คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2552 ฉบับเต็ม

#502148
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2552 บริษัทสาริน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด ลูกหนี้ผู้ร้องขอ นางสุดารัตน์ สุขฤทัยวรกุล เจ้าหนี้ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/24 วรรคสอง, มาตรา 90/26 ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/26 และมาตรา 90/24 วรรคสอง เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนแล้วกฎหมายได้กำหนดมาตรการต่างๆ ในการแจ้งคำสั่งให้เจ้าหนี้ทราบก็เพื่อให้เจ้าหนี้ทั้งหลายของลูกหนี้ได้มีโอกาสทราบถึงคำสั่งและยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ทั้งการที่จะตัดสิทธิของเจ้าหนี้เพราะเหตุที่เจ้าหนี้มิได้ยื่นขอรับชำระหนี้นั้นก็ต้องปรากฎด้วยว่าได้มีการประกาศและแจ้งคำสั่งให้เจ้าหนี้ทราบตามที่กฎหมายได้บัญญัติรับรองไว้แล้ว คดีนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คงอ้างเฉพาะในคำแถลงคัดค้านว่าได้ดำเนินการส่งสำเนาประกาศแจ้งคำสั่งฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนให้เจ้าหนี้แล้วตามที่อยู่ที่ปรากฏในบัญชีเจ้าหนี้เท่านั้น แต่มิได้ปรากฏหลักฐานใดเลยที่แสดงว่าได้มีการนำหนังสือไปส่งยังภูมิลำเนาของเจ้าหนี้แล้วแต่อย่างใด เช่นนี้ กรณีจึงยังฟังไม่ได้ว่าได้มีการแจ้งคำสั่งตั้งผู้ทำแผนให้เจ้าหนี้ทราบโดยชอบแล้ว และเมื่อไม่ปรากฏว่าเจ้าหนี้ได้ทราบคำสั่งตั้งผู้ทำแผนก่อนหน้านั้นแล้วทั้งคดีฟื้นฟูกิจการก็ยังมิได้เสร็จสิ้นลง กรณีจึงมีเหตุสมควรที่จะรับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไว้พิจารณาต่อไป ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัทสาริน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด ลูกหนี้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2543 และตั้งบริษัทสาริน แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ประกาศโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผนในหนังสือพิมพ์สยามรัฐและมติชน ฉบับวันที่ 11 ตุลาคม 2543 และราชกิจจานุเบกษา วันที่ 31 ตุลาคม 2543 ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2549 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามสัญญาจะซื้อจะขายจำนวน 799,200 บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งว่า เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/26 จึงไม่รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ เจ้าหนี้ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "...กรณีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าเจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/26 บัญญัติว่า เจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวไว้ในส่วนนี้ แม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือเป็นเจ้าหนี้ที่ได้ฟ้องคดีแพ่งไว้แล้ว แต่คดียังอยู่ระหว่างพิจารณาก็ตาม ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้พร้อมสำเนาต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 1 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผน และมาตรา 90/24 วรรคสอง บัญญัติว่า เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนแล้วให้นำความในมาตรา 90/20 วรรคสี่ และมาตรา 90/21 วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม กับให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยังเจ้าหนี้ทั้งหลายตามบัญชีรายชื่อที่ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เสนอต่อศาลและเจ้าหนี้อื่นเท่าที่ทราบเช่นนี้ เห็นได้ว่าการที่กฎหมายได้กำหนดมาตรการต่างๆ ในการแจ้งคำสั่งให้เจ้าหนี้ทราบนั้น ก็เพื่อให้เจ้าหนี้ทั้งหลายของลูกหนี้ได้มีโอกาสทราบถึงคำสั่งและยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ทั้งการที่จะตัดสิทธิของเจ้าหนี้เพราะเหตุที่เจ้าหนี้มิได้ยื่นขอรับชำระหนี้นั้นก็จะต้องปรากฏด้วยว่าได้มีการประกาศและแจ้งคำสั่งให้เจ้าหนี้ทราบตามที่กฎหมายได้บัญญัติรับรองไว้แล้ว กรณีต้องวินิจฉัยต่อไปว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แจ้งคำสั่งตั้งผู้ทำแผนให้เจ้าหนี้ทราบแล้วหรือไม่ เจ้าหนี้อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า บ้านเลขที่ 162 ซอยแสนสบาย ถนนพระราม 4 นั้น เจ้าหนี้เช่าเพื่อเก็บสินค้าและให้คนงานพักอาศัย ส่วนเจ้าหนี้และสามีพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 44 ซอยแสนสุข ถนนพระราม 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ซึ่งตามปกติแล้วหากมีหนังสือส่งมาที่บ้านเลขที่ 162 ซอยแสนสบาย ถนนพระราม 4 คนงานที่พักอาศัยอยู่จะเก็บหนังสือไว้ให้ ส่วนหนังสือของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้นเจ้าหนี้ไม่เคยได้รับเลย ส่วนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้นคงอ้างเฉพาะในคำแถลงคัดค้านว่าได้ดำเนินการส่งสำเนาประกาศแจ้งคำสั่งฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนให้เจ้าหนี้แล้วตามที่อยู่ที่ปรากฏในบัญชีเจ้าหนี้เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2543 ตามสำเนาคำร้องและบัญชีเจ้าหนี้ตามเอกสารหมายเลข 2 ท้ายคำคัดค้าน แต่ปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวนั้นมีเพียงชื่อ ที่อยู่ของเจ้าหนี้เท่านั้นมิได้ปรากฏหลักฐานใดเลยที่แสดงว่าได้มีการนำหนังสือดังกล่าวไปส่งยังภูมิลำเนาของเจ้าหนี้แล้วแต่อย่างใดเช่นนี้ กรณีจึงยังฟังไม่ได้ว่าได้มีการแจ้งคำสั่งตั้งผู้ทำแผนให้เจ้าหนี้ทราบโดยชอบแล้ว และเมื่อไม่ปรากฏว่าเจ้าหนี้ได้ทราบคำสั่งตั้งผู้ทำแผนก่อนหน้านั้นแล้ว ทั้งคดีฟื้นฟูกิจการก็ยังมิได้เสร็จสิ้นลง กรณีจึงมีเหตุสมควรที่จะรับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไว้พิจารณาต่อไป" พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไว้ดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/26 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลในชั้นนี้ให้เป็นพับ (สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร-ไพโรจน์ วายุภาพ-วีระพล ตั้งสุวรรณ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
502148
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082004230"
    }
}
date
2552
deka_no
1683/2552
deka_running_no
1683
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร",
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "วีระพล ตั้งสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/24 วรรคสอง",
            "ม. 90/26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ลูกหนี้ผู้ร้องขอ",
        "name": "บริษัทสาริน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด"
    },
    {
        "role": "เจ้าหนี้",
        "name": "นางสุดารัตน์ สุขฤทัยวรกุล"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัทสาริน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด ลูกหนี้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2543 และตั้งบริษัทสาริน แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ประกาศโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผนในหนังสือพิมพ์สยามรัฐและมติชน ฉบับวันที่ 11 ตุลาคม 2543 และราชกิจจานุเบกษา วันที่ 31 ตุลาคม 2543 ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2549 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามสัญญาจะซื้อจะขายจำนวน 799,200 บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งว่า เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/26 จึงไม่รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้

