คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 869/2546 ฉบับเต็ม

#50282
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 869/2546 นาย อภิรักษ์ วิชินโรจน์จรัล โจทก์ นาย คมทวน มุ่งสมหมาย จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 37 ป.วิ.พ. มาตรา 81 จำเลยเป็นเจ้าของและได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงเรียน ม. ซึ่งไม่มีเลขที่ แต่โรงเรียนม. กับบ้านเลขที่ 788 ตั้งอยู่บนที่ดินของบริษัท ด. ซึ่งสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 788 มีจำเลยเป็นกรรมการคนหนึ่ง และเจ้าพนักงานศาลเคยไปส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้จำเลย ซึ่งระบุเลขที่ 788 ก็จะนำส่งที่โรงเรียน ม. น่าเชื่อว่าบ้านเลขที่ 788คือสถานที่ตั้งของโรงเรียน ม. ซึ่งเป็นที่ทำงานของจำเลยมาเป็นเวลา 12 ปี จนถึงปัจจุบันจำเลยพักอาศัยอยู่ในโรงเรียนนั้น ถือว่าโรงเรียน ม. เป็นถิ่นอันจำเลยมีสถานที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ สถานที่ดังกล่าวจึงเป็นภูมิลำเนาแห่งหนึ่งของจำเลย การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ภูมิลำเนาดังกล่าวจึงเป็นการส่งโดยชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารและที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหาย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารเลขที่ 788 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรี ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา และออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่า จำเลยไม่ทราบมาก่อนว่าถูกโจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้ เนื่องจากเจ้าพนักงานได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องและคำบังคับให้จำเลยโดยวิธีปิดหมาย ณ บ้านเลขที่ 788 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรี ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งไม่ใช่ภูมิลำเนาของจำเลย จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 198 ถนนราชวิถี แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จำเลยเพิ่งมาทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดหมายแจ้งประกาศขับไล่ให้ทราบที่โรงเรียนอนุบาลมารีย์ปักธงชัย ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การหรือขาดนัดพิจารณาคดี โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยเป็นเจ้าของและได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงเรียนมารีย์ปักธงชัย โรงเรียนดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่หรือครูซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยอยู่เป็นประจำทุกวันจำเลยไปทำงานที่โรงเรียนดังกล่าวทุกวัน การปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องจึงเป็นการปิด ณ ที่ทำงานของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ โดยให้จำเลยยื่นคำให้การแก้คดี แล้วพิจารณาพิพากษาต่อไปตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยโดยส่งที่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัยเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยอ้างว่าบ้านเลขที่ 788 หมู่ที่ 10 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรี ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เป็นที่อยู่ของนางลัดดาวัลย์ ไชยดิษฐ์ เป็นคนละแห่งกันกับโรงเรียนมารีย์ปักธงชัย แต่โจทก์อ้างว่าโรงเรียนมารีย์ปักธงชัยตั้งอยู่บ้านเลขที่ 788 หมู่ที่ 10 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรีตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา จำเลยมีตัวจำเลยและนางลัดดาวัลย์ไชยดิษฐ์ เบิกความว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 198 ถนนราชวิถี แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร บ้านเลขที่ 788 หมู่ที่ 10 ถนนนครราชสีมา -กบินทร์บุรี ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา มีชื่อนางลัดดาวัลย์ ไชยดิษฐ์ อยู่ในทะเบียนบ้านและอยู่คนละแห่งกับโรงเรียนมารีย์ปักธงชัย ซึ่งไม่มีเลขที่ส่วนโจทก์มีนายสวัสดิ์ เอิบกิ่ง