คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2575/2552 ฉบับเต็ม

#502414
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2575/2552 การไฟฟ้านครหลวง โจทก์ นายสมิทธิ์ เนาถาวร จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 127 เอกสารใดจะเป็นเอกสารมหาชนหาได้ถือเอาแต่การที่พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นตามอำนาจหน้าที่ของตนไม่ แต่ข้อความในเอกสารนั้นต้องพาดพิงถึงประชาชนในทางใดทางหนึ่ง ทั้งต้องกระทำขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากเอกสารนั้นได้ ด้วยการตรวจสอบหรืออ้างอิงข้อเท็จจริงจากเอกสารดังกล่าว แต่รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเป็นเพียงเอกสารราชการที่เจ้าพนักงานตำรวจทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่ามีการแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานตำรวจเท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนอ้างอิงข้อเท็จจริงในเอกสารดังกล่าวจึงไม่เป็นเอกสารมหาชน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 260,277.84 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 242,118.93 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 242,118.93 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 บาท ต่อปี จากต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 600 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ต้นไม้ด้งกล่าวอยู่ในบริเวณบ้านของจำเลยหรือไม่ โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์มีคำเบิกความของนายเสงี่ยม ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นพยานยืนยันว่า ต้นไม้ที่ล้มทับสายไฟฟ้าของโจทก์เป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ภายในบริเวณบ้านของจำเลย นอกจากนี้โจทก์ยังมีใบสั่งงานประเภทเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินของโจทก์กับรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เป็นพยานหลักฐานประกอบคำเบิกความของนายเสงี่ยมว่า ข้อความในเอกสารทั้งสองฉบับระบุชัดว่าต้นไม้ที่หักทับสายไฟฟ้าของโจทก์เป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในบ้านของจำเลย โจทก์เห็นว่าใบสั่งงานประเภทเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินเป็นเอกสารมหาชน ซึ่งต้องด้วยข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 127 พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักพอให้รับฟังว่า ต้นไม้ที่หักโค่นทับสายไฟฟ้าของโจทก์เป็นต้นไม้ในบ้านของจำเลย เห็นว่า เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธว่า ต้นไม้ที่หักทับสายไฟฟ้าของโจทก์ไม่ใช่ต้นไม้ในบ้านของจำเลย โจทก์ย่อมมีภาระการพิสูจน์ให้ได้ความตามที่โจทก์กล่าวอ้าง แต่โจทก์คงมีนายเสงี่ยมเป็นพยานเพียงปากเดียวเบิกความว่า ในวันเกิดเหตุโจทก์ได้รับรายงานว่าต้นไม้ในบ้านของจำเลยหักโค่นทับสายไฟฟ้าของโจทก์ เป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าของโจทก์เสียหายหลายรายการ อย่างไรก็ดี นายเสงี่ยมยอมรับว่าในวันเกิดเหตุพยานไม่ได้เดินทางไปตรวจดูความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ได้ไปดูสถานที่เกิดเหตุหลังจากเกิดเหตุแล้ว 6 เดือน ซึ่งในขณะนั้นโจทก์ได้ซ่อมแซมเสาไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าของโจทก์จนใช้การได้แล้ว ทั้งยังยอมรับด้วยว่าไม่ได้ตรวจดูว่าต้นไม้ในบ้านของจำเลยล้มอย่างไร เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปในบ้านของจำเลยได้ คำเบิกความของนายเสงี่ยมไม่เป็นหลักฐานที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าต้นไม้ในบ้านของจำเลยล้มทับสายไฟฟ้าของโจทก์จนเป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าของโจทก์ได้รับความเสียหายตามที่โจทก์ฟ้อง ที่โจทก์ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ มีข้อความระบุชัดว่าต้นไม้ในบ้านของจำเลยโค่นทับสายไฟฟ้าแรงสูง เป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าในบริเวณนั้นและอุปกรณ์ไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ก็ได้ความจากร้อยตำรวจโทสถาปนา พยานจำเลยซึ่งขณะเกิดเหตุรับราชการอยู่ที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อว่า ในวันรุ่งขึ้นจากวันเกิดเหตุมีพนักงานของโจทก์ไปแจ้งความแก่พยานว่า