คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10391/2553 ฉบับเต็ม

#503221
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10391/2553 บริษัทอิทธิ-วรา ซี.เอ. ทีวีเน็ทเวิร์ค จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด นครเน็ทเวิร์ค กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 420 ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 มาตรา 5 วรรคสาม, มาตรา 17 ความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 มาตรา 5 เป็นการกระทำผิดต่อรัฐโดยตรง รัฐจึงเป็นผู้เสียหายมิใช่โจทก์ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำความผิดต่อรัฐมิได้เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์โดยตรง โจทก์จึงยังไม่ถูกโต้แย้งสิทธิตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงิน 23,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ร่วมกันชำระเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 13 มิถุนายน 2545) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้ร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าโจทก์ได้รับอนุญาตจากกรมประชาสัมพันธ์ให้ดำเนินบริการส่งวิทยุโทรทัศน์ผ่านไปทางสายหรือสื่อตัวนำไฟฟ้า (ระบบบอกรับสมาชิก) โดยได้รับอนุญาตจากกรมประชาสัมพันธ์ ตามพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 มาตรา 5 วรรคสาม ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2545 จำเลยที่ 1 ขออนุญาตดำเนินบริการส่งวิทยุโทรทัศน์ดังกล่าว กรมประชาสัมพันธ์ไม่ออกใบอนุญาตให้ แต่จำเลยที่ 1 ได้พาดสายส่งสัญญาณภาพซึ่งเป็นการบริการส่งวิทยุโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมประชาสัมพันธ์เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 มาตรา 5 วรรคสาม, 17 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 เป็นการกระทบสิทธิของโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 มาตรา 5 เป็นการกระทำผิดต่อรัฐโดยตรง รัฐจึงเป็นผู้เสียหายมิใช่โจทก์ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำความผิดต่อรัฐมิได้เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์โดยตรงแต่อย่างใด โจทก์จึงยังไม่ถูกโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมศักดิ์ อเนกพุฒิ-พิศาล ชัยยะวรากูล-ประยูร ณ ระนอง) ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสมพร สมุทรคุณ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิทยา จิญกาญจน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1297/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ670/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1366/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
503221
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลพบุรี",
        "judge": "นายสมพร สมุทรคุณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายวิทยา จิญกาญจน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993690"
    }
}
date
2553
deka_no
10391/2553
deka_running_no
10391
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ อเนกพุฒิ",
    "พิศาล ชัยยะวรากูล",
    "ประยูร ณ ระนอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 420"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498",
        "sections": [
            "ม. 5 วรรคสาม",
            "ม. 17"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทอิทธิ-วรา ซี.เอ. ทีวีเน็ทเวิร์ค จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด นครเน็ทเวิร์ค กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงิน 23,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ร่วมกันชำระเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 13 มิถุนายน 2545) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้ร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าโจทก์ได้รับอนุญาตจากกรมประชาสัมพันธ์ให้ดำเนินบริการส่งวิทยุโทรทัศน์ผ่านไปทางสายหรือสื่อตัวนำไฟฟ้า (ระบบบอกรับสมาชิก) โดยได้รับอนุญาตจากกรมประชาสัมพันธ์ ตามพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 มาตรา 5 วรรคสาม ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2545 จำเลยที่ 1 ขออนุญาตดำเนินบริการส่งวิทยุโทรทัศน์ดังกล่าว กรมประชาสัมพันธ์ไม่ออกใบอนุญาตให้ แต่จำเลยที่ 1 ได้พาดสายส่งสัญญาณภาพซึ่งเป็นการบริการส่งวิทยุโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมประชาสัมพันธ์เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 มาตรา 5 วรรคสาม, 17 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 เป็นการกระทบสิทธิของโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัยความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 มาตรา 5 เป็นการกระทำผิดต่อรัฐโดยตรง รัฐจึงเป็นผู้เสียหายมิใช่โจทก์ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำความผิดต่อรัฐมิได้เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์โดยตรงแต่อย่างใด โจทก์จึงยังไม่ถูกโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
พ670/2545
primary_red_case_no
พ1366/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000479.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1297/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553