คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7092/2552 ฉบับเต็ม

#502961
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7092/2552 คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ร้อง นายนพพล กิตติเจริญพจน์ ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 1246 ป.วิ.พ. มาตรา 188 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188 (4) ที่ว่า บุคคลอื่นใดนอกจากคู่ความที่ได้ยื่นฟ้องคดีอันไม่มีข้อพิพาทได้เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้ถือว่าบุคคลเช่นนั้นเป็นคู่ความ มิได้หมายความว่า ถ้าใครมาคัดค้านจะเป็นคู่ความไปเสียทั้งหมด แต่คงหมายเฉพาะผู้คัดค้านที่จะคัดค้านได้เท่านั้น การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัท ก. คืนเข้าสู่ทะเบียนเพื่อผู้ร้องจะได้ดำเนินการฟ้องบังคับชำระหนี้กับบริษัทดังกล่าวแทนบรรดาผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิ ประเด็นแห่งคดีมีอยู่เพียงว่า มีเหตุผลสมควรที่จะสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัทดังกล่าวคืนเข้าสู่ทะเบียนหรือไม่ ผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้มีสิทธิการเช่าอาคารซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของบริษัทดังกล่าวเท่านั้น มิได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียในมูลความแห่งคดี จึงไม่มีสิทธิร้องคัดค้านเข้ามาในคดี ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องมีหน้าที่ดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่ผู้กระทำละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ผู้ร้องแต่งตั้งพนักงานอัยการเป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคและแจ้งคำสั่งไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อแจ้งให้ศาลทราบแล้ว เดิมบริษัทแกรนด์ เบส จำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2535 มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการซื้อขายและจัดสรรที่ดิน เมื่อประมาณปี 2538 บริษัทดังกล่าวโฆษณาขายบ้านพักอาศัยพร้อมที่ดิน ชื่อโครงการนคราลัย-ประชาสำราญ ผู้บริโภคที่ประสงค์จะซื้อจะทำสัญญาจะซื้อจะขายไว้กับบริษัท มีข้อกำหนดให้ผู้บริโภคชำระเงินมัดจำเป็นงวด ๆ ตามจำนวนและกำหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาส่วนบริษัทจะดำเนินการก่อสร้างบ้านและรับชำระเงินส่วนที่เหลือเมื่อก่อสร้างบ้านเสร็จแล้วโอนกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินให้แก่ผู้บริโภคปรากฏว่ามีผู้บริโภคจำนวนมากเข้าทำสัญญากับบริษัทและชำระเงินมัดจำตามสัญญา แต่บริษัทไม่สามารถก่อสร้างบ้านให้แล้วเสร็จตามสัญญา จึงเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2544 และวันที่ 11 มีนาคม 2545 มีผู้บริโภครายนายการุณ และนางสาวสมศรี เข้าร้องเรียนต่อผู้ร้องว่าถูกบริษัทดังกล่าวละเมิดสิทธิ ซึ่งผู้ร้องมีหน้าที่ต้องดำเนินคดีกับบริษัท แต่ปรากฏว่านายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทได้ขีดชื่อบริษัทดังกล่าวออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้างเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2545 โดยมีการแจ้งความโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2546 ยังผลให้บริษัทดังกล่าวเป็นอันเลิกกันตั้งแต่วันโฆษณาในราชกิจจานุเบกษาผู้ร้องจึงไม่อาจฟ้องร้องบริษัทดังกล่าวเพื่อดำเนินคดีแทนผู้บริโภคผู้เป็นเจ้าหนี้ของบริษัทที่มาร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากผู้ร้อง จึงมีความจำเป็นต้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัทแกรนด์ เบส จำกัด คืนเข้าสู่ทะเบียนเพื่อผู้ร้องจะได้ดำเนินการฟ้องบังคับชำระหนี้กับบริษัทดังกล่าวต่อไป ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า คำสั่งของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครเป็นคำสั่งของฝ่ายปกครอง คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิจารณาคดีผู้คัดค้านเป็นผู้มีสิทธิการเช่าอาคารเลขที่ 2/84-85 หมู่ที่ 9 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทแกรนด์ เบส จำกัด ก่อนบริษัทดังกล่าวถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน