คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6965/2553 ฉบับเต็ม

#502447
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6965/2553 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายอาหย่า มาเยอะ จำเลย ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, มาตรา 58, มาตรา 91 โจทก์บรรยายฟ้องแยกความผิดฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนไว้ต่างหากจากกัน ฟ้องโจทก์จึงประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามที่โจทก์บรรยายฟ้องมาในแต่ละข้อ และความผิดดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคนละมาตรา เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องย่อมหมายความว่า จำเลยรับว่าได้กระทำความผิดฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามที่โจทก์บรรยายฟ้อง แม้ความผิดดังกล่าวจะมีบทลงโทษในมาตราเดียวกันและจำเลยเสพฝิ่นและเสพเมทแอมเฟตามีนในวันเวลาเดียวกัน ก็ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 17, 57, 58, 69, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 17 วรรคหนึ่ง, 57, 58, 69 วรรคหนึ่ง, 91, 102 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีฝิ่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 12,000 บาท ฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเสพเมทแอมเฟตามีนซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 22,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน และปรับ 11,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ก. จำเลยมีฝิ่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ข. จำเลยเสพฝิ่นโดยการนำเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีใดไม่ปรากฏชัด ค. จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนโดยรับเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีใดไม่ปรากฏชัด และคำขอท้ายฟ้องอ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ไว้ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องแยกความผิดฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนไว้ต่างหากจากกัน ฟ้องของโจทก์จึงประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามที่โจทก์บรรยายฟ้องมาในแต่ละข้อ และความผิดดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคนละมาตรา เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องย่อมหมายความว่า จำเลยรับว่าได้กระทำความผิดฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามที่โจทก์บรรยายฟ้อง แม้ความผิดดังกล่าวจะมีบทลงโทษในมาตราเดียวกันและจำเลยเสพฝิ่นและเสพเมทแอมเฟตามีนในวันเวลาเดียวกัน แต่เมื่อจำเลยมีเจตนากระทำความผิดที่แยกต่างหากจากกัน ก็ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน หาใช่กรรมเดียวกันไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี และปรับกระทงละ 10,000 บาท รวมจำคุก 2 ปี และปรับ 20,000 บาท เมื่อรวมกับโทษฐานมีฝิ่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว เป็นจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 32,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 3 เดือน และปรับ 16,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 (ไชยยงค์ คงจันทร์-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์) ศาลจังหวัดเชียงราย - นายไพฑูรย์ วรสถิตย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสุรพล เอี่ยมอธิคม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.6462/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ546/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ518/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
502447
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงราย",
        "judge": "นายไพฑูรย์ วรสถิตย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายสุรพล เอี่ยมอธิคม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081995364"
    }
}
date
2553
deka_no
6965/2553
deka_running_no
6965
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ไชยยงค์ คงจันทร์",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 57",
            "ม. 58",
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอาหย่า มาเยอะ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 17, 57, 58, 69, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91 ริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 17 วรรคหนึ่ง, 57, 58, 69 วรรคหนึ่ง, 91, 102 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีฝิ่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 12,000 บาท ฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเสพเมทแอมเฟตามีนซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 22,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน และปรับ 11,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ก. จำเลยมีฝิ่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ข. จำเลยเสพฝิ่นโดยการนำเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีใดไม่ปรากฏชัด ค. จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนโดยรับเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีใดไม่ปรากฏชัด และคำขอท้ายฟ้องอ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ไว้ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องแยกความผิดฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนไว้ต่างหากจากกัน ฟ้องของโจทก์จึงประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามที่โจทก์บรรยายฟ้องมาในแต่ละข้อ และความผิดดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคนละมาตรา เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องย่อมหมายความว่า จำเลยรับว่าได้กระทำความผิดฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามที่โจทก์บรรยายฟ้อง แม้ความผิดดังกล่าวจะมีบทลงโทษในมาตราเดียวกันและจำเลยเสพฝิ่นและเสพเมทแอมเฟตามีนในวันเวลาเดียวกัน แต่เมื่อจำเลยมีเจตนากระทำความผิดที่แยกต่างหากจากกัน ก็ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน หาใช่กรรมเดียวกันไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานเสพฝิ่นและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี และปรับกระทงละ 10,000 บาท รวมจำคุก 2 ปี และปรับ 20,000 บาท เมื่อรวมกับโทษฐานมีฝิ่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว เป็นจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 32,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 3 เดือน และปรับ 16,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5
opensearch_id
primary_black_case_no
อ546/2550
primary_red_case_no
อ518/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000494.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.6462/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553