คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10344/2551 ฉบับเต็ม

#503020
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10344/2551 นางหน่าย มีพูล โจทก์ นายประสพ มีพูล จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 531, มาตรา 535 (2) ขณะ ท. สามีโจทก์ยังมีชีวิตอยู่ โจทก์กับ ท. แบ่งที่ดินสำหรับปลูกบ้าน ที่นาและที่สวนให้แก่บุตรทุกคนรวมทั้งจำเลยด้วย โดยจำเลยได้ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงในการให้ที่ดินดังกล่าวมีข้อตกลงว่า โจทก์กับ ท. มีสิทธิเก็บกินในที่ดิน ถ้าเป็นที่นาโจทก์กับ ท. มีสิทธิเก็บค่าเช่าที่นา ถ้าเป็นที่สวนผลไม้ โจทก์กับ ท. มีสิทธินำผลไม้ไปขายได้หรือหากบุตรซึ่งเป็นผู้รับนำผลไม้ไปขายก็ต้องนำเงินมาให้โจทก์กับ ท. ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า โจทก์ยกที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้จำเลยโดยโจทก์ยังมีสิทธิเก็บกินผลประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภาระติดพัน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกถอนคืนการให้ เพราะเหตุจำเลยประพฤติเนรคุณได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 535 (2) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวคืนแก่โจทก์แปลงละกึ่งหนึ่ง โดยให้ไปจดทะเบียนโอนเป็นชื่อโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 34020 ตำบลดงประคำ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 1 ไร่ 36 ตารางวา กึ่งหนึ่งและส่งมอบที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 3855 ตำบลมะต้อง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 16 ไร่ 3 งาน 47 ตารางวา กึ่งหนึ่งแก่โจทก์ และให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวเป็นชื่อของโจทก์แปลงละกึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายทรง อยู่กินมีบุตรด้วยกัน 9 คน จำเลยเป็นบุตรคนที่ 4 ขณะนายทรงยังมีชีวิตอยู่ นายทรงกับโจทก์ยกที่ดินซึ่งเป็นที่ดินสำหรับปลูกบ้านและทำนาให้จำเลย 2 แปลง คือ ที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 34020 ตำบลดงประคำ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 1 ไร่ 36 ตารางวา และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 3855 ตำบลมะต้อง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 16 ไร่ 3 งาน 47 ตารางวา ตามโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ต่อมาวันที่ 4 ธันวาคม 2541 นายทรงถึงแก่ความตายตามมรณบัตร คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องโจทก์ด้วยเหตุโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นมารดาจำเลยยกที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้แก่จำเลย ซึ่งเป็นบุตรโดยเสน่หาและไม่มีค่าตอบแทน จำเลยประพฤติเนรคุณขอเพิกถอนคืนการให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 แต่โจทก์ จำเลยต่างนำสืบรับตรงกันว่า ขณะนายทรงยังมีชีวิตอยู่ โจทก์กับนายทรงแบ่งที่ดินสำหรับปลูกบ้านที่นาและที่สวนให้แก่บุตรทุกคนรวมทั้งจำเลยด้วย โดยจำเลยได้ที่ดินพิพาททั้งสองแปลง ในการให้ที่ดินดังกล่าวมีข้อตกลงว่า โจทก์กับนายทรงมีสิทธิเก็บกินในที่ดินถ้าเป็นที่นาโจทก์กับนายทรงมีสิทธิเก็บค่าเช่าที่นา ถ้าเป็นที่สวนผลไม้โจทก์กับนายทรงมีสิทธินำผลไม้ไปขายได้หรือหากบุตรซึ่งเป็นผู้รับนำผลไม้ไปขายก็ต้องนำเงินมาให้โจทก์กับนายทรง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า โจทก์ยกที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้จำเลยโดยโจทก์ยังมีสิทธิเก็บกินผลประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภาระติดพัน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกถอนคืนการให้ เพราะเหตุจำเลยประพฤติเนรคุณได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 535 (2) ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ให้การต่อสู้ตั้งเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ในศาลชั้นต้น และมิได้อุทธรณ์เป็นปัญหาวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ก็มีอำนาจยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) มิใช่กรณีอันจะถือได้ว่าจำเลยสละข้อต่อสู้ในประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องดังที่โจทก์ฎีกา ทั้งแม้จะมีการสืบพยานเพิ่มเติมอย่างไร ก็ไม่ทำให้ผลของคำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องมาจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุรภพ ปัทมะสุคนธ์-สิริรัตน์ จันทรา-ณรงค์พล ทองจีน) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
