คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11317/2553 ฉบับเต็ม

#503209
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11317/2553 โม อินดัสตรีส์, แอลแอลซี โจทก์ บริษัทเอ็ม เค เค (ไทยแลนด์) จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 177, มาตรา 179, มาตรา 180 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 การขอแก้ไขคำให้การต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลก่อนวันนัดชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 180 เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนัดชี้สองสถานหรือนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 8 มีนาคม 2553 แต่เมื่อถึงวันนัด ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งงดชี้สองสถานและให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์ในวันอื่น วันที่ 8 มีนาคม 2553 ย่อมมิใช่วันชี้สองสถานหรือวันสืบพยาน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 180 จำเลยจึงยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การในวันดังกล่าวได้ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยและห้ามจำเลยใช้ ยื่นคำขอจดทะเบียน หรือเกี่ยวข้องในทางใดๆ กับเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ การที่จำเลยฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยโดยอ้างว่า โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริตทำให้จำเลยสูญเสียรายได้ เนื่องจากต้องเก็บสินค้าที่วางจำหน่ายในท้องตลาดระหว่างรอฟังผลของคดี เป็นฟ้องแย้งโดยอาศัยเหตุที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เป็นข้ออ้าง ฟ้องแย้งจึงเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม และมาตรา 179 วรรท้าย ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ELLA MOSS ทะเบียนเลขที่ ค 293695 หรือให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 705074 และห้ามจำเลยใช้ ยื่นคำขอจดทะเบียน หรือเข้าเกี่ยวข้องในทางใด ๆ กับเครื่องหมายการค้า ELLA MOSS และเครื่องหมายการค้าอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้า ELLA MOSS ของโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์ในวันที่ 8 มีนาคม 2553 ในวันนัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การพร้อมกับฟ้องแย้งต่อศาล ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีคำสั่งว่า ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 การแก้ไขคำให้การต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนหน้านั้น หรือเป็นการขอแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งในวันนัดชี้สองถานหรือสืบพยานโจทก์ ไม่รับคำให้การเพิ่มเติมและฟ้องแย้งของจำเลย และมีคำสั่งให้งดชี้สองสถาน กับนัดสืบพยานโจทก์ใหม่ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่รับคำให้การเพิ่มเติมและฟ้องแย้งของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 บัญญัติถึงหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขคำให้การไว้ จำเลยต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้นัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์ในวันที่ 8 มีนาคม 2553 แต่ข้อเท็จจริงได้ความจากรายงานกระบวนพิจารณาประกอบรายงานเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความว่า ในนัดวันที่ 8 มีนาคม 2553 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งงดชี้สองสถานและให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 1 กันยายน 2553 แทน ดังนี้ ย่อมถือไม่ได้ว่าวันที่ 8 มีนาคม 2553 เป็นวันชี้สองสถานหรือวันสืบพยานตามบทกฎหมาย การที่จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การในวันดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งไม่รับคำให้การเพิ่มเติมของจำเลยจึงไม่ชอบ ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้บังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหาย 50,000 บาท แก่จำเลย โดยอ้างว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริต ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย เพราะสูญเสียรายได้เนื่องจากต้องเก็บสินค้าที่วางจำหน่ายในท้องตลาดตามคำสั่งของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในระหว่างรอฟังผลของคดี เป็นการฟ้องแย้งโดยอาศัยเหตุที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีเป็นข้ออ้างในการฟ้องแย้ง เป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ เป็นฟ้องแย้งที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม และมาตรา 179 วรรคท้าย ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้ง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รับคำให้การเพิ่มเติมของจำเลยไว้แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แต่ยังคงไม่รับคำฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ (สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-อร่าม เสนามนตรี-สมศักดิ์ เนตรมัย) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางเสาวลักษณ์ จุลมนต์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทก.(ป)175/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ทป117/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
503209
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นางเสาวลักษณ์ จุลมนต์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993256"
    }
}
date
2553
deka_no
11317/2553
deka_running_no
11317
deka_year
2553
department
ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
judges
[
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "อร่าม เสนามนตรี",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177",
            "ม. 179",
            "ม. 180"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "โม อินดัสตรีส์, แอลแอลซี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอ็ม เค เค (ไทยแลนด์) จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ELLA MOSS ทะเบียนเลขที่ ค 293695 หรือให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 705074 และห้ามจำเลยใช้ ยื่นคำขอจดทะเบียน หรือเข้าเกี่ยวข้องในทางใด ๆ กับเครื่องหมายการค้า ELLA MOSS และเครื่องหมายการค้าอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้า ELLA MOSS ของโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์ในวันที่ 8 มีนาคม 2553

ในวันนัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การพร้อมกับฟ้องแย้งต่อศาล ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีคำสั่งว่า ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 การแก้ไขคำให้การต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนหน้านั้น หรือเป็นการขอแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งในวันนัดชี้สองถานหรือสืบพยานโจทก์ ไม่รับคำให้การเพิ่มเติมและฟ้องแย้งของจำเลย และมีคำสั่งให้งดชี้สองสถาน กับนัดสืบพยานโจทก์ใหม่

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่รับคำให้การเพิ่มเติมและฟ้องแย้งของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 บัญญัติถึงหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขคำให้การไว้ จำเลยต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้นัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์ในวันที่ 8 มีนาคม 2553 แต่ข้อเท็จจริงได้ความจากรายงานกระบวนพิจารณาประกอบรายงานเจ้าหน้าที่ศูนย์นัดความว่า ในนัดวันที่ 8 มีนาคม 2553 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งงดชี้สองสถานและให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 1 กันยายน 2553 แทน ดังนี้ ย่อมถือไม่ได้ว่าวันที่ 8 มีนาคม 2553 เป็นวันชี้สองสถานหรือวันสืบพยานตามบทกฎหมาย การที่จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การในวันดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งไม่รับคำให้การเพิ่มเติมของจำเลยจึงไม่ชอบ ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้บังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหาย 50,000 บาท แก่จำเลย โดยอ้างว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริต ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย เพราะสูญเสียรายได้เนื่องจากต้องเก็บสินค้าที่วางจำหน่ายในท้องตลาดตามคำสั่งของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในระหว่างรอฟังผลของคดี เป็นการฟ้องแย้งโดยอาศัยเหตุที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีเป็นข้ออ้างในการฟ้องแย้ง เป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ เป็นฟ้องแย้งที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม และมาตรา 179 วรรคท้าย ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้ง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รับคำให้การเพิ่มเติมของจำเลยไว้แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แต่ยังคงไม่รับคำฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ทป117/2552
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000475.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทก.(ป)175/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553