คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9216/2553 ฉบับเต็ม

#503220
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9216/2553 กองทุนรวมไทยรีสตรัคเจอริ่ง โจทก์ นายศุภชัย นิตยพัธน์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การในตอนแรกว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเงินกู้ตามฟ้องกับบริษัท ม. จริง แต่ไม่ได้รับเงินกู้ บัญชีเงินกู้ตามเอกสารท้ายฟ้องเป็นเอกสารที่โจทก์หรือบุคคลอื่นทำขึ้นเอง จำเลยที่ 1 ไม่ได้เกี่ยวข้องและเป็นเอกสารที่ไม่ถูกต้อง ส่วนตามคำให้การในตอนหลังที่ว่า หากฟังว่าจำเลยที่ 1 ได้ชำระหนี้ให้แก่บริษัท ม. เรื่อยมา แต่บริษัท ม. ถูกปิดกิจการ ทำให้ไม่สามารถติดต่อชำระหนี้ได้ จำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่ผู้ผิดนัดชำระหนี้ และหากโจทก์มีสิทธิรับช่วงสิทธิและเรียกร้องจากจำเลยที่ 1 ก็มีสิทธิเรียกร้องได้ไม่เกินจำนวนที่โจทก์รับช่วงสิทธิมานั้น มิใช่เป็นคำให้การที่จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าได้รับเงินกู้ตามฟ้องจากบริษัท ม. จึงมิใช่คำให้การที่ขัดแย้งกันเองหรือไม่ชัดแจ้งว่ายอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างในคำฟ้องของโจทก์ ถือได้ว่าคำให้การของจำเลยที่ 1 และ ที่ 2 ได้แสดงโดยแจ้งชัดว่าปฏิเสธฟ้องของโจทก์รวมทั้งเหตุแห่งการนั้นแล้ว จึงเป็นคำให้การที่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง และมีประเด็นที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะนำสืบได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 1,002,534.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ของต้นเงิน 600,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท แทนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 3 ไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทกองทุนรวม มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมวรรณ จำกัด เป็นผู้จัดการกองทุน โจทก์โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมวรรณ จำกัด มอบอำนาจให้บริษัทรีเทล รีคอฟเวอรี่ แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทน และให้มีอำนาจแต่งตั้งตัวแทนช่วงได้ บริษัทรีเทล รีคอฟเวอรี่ แมเนจเม้นท์ จำกัด แต่งตั้งให้นายวิชิตเป็นตัวแทนช่วงดำเนินคดีแทนและให้มีอำนาจแต่งตั้งตัวแทนช่วงต่อไปได้ นายวิชิตแต่งตั้งให้นายปิยศักดิ์หรือนางกชมนพรเป็นตัวแทนช่วงดำเนินคดีนี้แทน จำเลยที่ 1 ได้ลงลายมือชื่อไว้ในสัญญาเงินกู้ และในหนังสือขอรับเงินกู้ คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า คำให้การของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง หรือไม่ เห็นว่า ตามคำให้การของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในตอนหลังที่ว่า หากศาลฟังว่าจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาธนกิจ จำกัด (มหาชน) เรื่อยมา แต่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ดังกล่าวถูกปิดกิจการทำให้ไม่สามารถติดต่อชำระหนี้ได้ จำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่ผู้ผิดนัดชำระหนี้ และหากโจทก์มีสิทธิรับช่วงสิทธิและเรียกร้องจากจำเลยที่ 1 ก็จะมีสิทธิเรียกร้องได้ไม่เกินจำนวนที่โจทก์รับช่วงสิทธิมา ซึ่งเป็นเงินจำนวนไม่เกิน 800,000 บาท นั้น มิใช่เป็นคำให้การที่จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าได้รับเงินกู้ตามฟ้องจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาธนกิจ จำกัด (มหาชน) คำให้การของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงมิใช่คำให้การที่ขัดแย้งกันเองหรือไม่ชัดแจ้งว่ายอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างในคำฟ้องของโจทก์ ถือได้ว่าคำให้การของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้แสดงโดยแจ้งชัดว่าปฏิเสธฟ้องของโจทก์ รวมทั้งเหตุแห่งการนั้นแล้ว จึงเป็นคำให้การที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง และมีประเด็นที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะนำสืบได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ... พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชำระเงิน 600,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.50 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 20,000 บาท (วีระวัฒน์ ปวราจารย์-เมทินี ชโลธร-พิทยา ลิ้มสุวัฒน์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายพัฒนไชย ยอดพยุง ศาลอุทธรณ์ - นายสนธิศาสตร์ เจตน์วราพงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1177/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ11323/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ6308/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
503220
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายพัฒนไชย ยอดพยุง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสนธิศาสตร์ เจตน์วราพงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081994135"
    }
}
date
2553
deka_no
9216/2553
deka_running_no
9216
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์",
    "เมทินี ชโลธร",
    "พิทยา ลิ้มสุวัฒน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กองทุนรวมไทยรีสตรัคเจอริ่ง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายศุภชัย นิตยพัธน์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 1,002,534.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ของต้นเงิน 600,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท แทนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 3 ไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทกองทุนรวม มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมวรรณ จำกัด เป็นผู้จัดการกองทุน โจทก์โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมวรรณ จำกัด มอบอำนาจให้บริษัทรีเทล รีคอฟเวอรี่ แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทน และให้มีอำนาจแต่งตั้งตัวแทนช่วงได้ บริษัทรีเทล รีคอฟเวอรี่ แมเนจเม้นท์ จำกัด แต่งตั้งให้นายวิชิตเป็นตัวแทนช่วงดำเนินคดีแทนและให้มีอำนาจแต่งตั้งตัวแทนช่วงต่อไปได้ นายวิชิตแต่งตั้งให้นายปิยศักดิ์หรือนางกชมนพรเป็นตัวแทนช่วงดำเนินคดีนี้แทน จำเลยที่ 1 ได้ลงลายมือชื่อไว้ในสัญญาเงินกู้ และในหนังสือขอรับเงินกู้

คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า คำให้การของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง หรือไม่ เห็นว่า ตามคำให้การของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในตอนหลังที่ว่า หากศาลฟังว่าจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาธนกิจ จำกัด (มหาชน) เรื่อยมา แต่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ดังกล่าวถูกปิดกิจการทำให้ไม่สามารถติดต่อชำระหนี้ได้ จำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่ผู้ผิดนัดชำระหนี้ และหากโจทก์มีสิทธิรับช่วงสิทธิและเรียกร้องจากจำเลยที่ 1 ก็จะมีสิทธิเรียกร้องได้ไม่เกินจำนวนที่โจทก์รับช่วงสิทธิมา ซึ่งเป็นเงินจำนวนไม่เกิน 800,000 บาท นั้น มิใช่เป็นคำให้การที่จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าได้รับเงินกู้ตามฟ้องจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาธนกิจ จำกัด (มหาชน) คำให้การของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงมิใช่คำให้การที่ขัดแย้งกันเองหรือไม่ชัดแจ้งว่ายอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างในคำฟ้องของโจทก์ ถือได้ว่าคำให้การของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้แสดงโดยแจ้งชัดว่าปฏิเสธฟ้องของโจทก์ รวมทั้งเหตุแห่งการนั้นแล้ว จึงเป็นคำให้การที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง และมีประเด็นที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะนำสืบได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ...

พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชำระเงิน 600,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.50 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 20,000 บาท
opensearch_id
primary_black_case_no
พ11323/2543
primary_red_case_no
พ6308/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000483.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1177/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553