เจ้าหนี้ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "...กรณีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าเจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/26 บัญญัติว่า เจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวไว้ในส่วนนี้ แม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือเป็นเจ้าหนี้ที่ได้ฟ้องคดีแพ่งไว้แล้ว แต่คดียังอยู่ระหว่างพิจารณาก็ตาม ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้พร้อมสำเนาต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 1 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผน และมาตรา 90/24 วรรคสอง บัญญัติว่า เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนแล้วให้นำความในมาตรา 90/20 วรรคสี่ และมาตรา 90/21 วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม กับให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยังเจ้าหนี้ทั้งหลายตามบัญชีรายชื่อที่ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เสนอต่อศาลและเจ้าหนี้อื่นเท่าที่ทราบเช่นนี้ เห็นได้ว่าการที่กฎหมายได้กำหนดมาตรการต่างๆ ในการแจ้งคำสั่งให้เจ้าหนี้ทราบนั้น ก็เพื่อให้เจ้าหนี้ทั้งหลายของลูกหนี้ได้มีโอกาสทราบถึงคำสั่งและยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ทั้งการที่จะตัดสิทธิของเจ้าหนี้เพราะเหตุที่เจ้าหนี้มิได้ยื่นขอรับชำระหนี้นั้นก็จะต้องปรากฏด้วยว่าได้มีการประกาศและแจ้งคำสั่งให้เจ้าหนี้ทราบตามที่กฎหมายได้บัญญัติรับรองไว้แล้ว กรณีต้องวินิจฉัยต่อไปว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แจ้งคำสั่งตั้งผู้ทำแผนให้เจ้าหนี้ทราบแล้วหรือไม่ เจ้าหนี้อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า บ้านเลขที่ 162 ซอยแสนสบาย ถนนพระราม 4 นั้น เจ้าหนี้เช่าเพื่อเก็บสินค้าและให้คนงานพักอาศัย ส่วนเจ้าหนี้และสามีพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 44 ซอยแสนสุข ถนนพระราม 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ซึ่งตามปกติแล้วหากมีหนังสือส่งมาที่บ้านเลขที่ 162 ซอยแสนสบาย ถนนพระราม 4 คนงานที่พักอาศัยอยู่จะเก็บหนังสือไว้ให้ ส่วนหนังสือของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้นเจ้าหนี้ไม่เคยได้รับเลย ส่วนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้นคงอ้างเฉพาะในคำแถลงคัดค้านว่าได้ดำเนินการส่งสำเนาประกาศแจ้งคำสั่งฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนให้เจ้าหนี้แล้วตามที่อยู่ที่ปรากฏในบัญชีเจ้าหนี้เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2543 ตามสำเนาคำร้องและบัญชีเจ้าหนี้ตามเอกสารหมายเลข 2 ท้ายคำคัดค้าน แต่ปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวนั้นมีเพียงชื่อ ที่อยู่ของเจ้าหนี้เท่านั้นมิได้ปรากฏหลักฐานใดเลยที่แสดงว่าได้มีการนำหนังสือดังกล่าวไปส่งยังภูมิลำเนาของเจ้าหนี้แล้วแต่อย่างใดเช่นนี้ กรณีจึงยังฟังไม่ได้ว่าได้มีการแจ้งคำสั่งตั้งผู้ทำแผนให้เจ้าหนี้ทราบโดยชอบแล้ว และเมื่อไม่ปรากฏว่าเจ้าหนี้ได้ทราบคำสั่งตั้งผู้ทำแผนก่อนหน้านั้นแล้ว ทั้งคดีฟื้นฟูกิจการก็ยังมิได้เสร็จสิ้นลง กรณีจึงมีเหตุสมควรที่จะรับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไว้พิจารณาต่อไป"

พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไว้ดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/26 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000572.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552