คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4993/2552 ฉบับเต็ม

#502977
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4993/2552 บริษัทการ์ดฟอร์ซ (ไทยแลนด์) จำกัด โจทก์ นิติบุคคลอาคารชุดเดอะวอเตอร์ฟอร์ดพาร์ค คอนโดมิเนียม จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 241, มาตรา 344 จำเลยค้างชำระค่าจ้างโจทก์ และมีความเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดชอบต่อจำเลยตามสัญญาจ้าง เงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ที่จำเลยครอบครองอยู่ตามความใน ป.พ.พ. มาตรา 241 จำเลยจึงไม่มีสิทธิยึดหน่วงไว้ ความเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดชอบต่อจำเลยยังไม่ยุติ จะต้องตกลงกันอีกซึ่งยังไม่แน่ว่าจะตกลงกันได้หรือไม่ แม้เป็นสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจ้างฉบับเดียวกันก็ต้องถือว่าสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อโจทก์ยังมีข้อต่อสู้อยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 344 จำเลยจึงไม่อาจใช้สิทธิขอหักกลบลบหนี้ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 411,761.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 401,761.46 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2545 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เห็นสมควรให้ตกเป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติได้ชั้นนี้ว่า จำเลยค้างชำระค่าจ้างโจทก์จำนวน 401,761.46 บาท ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2545 และมีความเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดชอบต่อจำเลยตามสัญญาจ้าง ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2545 ของศาลชั้นต้น ปัญหาตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า จำเลยมีสิทธิยึดหน่วงเงินค่าจ้างโจทก์จำนวน 401,761.46 บาท ไว้ได้หรือไม่ เห็นว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ที่จำเลยครอบครองอยู่ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 241 จำเลยจึงไม่มีสิทธิยึดหน่วงไว้ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาตามฎีกาของจำเลยต่อไปว่า จำเลยจะใช้สิทธิขอหักกลบหนี้ต่อโจทก์ในคดีนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า ความปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2545 ของศาลชั้นต้นว่า ความเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดชอบต่อจำเลยยังไม่ยุติ จะต้องตกลงกันอีก ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะตกลงกันได้หรือไม่ ดังนี้ แม้เป็นสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจ้างฉบับเดียวกัน ก็ต้องถือว่าสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อโจทก์ยังมีข้อต่อสู้อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 จำเลยจึงไม่อาจใช้สิทธิขอหักกลบลบหนี้ได้ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาข้อสุดท้ายว่า จำเลยใช้สิทธิยึดหน่วงเพื่อขอหักกลบลบหนี้ตามกฎหมาย ถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดนัดชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว จึงเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยไม่ได้นั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิยึดหน่วงและจะขอหักกลบลบหนี้ไม่ได้ดังวินิจฉัยข้างต้น จำเลยจึงโต้แย้งว่ายังไม่ผิดนัดมิได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัดแก่โจทก์ชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ไชยยงค์ คงจันทร์-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
502977
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082001930"
    }
}
date
2552
deka_no
4993/2552
deka_running_no
4993
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "ไชยยงค์ คงจันทร์",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 241",
            "ม. 344"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทการ์ดฟอร์ซ (ไทยแลนด์) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นิติบุคคลอาคารชุดเดอะวอเตอร์ฟอร์ดพาร์ค คอนโดมิเนียม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 411,761.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 401,761.46 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2545 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เห็นสมควรให้ตกเป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติได้ชั้นนี้ว่า จำเลยค้างชำระค่าจ้างโจทก์จำนวน 401,761.46 บาท ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2545 และมีความเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดชอบต่อจำเลยตามสัญญาจ้าง ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2545 ของศาลชั้นต้น

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า จำเลยมีสิทธิยึดหน่วงเงินค่าจ้างโจทก์จำนวน 401,761.46 บาท ไว้ได้หรือไม่ เห็นว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ที่จำเลยครอบครองอยู่ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 241 จำเลยจึงไม่มีสิทธิยึดหน่วงไว้ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยต่อไปว่า จำเลยจะใช้สิทธิขอหักกลบหนี้ต่อโจทก์ในคดีนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า ความปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2545 ของศาลชั้นต้นว่า ความเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดชอบต่อจำเลยยังไม่ยุติ จะต้องตกลงกันอีก ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะตกลงกันได้หรือไม่ ดังนี้ แม้เป็นสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจ้างฉบับเดียวกัน ก็ต้องถือว่าสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อโจทก์ยังมีข้อต่อสู้อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 จำเลยจึงไม่อาจใช้สิทธิขอหักกลบลบหนี้ได้ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยฎีกาข้อสุดท้ายว่า จำเลยใช้สิทธิยึดหน่วงเพื่อขอหักกลบลบหนี้ตามกฎหมาย ถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดนัดชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว จึงเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยไม่ได้นั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิยึดหน่วงและจะขอหักกลบลบหนี้ไม่ได้ดังวินิจฉัยข้างต้น จำเลยจึงโต้แย้งว่ายังไม่ผิดนัดมิได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัดแก่โจทก์ชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000552.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552