503020
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082005956"
    }
}
date
2551
deka_no
10344/2551
deka_running_no
10344
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "สุรภพ ปัทมะสุคนธ์",
    "สิริรัตน์ จันทรา",
    "ณรงค์พล ทองจีน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 531",
            "ม. 535 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางหน่าย มีพูล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประสพ มีพูล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวคืนแก่โจทก์แปลงละกึ่งหนึ่ง โดยให้ไปจดทะเบียนโอนเป็นชื่อโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 34020 ตำบลดงประคำ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 1 ไร่ 36 ตารางวา กึ่งหนึ่งและส่งมอบที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 3855 ตำบลมะต้อง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 16 ไร่ 3 งาน 47 ตารางวา กึ่งหนึ่งแก่โจทก์ และให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวเป็นชื่อของโจทก์แปลงละกึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายทรง อยู่กินมีบุตรด้วยกัน 9 คน จำเลยเป็นบุตรคนที่ 4 ขณะนายทรงยังมีชีวิตอยู่ นายทรงกับโจทก์ยกที่ดินซึ่งเป็นที่ดินสำหรับปลูกบ้านและทำนาให้จำเลย 2 แปลง คือ ที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 34020 ตำบลดงประคำ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 1 ไร่ 36 ตารางวา และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 3855 ตำบลมะต้อง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 16 ไร่ 3 งาน 47 ตารางวา ตามโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ต่อมาวันที่ 4 ธันวาคม 2541 นายทรงถึงแก่ความตายตามมรณบัตร

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องโจทก์ด้วยเหตุโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นมารดาจำเลยยกที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้แก่จำเลย ซึ่งเป็นบุตรโดยเสน่หาและไม่มีค่าตอบแทน จำเลยประพฤติเนรคุณขอเพิกถอนคืนการให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 แต่โจทก์ จำเลยต่างนำสืบรับตรงกันว่า ขณะนายทรงยังมีชีวิตอยู่ โจทก์กับนายทรงแบ่งที่ดินสำหรับปลูกบ้านที่นาและที่สวนให้แก่บุตรทุกคนรวมทั้งจำเลยด้วย โดยจำเลยได้ที่ดินพิพาททั้งสองแปลง ในการให้ที่ดินดังกล่าวมีข้อตกลงว่า โจทก์กับนายทรงมีสิทธิเก็บกินในที่ดินถ้าเป็นที่นาโจทก์กับนายทรงมีสิทธิเก็บค่าเช่าที่นา ถ้าเป็นที่สวนผลไม้โจทก์กับนายทรงมีสิทธินำผลไม้ไปขายได้หรือหากบุตรซึ่งเป็นผู้รับนำผลไม้ไปขายก็ต้องนำเงินมาให้โจทก์กับนายทรง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า โจทก์ยกที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้จำเลยโดยโจทก์ยังมีสิทธิเก็บกินผลประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภาระติดพัน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกถอนคืนการให้ เพราะเหตุจำเลยประพฤติเนรคุณได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 535 (2) ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ให้การต่อสู้ตั้งเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ในศาลชั้นต้น และมิได้อุทธรณ์เป็นปัญหาวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ก็มีอำนาจยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) มิใช่กรณีอันจะถือได้ว่าจำเลยสละข้อต่อสู้ในประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องดังที่โจทก์ฎีกา ทั้งแม้จะมีการสืบพยานเพิ่มเติมอย่างไร ก็ไม่ทำให้ผลของคำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องมาจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000587.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551