คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9433/2553 ฉบับเต็ม

#502439
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9433/2553 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายประจวบหรือโก วิชาดี จำเลย ป.อ. มาตรา 90, มาตรา 91 โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยโดยมีเจตนาฆ่าและใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 จำนวน 2 นัด กระสุนไม่ถูกผู้เสียหายที่ 1 แต่ถูกบริเวณสะโพกผู้เสียหายที่ 2 จำเลยลงมือกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เนื่องจากกระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายที่ 1 โดยผู้เสียหายที่ 1 วิ่งหลบหนีได้ทัน ส่วนผู้เสียหายที่ 2 แพทย์ทำการรักษาพยาบาลได้ทันท่วงที ผู้เสียหายทั้งสองจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย แต่เป็นเหตุทำให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัส อันเป็นการบรรยายฟ้องมีสาระสำคัญรวมกันมาโดยไม่ได้แยกข้อเท็จจริงของการกระทำที่เกี่ยวกับผู้เสียหายทั้งสองแต่ละคนออกจากกัน ในลักษณะที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่กระทำต่อผู้เสียหายทั้งสองโดยมีเจตนาเดียวกันและเป็นกรรมเดียวกัน แม้โจทก์จะระบุมาตรา 91 แห่ง ป.อ.ไว้ในคำขอท้ายฟ้องก็ตาม แต่ก็มีความผิดข้อหาอื่นที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยมาในคำฟ้องเดียวกันนี้ด้วย และไม่อาจถือได้ว่าเป็นการขยายความพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจคำฟ้องของโจทก์แตกต่างไปจากที่โจทก์บรรยายในฟ้องได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตาม ป.อ. มาตรา 90 ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 91, 288, 371 ริบของกลาง จำเลยให้การว่ากระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี ความผิดฐานพาอาวุธปืน ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 1 จำคุก 10 ปีฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 2 จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และ 3 เดือน ตามลำดับ และทางนำสืบของจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 6 ปี 8 เดือนรวมโทษทั้งสี่กระทง คงจำคุก 14 ปี 1 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานพยายามฆ่าให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เพียงกระทงเดียว เมื่อรวมกับโทษอื่นที่ศาลชั้นต้นลงโทษมาแล้ว คงจำคุก 6 ปี 17 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายในคำฟ้องว่า จำเลยโดยมีเจตนาฆ่าและใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 จำนวน 2 นัด กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายที่ 1 แต่กระสุนปืนถูกบริเวณสะโพกผู้เสียหายที่ 2 จำเลยลงมือกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เนื่องจากกระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายที่ 1 โดยผู้เสียหายที่ 1 วิ่งหลบหนีได้ทัน ส่วนผู้เสียหายที่ 2 แพทย์ทำการรักษาพยาบาลได้ทันท่วงที ผู้เสียหายทั้งสองจึงไม่ถึงแก่ความตายสมเจตนาของจำเลย แต่เป็นเหตุทำให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัส อันเป็นการบรรยายฟ้องมีสาระสำคัญรวมกันมาโดยไม่ได้แยกข้อเท็จจริงว่าการกระทำที่เกี่ยวผู้เสียหายทั้งสองแต่ละคนออกจากกันในลักษณะที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่กระทำต่อผู้เสียหายทั้งสองโดยมีเจตนาเดียวกันและเป็นกรรมเดียวกัน แม้โจทก์จะได้ระบุมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญาไว้ในคำขอท้ายคำฟ้องอาญาด้วยอันแสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมด้วยแล้วก็ตาม แต่ก็มีความผิดข้อหาอื่นที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยมาในคำฟ้องเดียวกันนี้ด้วย และไม่อาจถือได้ว่าเป็นการขยายความพอที่จะให้จำเลยเข้าใจฟ้องของโจทก์แตกต่างไปจากที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สมศักดิ์ ตันติภิรมย์-พินิจ สุเสารัจ-วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี) ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายประเสริฐ กาญจนะ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายวีระศักดิ์ เสรีเศวตรักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.6290/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ417/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ688/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
502439
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช",
        "judge": "นายประเสริฐ กาญจนะ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายวีระศักดิ์ เสรีเศวตรักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081994028"
    }
}
date
2553
deka_no
9433/2553
deka_running_no
9433
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ ตันติภิรมย์",
    "พินิจ สุเสารัจ",
    "วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90",
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประจวบหรือโก วิชาดี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 91, 288, 371 ริบของกลาง

จำเลยให้การว่ากระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี ความผิดฐานพาอาวุธปืน ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 1 จำคุก 10 ปีฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 2 จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และ 3 เดือน ตามลำดับ และทางนำสืบของจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 6 ปี 8 เดือนรวมโทษทั้งสี่กระทง คงจำคุก 14 ปี 1 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานพยายามฆ่าให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เพียงกระทงเดียว เมื่อรวมกับโทษอื่นที่ศาลชั้นต้นลงโทษมาแล้ว คงจำคุก 6 ปี 17 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายในคำฟ้องว่า จำเลยโดยมีเจตนาฆ่าและใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 จำนวน 2 นัด กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายที่ 1 แต่กระสุนปืนถูกบริเวณสะโพกผู้เสียหายที่ 2 จำเลยลงมือกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เนื่องจากกระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายที่ 1 โดยผู้เสียหายที่ 1 วิ่งหลบหนีได้ทัน ส่วนผู้เสียหายที่ 2 แพทย์ทำการรักษาพยาบาลได้ทันท่วงที ผู้เสียหายทั้งสองจึงไม่ถึงแก่ความตายสมเจตนาของจำเลย แต่เป็นเหตุทำให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัส อันเป็นการบรรยายฟ้องมีสาระสำคัญรวมกันมาโดยไม่ได้แยกข้อเท็จจริงว่าการกระทำที่เกี่ยวผู้เสียหายทั้งสองแต่ละคนออกจากกันในลักษณะที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่กระทำต่อผู้เสียหายทั้งสองโดยมีเจตนาเดียวกันและเป็นกรรมเดียวกัน แม้โจทก์จะได้ระบุมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญาไว้ในคำขอท้ายคำฟ้องอาญาด้วยอันแสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมด้วยแล้วก็ตาม แต่ก็มีความผิดข้อหาอื่นที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยมาในคำฟ้องเดียวกันนี้ด้วย และไม่อาจถือได้ว่าเป็นการขยายความพอที่จะให้จำเลยเข้าใจฟ้องของโจทก์แตกต่างไปจากที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ417/2544
primary_red_case_no
อ688/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000482.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.6290/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553