ปัจจุบันผู้คัดค้านให้ผู้อื่นเช่าสถานที่ดังกล่าวไปแล้ว บริษัทแกรนด์ เบส จำกัด ค้างชำระค่าเช่าผู้คัดค้านอยู่หลายเดือน ผู้คัดค้านไม่ประสงค์จะให้บริษัทดังกล่าวเช่าอีกต่อไป หากศาลมีคำสั่งให้กลับจดชื่อบริษัทแกรนด์ เบส จำกัด คืนเข้าสู่ทะเบียนย่อมทำให้ผู้คัดค้านได้รับความเสียหาย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัทแกรนด์ เบส จำกัด คืนสู่ทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1246 (6) ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้าน คืนค่าขึ้นศาลชั้นต้นอุทธรณ์แก่ผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่เห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยก่อนว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องคัดค้านเข้ามาในคดีนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188 (4) ที่ว่าบุคคลอื่นใดนอกจากคู่ความที่ได้ยื่นฟ้องคดีอันไม่มีข้อพิพาทได้เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้ถือว่าบุคคลเช่นนั้นเป็นคู่ความ มิได้หมายความว่า ถ้าใครมาคัดค้านจะเป็นคู่ความไปเสียทั้งหมด แต่คงหมายเฉพาะผู้คัดค้านที่จะคัดค้านได้เท่านั้น คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัทแกรนด์ เบส จำกัด คืนเข้าสู่ทะเบียนเพื่อผู้ร้องจะได้ดำเนินการฟ้องบังคับชำระหนี้กับบริษัทดังกล่าวแทนบรรดาผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิ ประเด็นแห่งคดีมีอยู่เพียงว่า มีเหตุสมควรที่จะสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัทดังกล่าวคืนเข้าสู่ทะเบียนหรือไม่ ผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้มีสิทธิการเช่าอาคารซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของบริษัทดังกล่าวเท่านั้น หาได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียในมูลความแห่งคดีไม่ จึงไม่มีสิทธิร้องคัดค้านเข้ามาในคดี ที่ศาลชั้นต้นรับคำคัดค้านไว้พิจารณาจึงเป็นการไม่ชอบ ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิอุทธรณ์และฎีกาต่อมาได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของผู้คัดค้าน" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่รับคำคัดค้านยกฎีกาของผู้คัดค้าน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่ผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากที่สั่งคืนและค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ (มนตรี ยอดปัญญา-มานัส เหลืองประเสริฐ-ธนฤกษ์ นิติเศรณี) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
502961
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082000425"
    }
}
date
2552
deka_no
7092/2552
deka_running_no
7092
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "มานัส เหลืองประเสริฐ",
    "ธนฤกษ์ นิติเศรณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1246"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 188"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายนพพล กิตติเจริญพจน์"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องมีหน้าที่ดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่ผู้กระทำละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ผู้ร้องแต่งตั้งพนักงานอัยการเป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคและแจ้งคำสั่งไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อแจ้งให้ศาลทราบแล้ว เดิมบริษัทแกรนด์ เบส จำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2535 มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการซื้อขายและจัดสรรที่ดิน เมื่อประมาณปี 2538 บริษัทดังกล่าวโฆษณาขายบ้านพักอาศัยพร้อมที่ดิน ชื่อโครงการนคราลัย-ประชาสำราญ ผู้บริโภคที่ประสงค์จะซื้อจะทำสัญญาจะซื้อจะขายไว้กับบริษัท มีข้อกำหนดให้ผู้บริโภคชำระเงินมัดจำเป็นงวด ๆ ตามจำนวนและกำหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาส่วนบริษัทจะดำเนินการก่อสร้างบ้านและรับชำระเงินส่วนที่เหลือเมื่อก่อสร้างบ้านเสร็จแล้วโอนกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินให้แก่ผู้บริโภคปรากฏว่ามีผู้บริโภคจำนวนมากเข้าทำสัญญากับบริษัทและชำระเงินมัดจำตามสัญญา