ในวันเกิดเหตุต้นไม้ในบ้านของจำเลยล้มทับสายไฟฟ้าของโจทก์ ทำให้เสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าของโจทก์เสียหาย พยานจึงบันทึกรับแจ้งความไว้ในรายงานเกี่ยวกับคดีฉบับดังกล่าว แต่ความจริงจะเป็นดังที่ปรากฏในเอกสารฉบับนั้นหรือไม่ พยานไม่สามารถยืนยันได้ เนื่องจากไม่ได้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ข้อความในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่โจทก์ยกขึ้นฎีกาเป็นเพียงหลักฐานที่แสดงว่ามีผู้แจ้งความว่าต้นไม้ในบ้านของจำเลยล้มทับสายไฟฟ้าของโจทก์เท่านั้น หาใช่หลักฐานที่จะพิสูจน์ว่า ความจริงเป็นดังที่ปรากฏในเอกสารดังกล่าวไม่ เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมานำสืบให้เห็นว่า ความจริงเป็นดังที่เอกสารดังกล่าวระบุไว้ พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักพอให้รับฟังว่า ต้นไม้ในบ้านของจำเลยล้มทับสายไฟฟ้าของโจทก์ตามที่โจทก์ฟ้อง ที่โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นข้อสุดท้ายว่า รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเป็นเอกสารมหาชน โจทก์ย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าข้อความในเอกสารฉบับนั้นเป็นข้อความที่ถูกต้องแท้จริง ซึ่งโจทก์เห็นว่าศาลฎีกาควรรับฟังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามข้อความในเอกสารดังกล่าว เห็นว่า เอกสารใดจะเป็นเอกสารมหาชนได้ถือเอาแต่การที่พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นตามอำนาจหน้าที่ของตนไม่ แต่ข้อความในเอกสารนั้นต้องพาดพิงถึงประชาชนในทางใดทางหนึ่งทั้งต้องกระทำขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากเอกสารนั้นได้ ด้วยการตรวจสอบหรืออ้างอิงข้อเท็จจริงจากเอกสารดังกล่าว แต่รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเป็นเพียงเอกสารราชการที่เจ้าพนักงานตำรวจทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่ามีการแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานตำรวจเท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนอ้างอิงข้อเท็จจริงในเอกสารดังกล่าว จึงไม่เป็นเอกสารมหาชนตามที่โจทก์ฎีกา กล่าวโดยสรุป ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังรับฟังไม่ได้ว่า ต้นไม้ของจำเลยล้มทับสายไฟฟ้าตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (กำพล ภู่สุดแสวง-สถิตย์ ทาวุฒิ-พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
502414
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082003572"
    }
}
date
2552
deka_no
2575/2552
deka_running_no
2575
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "สถิตย์ ทาวุฒิ",
    "พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 127"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "การไฟฟ้านครหลวง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมิทธิ์ เนาถาวร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 260,277.84 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 242,118.93 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 242,118.93 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 บาท ต่อปี จากต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 600 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ต้นไม้ด้งกล่าวอยู่ในบริเวณบ้านของจำเลยหรือไม่ โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์มีคำเบิกความของนายเสงี่ยม ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นพยานยืนยันว่า ต้นไม้ที่ล้มทับสายไฟฟ้าของโจทก์เป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ภายในบริเวณบ้านของจำเลย นอกจากนี้โจทก์ยังมีใบสั่งงานประเภทเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินของโจทก์กับรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เป็นพยานหลักฐานประกอบคำเบิกความของนายเสงี่ยมว่า ข้อความในเอกสารทั้งสองฉบับระบุชัดว่าต้นไม้ที่หักทับสายไฟฟ้าของโจทก์เป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในบ้านของจำเลย โจทก์เห็นว่าใบสั่งงานประเภทเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินเป็นเอกสารมหาชน ซึ่งต้องด้วยข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 127 พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักพอให้รับฟังว่า ต้นไม้ที่หักโค่นทับสายไฟฟ้าของโจทก์เป็นต้นไม้ในบ้านของจำเลย เห็นว่า เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธว่า ต้นไม้ที่หักทับสายไฟฟ้าของโจทก์ไม่ใช่ต้นไม้ในบ้านของจำเลย โจทก์ย่อมมีภาระการพิสูจน์ให้ได้ความตามที่โจทก์กล่าวอ้าง แต่โจทก์คงมีนายเสงี่ยมเป็นพยานเพียงปากเดียวเบิกความว่า ในวันเกิดเหตุโจทก์ได้รับรายงานว่าต้นไม้ในบ้านของจำเลยหักโค่นทับสายไฟฟ้าของโจทก์ เป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าของโจทก์เสียหายหลายรายการ อย่างไรก็ดี นายเสงี่ยมยอมรับว่าในวันเกิดเหตุพยานไม่ได้เดินทางไปตรวจดูความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ได้ไปดูสถานที่เกิดเหตุหลังจากเกิดเหตุแล้ว 6 เดือน ซึ่งในขณะนั้นโจทก์ได้ซ่อมแซมเสาไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าของโจทก์จนใช้การได้แล้ว ทั้งยังยอมรับด้วยว่าไม่ได้ตรวจดูว่าต้นไม้ในบ้านของจำเลยล้มอย่างไร เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปในบ้านของจำเลยได้ คำเบิกความของนายเสงี่ยมไม่เป็นหลักฐานที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าต้นไม้ในบ้านของจำเลยล้มทับสายไฟฟ้าของโจทก์จนเป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าของโจทก์ได้รับความเสียหายตามที่โจทก์ฟ้อง ที่โจทก์ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ มีข้อความระบุชัดว่าต้นไม้ในบ้านของจำเลยโค่นทับสายไฟฟ้าแรงสูง เป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าในบริเวณนั้นและอุปกรณ์ไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ก็ได้ความจากร้อยตำรวจโทสถาปนา พยานจำเลยซึ่งขณะเกิดเหตุรับราชการอยู่ที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อว่า ในวันรุ่งขึ้นจากวันเกิดเหตุมีพนักงานของโจทก์ไปแจ้งความแก่พยานว่า ในวันเกิดเหตุต้นไม้ในบ้านของจำเลยล้มทับสายไฟฟ้าของโจทก์ ทำให้เสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าของโจทก์เสียหาย พยานจึงบันทึกรับแจ้งความไว้ในรายงานเกี่ยวกับคดีฉบับดังกล่าว แต่ความจริงจะเป็นดังที่ปรากฏในเอกสารฉบับนั้นหรือไม่ พยานไม่สามารถยืนยันได้ เนื่องจากไม่ได้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ข้อความในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่โจทก์ยกขึ้นฎีกาเป็นเพียงหลักฐานที่แสดงว่ามีผู้แจ้งความว่าต้นไม้ในบ้านของจำเลยล้มทับสายไฟฟ้าของโจทก์เท่านั้น หาใช่หลักฐานที่จะพิสูจน์ว่า ความจริงเป็นดังที่ปรากฏในเอกสารดังกล่าวไม่ เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมานำสืบให้เห็นว่า ความจริงเป็นดังที่เอกสารดังกล่าวระบุไว้ พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักพอให้รับฟังว่า ต้นไม้ในบ้านของจำเลยล้มทับสายไฟฟ้าของโจทก์ตามที่โจทก์ฟ้อง ที่โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นข้อสุดท้ายว่า รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเป็นเอกสารมหาชน โจทก์ย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าข้อความในเอกสารฉบับนั้นเป็นข้อความที่ถูกต้องแท้จริง ซึ่งโจทก์เห็นว่าศาลฎีกาควรรับฟังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามข้อความในเอกสารดังกล่าว เห็นว่า เอกสารใดจะเป็นเอกสารมหาชนได้ถือเอาแต่การที่พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นตามอำนาจหน้าที่ของตนไม่ แต่ข้อความในเอกสารนั้นต้องพาดพิงถึงประชาชนในทางใดทางหนึ่งทั้งต้องกระทำขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากเอกสารนั้นได้ ด้วยการตรวจสอบหรืออ้างอิงข้อเท็จจริงจากเอกสารดังกล่าว แต่รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเป็นเพียงเอกสารราชการที่เจ้าพนักงานตำรวจทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่ามีการแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานตำรวจเท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนอ้างอิงข้อเท็จจริงในเอกสารดังกล่าว จึงไม่เป็นเอกสารมหาชนตามที่โจทก์ฎีกา กล่าวโดยสรุป ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังรับฟังไม่ได้ว่า ต้นไม้ของจำเลยล้มทับสายไฟฟ้าตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000566.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552