คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2546 ฉบับเต็ม

#50268
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2546 บริษัท อินเตอร์กราฟิก้า พริ้นท์ แอนด์ แพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ บริษัท เทคนิคสแกน จำกัด กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 96 ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา ภาค 1 ลักษณะ 1 หมวด 9 ได้บัญญัติเรื่องอายุความคดีอาญาไว้โดยเฉพาะแล้ว หาได้มีบทบัญญัติเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงหรือเลิกนับอายุความร้องทุกข์อันจะนำ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาใช้บังคับไม่ แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแขวงดุสิตภายในกำหนดอายุความ แต่เมื่อคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลแขวงดุสิตซึ่งศาลแขวงดุสิตมีคำสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์ไปแล้ว การที่โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องศาลแขวงพระนครใต้อีกเมื่อพ้นกำหนดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนเมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2542 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสองร่วมกันออกเช็คธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) สาขาสีลม จำนวน 2 ฉบับ ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 จำนวนเงินฉบับละ 750,000 บาท และ 15,212,988 บาท ตามลำดับ มอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าเช่าซื้อ อันเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2543 จำเลยทั้งสองออกเช็คโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค เหตุเกิดที่แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม2543 โจทก์ใช้สิทธิยื่นฟ้องคดีอาญาจำเลยทั้งสองต่อศาลแขวงดุสิต ศาลแขวงดุสิตมีคำสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้องและส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทั้งสอง ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง ศาลแขวงดุสิตมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิม ไม่รับฟ้องโจทก์และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความอายุความร้องทุกข์จึงสะดุดหยุดลงตั้งแต่วันที่ 29พฤษภาคม 2543 เป็นต้นมา ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องแล้ว เห็นว่า ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งที่ยกฟ้อง และมีคำสั่งใหม่ให้นัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะให้เพิกถอนคำสั่งที่ยกฟ้องให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า วันที่ 29 พฤษภาคม 2543 โจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแขวงดุสิตในคดีหมายเลขดำที่ 3738/2543 และขอแก้ไขคำฟ้องโดยเปลี่ยนสถานที่เกิดเหตุจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาซอยอารี เลขที่ 404/9 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร มาเป็นธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสีลม เลขที่ 491/1-2 อาคารสีลมพลาซ่า แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร และขอให้โอนคดีไปศาลแขวงพระนครใต้ ศาลแขวงดุสิตมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาว่า อนุญาตตามที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องส่วนที่โจทก์ขอโอนคดีนั้นไม่มีกฎหมายให้อำนาจทำได้ จึงให้ยกคำร้องส่วนนี้ และให้เพิกถอนคำสั่งรับคำฟ้อง และมีคำสั่งใหม่ ไม่รับคำฟ้อง ให้คืนคำฟ้องแก่โจทก์ไป จำหน่ายคดีจากสารบบความ ซึ่งต่อมาในวันที่ 5 กันยายน 2543 โจทก์ก็ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแขวงพระนครใต้เป็นคดีนี้ ศาลแขวงพระนครใต้มีคำสั่งในคำฟ้องว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นความผิดอันยอมความกันได้ แต่โจทก์มิได้ร้องทุกข์หรือฟ้องคดีต่อศาลนี้ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าได้ฟ้องคดีต่อศาลอื่นไว้ก่อนแล้วภายในกำหนดอายุความ ก็มิได้มีกฎหมายบัญญัติให้อายุความสะดุดหยุดลงนับแต่วันที่โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลอื่นดังกล่าวแต่อย่างใด ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความให้ยกฟ้อง หมายแจ้งคำสั่งให้โจทก์และทนายโจทก์ทราบ ไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด" มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า มีเหตุให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คเกิดตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็คพิพาทคือวันที่ 8 มีนาคม 2543 เมื่อคดีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ซึ่งมีกำหนดให้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 และ 96 ดังนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องคดีวันที่ 5 กันยายน2543 โดยมิได้ร้องทุกข์จำเลยไว้ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่าได้ฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีนี้ต่อศาลแขวงดุสิตก่อนแล้วจึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงหรือเลิกนับอายุความร้องทุกข์นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา ภาค 1 ลักษณะ 1 หมวด 9 ได้บัญญัติเรื่องอายุความคดีอาญาไว้โดยเฉพาะแล้ว หาได้มีบทบัญญัติเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงหรือเลิกนับอายุความร้องทุกข์อันจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับไม่ แม้โจทก์จะได้ฟ้องจำเลยทั้งสองคดีนี้ต่อศาลแขวงดุสิตภายในกำหนดอายุความ แต่คดีไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลแขวงดุสิต และศาลแขวงดุสิตได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์ไปแล้ว การที่โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องศาลแขวงพระนครใต้อีกเมื่อพ้นกำหนดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) จึงไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุวิทย์ นรนุตกุล-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-สิทธิชัย รุ่งตระกูล) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