แต่บริษัทไม่สามารถก่อสร้างบ้านให้แล้วเสร็จตามสัญญา จึงเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2544 และวันที่ 11 มีนาคม 2545 มีผู้บริโภครายนายการุณ และนางสาวสมศรี เข้าร้องเรียนต่อผู้ร้องว่าถูกบริษัทดังกล่าวละเมิดสิทธิ ซึ่งผู้ร้องมีหน้าที่ต้องดำเนินคดีกับบริษัท แต่ปรากฏว่านายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทได้ขีดชื่อบริษัทดังกล่าวออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้างเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2545 โดยมีการแจ้งความโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2546 ยังผลให้บริษัทดังกล่าวเป็นอันเลิกกันตั้งแต่วันโฆษณาในราชกิจจานุเบกษาผู้ร้องจึงไม่อาจฟ้องร้องบริษัทดังกล่าวเพื่อดำเนินคดีแทนผู้บริโภคผู้เป็นเจ้าหนี้ของบริษัทที่มาร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากผู้ร้อง จึงมีความจำเป็นต้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัทแกรนด์ เบส จำกัด คืนเข้าสู่ทะเบียนเพื่อผู้ร้องจะได้ดำเนินการฟ้องบังคับชำระหนี้กับบริษัทดังกล่าวต่อไป

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า คำสั่งของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครเป็นคำสั่งของฝ่ายปกครอง คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิจารณาคดีผู้คัดค้านเป็นผู้มีสิทธิการเช่าอาคารเลขที่ 2/84-85 หมู่ที่ 9 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทแกรนด์ เบส จำกัด ก่อนบริษัทดังกล่าวถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน ปัจจุบันผู้คัดค้านให้ผู้อื่นเช่าสถานที่ดังกล่าวไปแล้ว บริษัทแกรนด์ เบส จำกัด ค้างชำระค่าเช่าผู้คัดค้านอยู่หลายเดือน ผู้คัดค้านไม่ประสงค์จะให้บริษัทดังกล่าวเช่าอีกต่อไป หากศาลมีคำสั่งให้กลับจดชื่อบริษัทแกรนด์ เบส จำกัด คืนเข้าสู่ทะเบียนย่อมทำให้ผู้คัดค้านได้รับความเสียหาย ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัทแกรนด์ เบส จำกัด คืนสู่ทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1246 (6)

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้าน คืนค่าขึ้นศาลชั้นต้นอุทธรณ์แก่ผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่เห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยก่อนว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องคัดค้านเข้ามาในคดีนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188 (4) ที่ว่าบุคคลอื่นใดนอกจากคู่ความที่ได้ยื่นฟ้องคดีอันไม่มีข้อพิพาทได้เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้ถือว่าบุคคลเช่นนั้นเป็นคู่ความ มิได้หมายความว่า ถ้าใครมาคัดค้านจะเป็นคู่ความไปเสียทั้งหมด แต่คงหมายเฉพาะผู้คัดค้านที่จะคัดค้านได้เท่านั้น คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัทแกรนด์ เบส จำกัด คืนเข้าสู่ทะเบียนเพื่อผู้ร้องจะได้ดำเนินการฟ้องบังคับชำระหนี้กับบริษัทดังกล่าวแทนบรรดาผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิ ประเด็นแห่งคดีมีอยู่เพียงว่า มีเหตุสมควรที่จะสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัทดังกล่าวคืนเข้าสู่ทะเบียนหรือไม่ ผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้มีสิทธิการเช่าอาคารซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของบริษัทดังกล่าวเท่านั้น หาได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียในมูลความแห่งคดีไม่ จึงไม่มีสิทธิร้องคัดค้านเข้ามาในคดี ที่ศาลชั้นต้นรับคำคัดค้านไว้พิจารณาจึงเป็นการไม่ชอบ ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิอุทธรณ์และฎีกาต่อมาได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของผู้คัดค้าน"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่รับคำคัดค้านยกฎีกาของผู้คัดค้าน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่ผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากที่สั่งคืนและค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000539.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552