พนักงานไปรษณีย์อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมาเบิกความว่า เป็นผู้นำจ่ายไปรษณีย์ตอบรับตามเอกสารหมาย จ.8 ที่ระบุชื่อจำเลยไปส่งที่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัยผู้ลงลายมือชื่อรับเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการของโรงเรียนและหากจดหมายถึงบุคคลอื่นโดยระบุที่อยู่เลขที่ 788 หมู่ที่ 10 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรีตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ก็จะนำส่งที่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัยและเจ้าหน้าที่ธุรการเป็นผู้รับไว้ และนายสนอง ด้วงมุขพะเนาว์ เจ้าพนักงานศาลจังหวัดนครราชสีมาเบิกความว่า เป็นผู้นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องส่งให้จำเลย ณ บ้านเลขที่ 788 ดังกล่าวเป็นโรงเรียนมารีย์ปักธงชัย วันที่ไปส่งพบเจ้าหน้าที่สอบถามได้รับแจ้งว่าจำเลยไม่อยู่ พยานเคยส่งหมายศาลให้จำเลยหลายครั้งโดยส่งที่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัยเห็นว่า แม้จำเลยจะนำสืบว่าโรงเรียนมารีย์ปักธงชัยไม่มีเลขที่ แต่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัยกับบ้านเลขที่ 788 ดังกล่าวต่างก็อยู่บนที่ดินของบริษัทดิษฐวัลย์ จำกัด สำนักงานตั้งอยู่บ้านเลขที่ 788 ดังกล่าว และจำเลยก็เป็นกรรมการคนหนึ่งของบริษัทดิษฐวัลย์ จำกัด ประกอบกับพนักงานไปรษณีย์ซึ่งเคยส่งไปรษณีย์ตอบรับให้จำเลย และเจ้าพนักงานศาลเคยไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยซึ่งระบุเลขที่ 788 หมู่ที่ 10 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรี ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ก็จะนำส่งที่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัย พยานโจทก์จึงมีน้ำหนักกว่าพยานจำเลย น่าเชื่อว่าบ้านเลขที่ 788 หมู่ที่ 10 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรี ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา คือสถานที่ตั้งของโรงเรียนมารีย์ปักธงชัยซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของจำเลยมาเป็นเวลา 12 ปี จนถึงปัจจุบันจำเลยพักอาศัยอยู่ในโรงเรียนนั้น จึงถือว่าโรงเรียนมารีย์ปักธงชัยเป็นถิ่นอันจำเลยมีสถานที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ สถานที่ดังกล่าวจึงเป็นภูมิลำเนาแห่งหนึ่งของจำเลย การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ภูมิลำเนาดังกล่าวจึงเป็นการส่งโดยชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า การส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้องและหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้แก่จำเลยที่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัยโดยระบุว่าเป็นบ้านเลขที่ 788 เป็นการไม่ชอบนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้นไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ในข้ออื่นอีกเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป" พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของจำเลย (สมชัย เกษชุมพล-จำรูญ แสนภักดี-สุมิตร สุภาดุลย์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
50282
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082047328"
    }
}
date
2546
deka_no
869/2546
deka_running_no
869
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สมชัย เกษชุมพล",
    "จำรูญ แสนภักดี",
    "สุมิตร สุภาดุลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 37"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 81"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย อภิรักษ์ วิชินโรจน์จรัล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย คมทวน มุ่งสมหมาย"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารและที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหาย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารเลขที่ 788 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรี ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา และออกไปจากที่ดินพิพาท

จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่า จำเลยไม่ทราบมาก่อนว่าถูกโจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้ เนื่องจากเจ้าพนักงานได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องและคำบังคับให้จำเลยโดยวิธีปิดหมาย ณ บ้านเลขที่ 788 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรี ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งไม่ใช่ภูมิลำเนาของจำเลย จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 198 ถนนราชวิถี แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จำเลยเพิ่งมาทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดหมายแจ้งประกาศขับไล่ให้ทราบที่โรงเรียนอนุบาลมารีย์ปักธงชัย ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การหรือขาดนัดพิจารณาคดี

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยเป็นเจ้าของและได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงเรียนมารีย์ปักธงชัย โรงเรียนดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่หรือครูซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยอยู่เป็นประจำทุกวันจำเลยไปทำงานที่โรงเรียนดังกล่าวทุกวัน การปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องจึงเป็นการปิด ณ ที่ทำงานของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ โดยให้จำเลยยื่นคำให้การแก้คดี แล้วพิจารณาพิพากษาต่อไปตามรูปคดี

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยโดยส่งที่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัยเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยอ้างว่าบ้านเลขที่ 788 หมู่ที่ 10 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรี ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เป็นที่อยู่ของนางลัดดาวัลย์ ไชยดิษฐ์ เป็นคนละแห่งกันกับโรงเรียนมารีย์ปักธงชัย แต่โจทก์อ้างว่าโรงเรียนมารีย์ปักธงชัยตั้งอยู่บ้านเลขที่ 788 หมู่ที่ 10 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรีตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา จำเลยมีตัวจำเลยและนางลัดดาวัลย์ไชยดิษฐ์ เบิกความว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 198 ถนนราชวิถี แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร บ้านเลขที่ 788 หมู่ที่ 10 ถนนนครราชสีมา -กบินทร์บุรี ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา มีชื่อนางลัดดาวัลย์ ไชยดิษฐ์ อยู่ในทะเบียนบ้านและอยู่คนละแห่งกับโรงเรียนมารีย์ปักธงชัย ซึ่งไม่มีเลขที่ส่วนโจทก์มีนายสวัสดิ์ เอิบกิ่ง พนักงานไปรษณีย์อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมาเบิกความว่า เป็นผู้นำจ่ายไปรษณีย์ตอบรับตามเอกสารหมาย จ.8 ที่ระบุชื่อจำเลยไปส่งที่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัยผู้ลงลายมือชื่อรับเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการของโรงเรียนและหากจดหมายถึงบุคคลอื่นโดยระบุที่อยู่เลขที่ 788 หมู่ที่ 10 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรีตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ก็จะนำส่งที่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัยและเจ้าหน้าที่ธุรการเป็นผู้รับไว้ และนายสนอง ด้วงมุขพะเนาว์ เจ้าพนักงานศาลจังหวัดนครราชสีมาเบิกความว่า เป็นผู้นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องส่งให้จำเลย ณ บ้านเลขที่ 788 ดังกล่าวเป็นโรงเรียนมารีย์ปักธงชัย วันที่ไปส่งพบเจ้าหน้าที่สอบถามได้รับแจ้งว่าจำเลยไม่อยู่ พยานเคยส่งหมายศาลให้จำเลยหลายครั้งโดยส่งที่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัยเห็นว่า แม้จำเลยจะนำสืบว่าโรงเรียนมารีย์ปักธงชัยไม่มีเลขที่ แต่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัยกับบ้านเลขที่ 788 ดังกล่าวต่างก็อยู่บนที่ดินของบริษัทดิษฐวัลย์ จำกัด สำนักงานตั้งอยู่บ้านเลขที่ 788 ดังกล่าว และจำเลยก็เป็นกรรมการคนหนึ่งของบริษัทดิษฐวัลย์ จำกัด ประกอบกับพนักงานไปรษณีย์ซึ่งเคยส่งไปรษณีย์ตอบรับให้จำเลย และเจ้าพนักงานศาลเคยไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยซึ่งระบุเลขที่ 788 หมู่ที่ 10 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรี ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ก็จะนำส่งที่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัย พยานโจทก์จึงมีน้ำหนักกว่าพยานจำเลย น่าเชื่อว่าบ้านเลขที่ 788 หมู่ที่ 10 ถนนนครราชสีมา - กบินทร์บุรี ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา คือสถานที่ตั้งของโรงเรียนมารีย์ปักธงชัยซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของจำเลยมาเป็นเวลา 12 ปี จนถึงปัจจุบันจำเลยพักอาศัยอยู่ในโรงเรียนนั้น จึงถือว่าโรงเรียนมารีย์ปักธงชัยเป็นถิ่นอันจำเลยมีสถานที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ สถานที่ดังกล่าวจึงเป็นภูมิลำเนาแห่งหนึ่งของจำเลย การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ภูมิลำเนาดังกล่าวจึงเป็นการส่งโดยชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า การส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้องและหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้แก่จำเลยที่โรงเรียนมารีย์ปักธงชัยโดยระบุว่าเป็นบ้านเลขที่ 788 เป็นการไม่ชอบนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้นไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ในข้ออื่นอีกเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป"

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000961.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546