช้รถจักรยานของกลาง 2 คันจอดล้มขวางถนนบริเวณที่เกิดเหตุ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ชนรถจักรยานของกลางจนต้องหยุดรถ แล้วจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปล้นทรัพย์เงิน 400 บาท ของผู้เสียหายไป

ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี ด้วยหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยทั้งสองใช้รถจักรยานของกลางมาจอดล้มขวางถนน จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้องหยุดรถ แล้วถูกจำเลยทั้งสองกับพวกปล้นทรัพย์ เป็นการใช้รถจักรยานของกลางเป็นยานพาหนะเพื่อกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี แล้ว เห็นว่า การใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี ต้องเป็นการใช้ตามลักษณะการใช้งานของยานพาหนะที่เป็นเครื่องนำไป หรือเครื่องขับขี่ แต่การใช้รถจักรยานของกลางจอดล้มขวางถนนไว้ไม่ใช่เป็นการใช้รถจักรยานของกลางตามลักษณะการใช้งานของยานพาหนะซึ่งใช้เป็นเครื่องนำผู้ขับขี่เคลื่อนที่ไป จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000547.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552