50268
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082047661"
    }
}
date
2546
deka_no
588/2546
deka_running_no
588
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สุวิทย์ นรนุตกุล",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "สิทธิชัย รุ่งตระกูล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 96"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39 (6)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท อินเตอร์กราฟิก้า พริ้นท์ แอนด์ แพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท เทคนิคสแกน จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนเมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2542 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสองร่วมกันออกเช็คธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) สาขาสีลม จำนวน 2 ฉบับ ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 จำนวนเงินฉบับละ 750,000 บาท และ 15,212,988 บาท ตามลำดับ มอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าเช่าซื้อ อันเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2543 จำเลยทั้งสองออกเช็คโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค เหตุเกิดที่แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม2543 โจทก์ใช้สิทธิยื่นฟ้องคดีอาญาจำเลยทั้งสองต่อศาลแขวงดุสิต ศาลแขวงดุสิตมีคำสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้องและส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทั้งสอง ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง ศาลแขวงดุสิตมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิม ไม่รับฟ้องโจทก์และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความอายุความร้องทุกข์จึงสะดุดหยุดลงตั้งแต่วันที่ 29พฤษภาคม 2543 เป็นต้นมา ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องแล้ว เห็นว่า ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งที่ยกฟ้อง และมีคำสั่งใหม่ให้นัดไต่สวนมูลฟ้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะให้เพิกถอนคำสั่งที่ยกฟ้องให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า วันที่ 29 พฤษภาคม 2543 โจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแขวงดุสิตในคดีหมายเลขดำที่ 3738/2543 และขอแก้ไขคำฟ้องโดยเปลี่ยนสถานที่เกิดเหตุจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาซอยอารี เลขที่ 404/9 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร มาเป็นธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสีลม เลขที่ 491/1-2 อาคารสีลมพลาซ่า แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร และขอให้โอนคดีไปศาลแขวงพระนครใต้ ศาลแขวงดุสิตมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาว่า อนุญาตตามที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องส่วนที่โจทก์ขอโอนคดีนั้นไม่มีกฎหมายให้อำนาจทำได้ จึงให้ยกคำร้องส่วนนี้ และให้เพิกถอนคำสั่งรับคำฟ้อง และมีคำสั่งใหม่ ไม่รับคำฟ้อง ให้คืนคำฟ้องแก่โจทก์ไป จำหน่ายคดีจากสารบบความ ซึ่งต่อมาในวันที่ 5 กันยายน 2543 โจทก์ก็ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแขวงพระนครใต้เป็นคดีนี้ ศาลแขวงพระนครใต้มีคำสั่งในคำฟ้องว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นความผิดอันยอมความกันได้ แต่โจทก์มิได้ร้องทุกข์หรือฟ้องคดีต่อศาลนี้ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าได้ฟ้องคดีต่อศาลอื่นไว้ก่อนแล้วภายในกำหนดอายุความ ก็มิได้มีกฎหมายบัญญัติให้อายุความสะดุดหยุดลงนับแต่วันที่โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลอื่นดังกล่าวแต่อย่างใด ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความให้ยกฟ้อง หมายแจ้งคำสั่งให้โจทก์และทนายโจทก์ทราบ ไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด" มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า มีเหตุให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คเกิดตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็คพิพาทคือวันที่ 8 มีนาคม 2543 เมื่อคดีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ซึ่งมีกำหนดให้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 และ 96 ดังนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องคดีวันที่ 5 กันยายน2543 โดยมิได้ร้องทุกข์จำเลยไว้ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่าได้ฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีนี้ต่อศาลแขวงดุสิตก่อนแล้วจึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงหรือเลิกนับอายุความร้องทุกข์นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา ภาค 1 ลักษณะ 1 หมวด 9 ได้บัญญัติเรื่องอายุความคดีอาญาไว้โดยเฉพาะแล้ว หาได้มีบทบัญญัติเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงหรือเลิกนับอายุความร้องทุกข์อันจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับไม่ แม้โจทก์จะได้ฟ้องจำเลยทั้งสองคดีนี้ต่อศาลแขวงดุสิตภายในกำหนดอายุความ แต่คดีไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลแขวงดุสิต และศาลแขวงดุสิตได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์ไปแล้ว การที่โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องศาลแขวงพระนครใต้อีกเมื่อพ้นกำหนดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) จึงไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000964.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546