คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1024/2546 ฉบับเต็ม

#50290
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1024/2546 บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ไอทีเอฟ จำกัด (มหาชน โจทก์ นาย สรรวุฒิ หอธนสมบัติ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 177 โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงิน โดยจำเลยนำเช็คมาขายลดให้แก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำเช็คฉบับดังกล่าวไปขึ้นเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยให้การว่าจำเลยไม่เคยทำสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินกับโจทก์ ทั้งไม่เคยนำเช็คมาขายลดให้แก่โจทก์ และไม่เคยได้รับเงินจากโจทก์ คำให้การดังกล่าวเป็นเพียงปฏิเสธลอย ๆ จำเลยจึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบว่า ไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลยหากจำเลยสืบพยานก็ต้องห้ามมิให้รับฟังเพราะคำให้การของจำเลยไม่มีรายละเอียดแห่งการปฏิเสธ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2539 จำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินกับโจทก์ในวงเงิน 4,000,000 บาท ยอมให้โจทก์หักส่วนลดในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี และหากโจทก์ไม่สามารถรับเงินตามตั๋วเงิน ยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 25 ต่อปี นับแต่วันที่ตั๋วเงินแต่ละฉบับถึงกำหนดชำระ ต่อมาจำเลยได้นำเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาบางกระบือ ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2540 จำนวนเงิน 4,000,000 บาทมาขายลดให้แก่โจทก์ และได้รับเงินตามเช็คโดยโจทก์หักส่วนลดไว้ตามสัญญาแล้ว ครั้นเช็คถึงกำหนด โจทก์นำไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 4,750,684.93 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 25 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 4,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดี จำเลยไม่เคยทำสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินกับโจทก์และไม่เคยนำเช็คตามที่โจทก์ฟ้องไปขายให้แก่โจทก์ ทั้งไม่เคยได้รับเงินจากโจทก์ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 4,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 25 ต่อปี นับแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยก่อนฟ้องต้องไม่เกิน 750,684.93 บาท ตามที่โจทก์ขอ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินเอกสารหมาย จ.6 โดยจำเลยนำเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จำนวนเงิน 4,000,000 บาท มาขายลดให้แก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำเช็คฉบับดังกล่าวไปขึ้นเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงฟ้องบังคับจำเลยให้รับผิดตามสัญญา จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินกับโจทก์ ทั้งไม่เคยนำเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ตามฟ้องมาขายลดให้แก่โจทก์ และไม่เคยได้รับเงินจำนวน 4,000,000 บาท คำให้การดังกล่าวเป็นเพียงปฏิเสธลอย ๆ ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าลายมือชื่อจำเลยในสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินและลายมือชื่อในเช็คตามเอกสารท้ายฟ้องไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบว่าไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลย หากจำเลยสืบพยานก็ต้องห้ามมิให้รับฟัง เพราะคำให้การของจำเลยไม่มีรายละเอียดแห่งการปฏิเสธ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสอง" พิพากษายืน (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-ไพศาล เจริญวุฒิ-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
50290
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082047100"
    }
}
date
2546
deka_no
1024/2546
deka_running_no
1024
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ไอทีเอฟ จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สรรวุฒิ หอธนสมบัติ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2539 จำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินกับโจทก์ในวงเงิน 4,000,000 บาท ยอมให้โจทก์หักส่วนลดในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี และหากโจทก์ไม่สามารถรับเงินตามตั๋วเงิน ยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 25 ต่อปี นับแต่วันที่ตั๋วเงินแต่ละฉบับถึงกำหนดชำระ ต่อมาจำเลยได้นำเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาบางกระบือ ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2540 จำนวนเงิน 4,000,000 บาทมาขายลดให้แก่โจทก์ และได้รับเงินตามเช็คโดยโจทก์หักส่วนลดไว้ตามสัญญาแล้ว ครั้นเช็คถึงกำหนด โจทก์นำไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 4,750,684.93 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 25 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 4,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดี จำเลยไม่เคยทำสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินกับโจทก์และไม่เคยนำเช็คตามที่โจทก์ฟ้องไปขายให้แก่โจทก์ ทั้งไม่เคยได้รับเงินจากโจทก์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 4,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 25 ต่อปี นับแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยก่อนฟ้องต้องไม่เกิน 750,684.93 บาท ตามที่โจทก์ขอ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินเอกสารหมาย จ.6 โดยจำเลยนำเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จำนวนเงิน 4,000,000 บาท มาขายลดให้แก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำเช็คฉบับดังกล่าวไปขึ้นเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงฟ้องบังคับจำเลยให้รับผิดตามสัญญา จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินกับโจทก์ ทั้งไม่เคยนำเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ตามฟ้องมาขายลดให้แก่โจทก์ และไม่เคยได้รับเงินจำนวน 4,000,000 บาท คำให้การดังกล่าวเป็นเพียงปฏิเสธลอย ๆ ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าลายมือชื่อจำเลยในสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินและลายมือชื่อในเช็คตามเอกสารท้ายฟ้องไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบว่าไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลย หากจำเลยสืบพยานก็ต้องห้ามมิให้รับฟัง เพราะคำให้การของจำเลยไม่มีรายละเอียดแห่งการปฏิเสธ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสอง"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000959.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546