คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7357/2553 ฉบับเต็ม

#503229
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7357/2553 นายสมชาย งามล้วน โดยนางดวงตา งามล้วน โจทก์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจริญพรสหขนส่ง จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 143 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา, มาตรา 246, มาตรา 247, มาตรา 151 วรรคสอง โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาตามยอมแต่ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าขึ้นศาลนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งว่า ค่าขึ้นศาลมีเพียง 200 บาท จึงไม่คืนให้ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยวางเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เป็นเงิน 75,000 บาท ความผิดพลาดจึงเกิดเพราะความผิดหลงในข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งความผิดพลาดในเรื่องการคืนค่าขึ้นศาลให้แก่จำเลยนี้เป็นคนละส่วนกับข้อตกลงในสัญญาประนีประยอมความของคู่ความซึ่งไม่มีข้อผิดพลาดอะไร แม้สัญญาประนีประนอมยอมความจะระบุว่าค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับก็เป็นข้อตกลงระหว่างคู่ความในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม เมื่อคดีได้เสร็จเด็ดขาดโดยสัญญาหรือการประนีประนอมยอมความซึ่งเป็นเรื่องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 151 วรรคสอง ดังนั้น เมื่อคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรที่จะมีคำสั่งแก้ไขข้อผิดพลาดเช่นว่านั้นให้ถูกต้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 246 และ 247 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2552 พร้อมกับสั่งค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ว่า ส่วนค่าขึ้นศาลมีเพียง 200 บาท จึงไม่คืนให้ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 โจทก์ถึงแก่ความตาย นางดวงตา ภริยาและทายาทของโจทก์ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งอนุญาต จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แก้ไขคำพิพากษาที่ไม่คืนค่าขึ้นศาลดังกล่าวและสั่งคืนค่าขึ้นศาลให้แก่จำเลยเป็นกรณีพิเศษ โดยคำนวณจากค่าขึ้นศาล 75,000 บาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาแล้ว มีคำสั่งว่า เป็นการแก้ไขคำพิพากษาอีกทั้งตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 3. ก็ระบุให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับซึ่งค่าฤชาธรรมเนียมนั้นย่อมรวมถึงค่าขึ้นศาลด้วย กรณีไม่อาจสั่งคืนได้ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง (ที่ถูกฎีกาคำสั่ง) ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาตามยอมแต่ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าขึ้นศาลนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งว่า ค่าขึ้นศาลมีเพียง 200 บาท จึงไม่คืนให้ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยวางเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เป็นเงิน 75,000 บาท ความผิดพลาดจึงเกิดเพราะความผิดหลงในข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งความผิดพลาดในเรื่องการคืนค่าขึ้นศาลให้แก่จำเลยนี้เป็นคนละส่วนกับข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความของคู่ความซึ่งไม่มีข้อผิดพลาดอะไร แม้สัญญาประนีประนอมยอมความจะระบุว่าค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับก็เป็นข้อตกลงระหว่างคู่ความในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างกันเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่จะสั่งคืนค่าขึ้นศาล เมื่อคดีได้เสร็จเด็ดขาดโดยสัญญาหรือการประนีประนอมยอมความ ซึ่งเป็นเรื่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 วรรคสอง ดังนั้น เมื่อคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรที่จะมีคำสั่งแก้ไขข้อผิดพลาดเช่นว่านั้นให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 246 และ 247 ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จำนวน 65,000 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ (นพวรรณ อินทรัมพรรย์-ไชยยงค์ คงจันทร์-ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์) ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายธงชัย จันทร์วิรัช แหล่งที่มา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2176/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ772/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ31/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
503229
courts
[
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายธงชัย จันทร์วิรัช"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081995127"
    }
}
date
2553
deka_no
7357/2553
deka_running_no
7357
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "ไชยยงค์ คงจันทร์",
    "ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 143 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา",
            "ม. 246",
            "ม. 247",
            "ม. 151 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมชาย งามล้วน โดยนางดวงตา งามล้วน"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจริญพรสหขนส่ง"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2552 พร้อมกับสั่งค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ว่า ส่วนค่าขึ้นศาลมีเพียง 200 บาท จึงไม่คืนให้

ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 โจทก์ถึงแก่ความตาย นางดวงตา ภริยาและทายาทของโจทก์ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งอนุญาต

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แก้ไขคำพิพากษาที่ไม่คืนค่าขึ้นศาลดังกล่าวและสั่งคืนค่าขึ้นศาลให้แก่จำเลยเป็นกรณีพิเศษ โดยคำนวณจากค่าขึ้นศาล 75,000 บาท

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาแล้ว มีคำสั่งว่า เป็นการแก้ไขคำพิพากษาอีกทั้งตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 3. ก็ระบุให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับซึ่งค่าฤชาธรรมเนียมนั้นย่อมรวมถึงค่าขึ้นศาลด้วย กรณีไม่อาจสั่งคืนได้ ให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง (ที่ถูกฎีกาคำสั่ง)

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาตามยอมแต่ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าขึ้นศาลนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งว่า ค่าขึ้นศาลมีเพียง 200 บาท จึงไม่คืนให้ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยวางเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เป็นเงิน 75,000 บาท ความผิดพลาดจึงเกิดเพราะความผิดหลงในข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งความผิดพลาดในเรื่องการคืนค่าขึ้นศาลให้แก่จำเลยนี้เป็นคนละส่วนกับข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความของคู่ความซึ่งไม่มีข้อผิดพลาดอะไร แม้สัญญาประนีประนอมยอมความจะระบุว่าค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับก็เป็นข้อตกลงระหว่างคู่ความในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างกันเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่จะสั่งคืนค่าขึ้นศาล เมื่อคดีได้เสร็จเด็ดขาดโดยสัญญาหรือการประนีประนอมยอมความ ซึ่งเป็นเรื่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 วรรคสอง ดังนั้น เมื่อคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรที่จะมีคำสั่งแก้ไขข้อผิดพลาดเช่นว่านั้นให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 246 และ 247 ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จำนวน 65,000 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ772/2547
primary_red_case_no
พ31/2550
remark
หมายเหตุ
source
แหล่งที่มา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000492.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2176/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553