คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5070/2552 ฉบับเต็ม

#502384
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5070/2552 นายสมชาย เจริญพรพงศ์ โจทก์ กรมบังคับคดี จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 150 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17, มาตรา 25 โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนด จำเลยยึดถือและครอบครองโฉนดที่ดินของโจทก์และปิดประกาศขายทอดตลาดโดยเจตนาทุจริต ฉ้อฉล ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ส่งมอบโฉนดที่ดินคืนแก่โจทก์ โดยโจทก์มิได้ขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ศาลแขวงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบด้วย มาตรา 25 (4) ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1432 และ 1433 ตำบลบางพลัด อำเภอบางพลัด กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว เดิมบริษัท วี.จี.ไอ. โกบอล มีเดีย จำกัด เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยฐานละเมิด ขับไล่ และเรียกค่าเสียหายรวม 2 คดี คือ คดีหมายเลขดำที่ 5796/2545 และคดีหมายเลขดำที่ 5797/2545 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ต่อมาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ในคดีดังกล่าว คดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยได้ทำการยึดและครอบครองโฉนดที่ดินทั้ง 2 โฉนด ของโจทก์ดังกล่าว และประกาศขายทอดตลาดโดยอ้างว่าเป็นการยึดในคดีหมายเลขดำที่ 5797/2545 คดีหมายเลขแดงที่ 2605/2546 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ โจทก์ถือว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาทุจริต ฉ้อฉลกระทำต่อโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงต้องอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 ขอศาลได้โปรดบังคับให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่1432 และ 1433 ตำบลบางพลัด อำเภอบางพลัด กรุงเทพมหานคร คืนให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ขอให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมศาลแทนโจทก์ด้วย ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว วินิจฉัยว่า โจทก์เพียงขอให้จำเลยส่งมอบเอกสารโฉนดที่ดินคืนจากจำเลย ผลของคดีไม่ทำให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นเปลี่ยนแปลงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ศาลนี้ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ให้ยกฟ้อง คืนค่าขึ้นศาล โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงว่า ศาลชั้นต้น (ศาลแขวงตลิ่งชัน) มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีโจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1432 และโฉนดเลขที่ 1433 ตำบลบางพลัด อำเภอบางพลัด กรุงเทพมหานคร จำเลยยึดถือและครอบครองโฉนดที่ดินดังกล่าวของโจทก์และปิดประกาศขายทอดตลาด โดยเจตนาทุจริต ฉ้อฉล ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวคืนแก่โจทก์ โดยโจทก์มิได้ขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินแต่อย่างใด จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ศาลแขวงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบด้วยมาตรา 25 (4) ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (ไสว จันทะศรี-ประทีป ปิติสันต์-สุรชัย เอื้ออารีตระกูล) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
502384
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082001822"
    }
}
date
2552
deka_no
5070/2552
deka_running_no
5070
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "ไสว จันทะศรี",
    "ประทีป ปิติสันต์",
    "สุรชัย เอื้ออารีตระกูล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 150"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "law_abbr": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "sections": [
            "ม. 17",
            "ม. 25"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมชาย เจริญพรพงศ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมบังคับคดี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1432 และ 1433 ตำบลบางพลัด อำเภอบางพลัด กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว เดิมบริษัท วี.จี.ไอ. โกบอล มีเดีย จำกัด เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยฐานละเมิด ขับไล่ และเรียกค่าเสียหายรวม 2 คดี คือ คดีหมายเลขดำที่ 5796/2545 และคดีหมายเลขดำที่ 5797/2545 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ต่อมาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ในคดีดังกล่าว คดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยได้ทำการยึดและครอบครองโฉนดที่ดินทั้ง 2 โฉนด ของโจทก์ดังกล่าว และประกาศขายทอดตลาดโดยอ้างว่าเป็นการยึดในคดีหมายเลขดำที่ 5797/2545 คดีหมายเลขแดงที่ 2605/2546 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ โจทก์ถือว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาทุจริต ฉ้อฉลกระทำต่อโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงต้องอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 ขอศาลได้โปรดบังคับให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่1432 และ 1433 ตำบลบางพลัด อำเภอบางพลัด กรุงเทพมหานคร คืนให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ขอให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมศาลแทนโจทก์ด้วย

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว วินิจฉัยว่า โจทก์เพียงขอให้จำเลยส่งมอบเอกสารโฉนดที่ดินคืนจากจำเลย ผลของคดีไม่ทำให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นเปลี่ยนแปลงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ศาลนี้ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ให้ยกฟ้อง คืนค่าขึ้นศาล

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงว่า ศาลชั้นต้น (ศาลแขวงตลิ่งชัน) มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีโจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1432 และโฉนดเลขที่ 1433 ตำบลบางพลัด อำเภอบางพลัด กรุงเทพมหานคร จำเลยยึดถือและครอบครองโฉนดที่ดินดังกล่าวของโจทก์และปิดประกาศขายทอดตลาด โดยเจตนาทุจริต ฉ้อฉล ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวคืนแก่โจทก์ โดยโจทก์มิได้ขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินแต่อย่างใด จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ศาลแขวงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบด้วยมาตรา 25 (4) ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000551.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552