คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9009/2553 ฉบับเต็ม

#503247
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9009/2553 พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ โจทก์ จ่าสิบตำรวจสมบัติ วันทา จำเลย ป.อ. มาตรา 265, มาตรา 268 วรรคแรก ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 243 (3) (ก), มาตรา 247 ไม่มีพยานปากใดเบิกความยืนยันว่า จำเลยเป็นผู้มอบใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราวให้แก่ ก. และมอบใบอนุญาตขับรถยนต์ให้แก่ จ. ข้อเท็จจริงรับฟังได้เพียงว่า จำเลยเป็นผู้นำใบอนุญาตขับรถดังกล่าวที่ทำปลอมขึ้นไปใส่ไว้ในตะกร้าบนเคาน์เตอร์หน้าที่ทำการแผนกทะเบียนยานพาหนะเท่านั้น การที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้มอบใบอนุญาตขับรถดังกล่าวให้แก่ ก. และ จ. จึงเป็นการรับฟังข้อเท็จจริงที่ผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน ศาลฎีกามีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (3) (ก) ประกอบมาตรา 247 และ ป.วิ.อ. มาตรา 15 การที่จำเลยเพียงแต่นำใบอนุญาตขับรถที่ทำปลอมขึ้นใส่ไว้ในตะกร้า เพื่อให้ ก. และ จ. มารับไป โดยจำเลยยังมิได้อ้างและใช้เอกสารดังกล่าวแก่ผู้ใด จึงไม่มีความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268, 83, 91 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารปลอม (ที่ถูกเป็นผู้ปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม) ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม (ที่ถูกฐานใช้เอกสารราชการปลอม) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 ตามมาตรา 268 วรรคสอง รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 2 ปี ข้อหาใช้เอกสารราชการปลอมให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาว่า จำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ด้วยหรือไม่ เห็นว่า ในชั้นพิจารณาคดีอาญาของศาล หากจำเลยให้การปฏิเสธเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่ต้องนำสืบพยานหลักฐานให้ศาลรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นและจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดนั้นศาลจึงจะลงโทษจำเลยได้ แต่จากคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งหมดดังกล่าว ไม่มีพยานปากใดเบิกความยืนยันว่า จำเลยเป็นผู้มอบใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราวให้แก่นายกริชและมอบใบอนุญาตขับรถยนต์ให้แก่นายจำรัส โดยเฉพาะนายกริชและนายจำรัสซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถปลอมมาและเคยถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาว่าปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอมแต่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้วนั้น นายกริชเบิกความยืนยันว่า นายกริชจำไม่ได้ว่าไปรับใบอนุญาตขับรถจากเจ้าพนักงานตำรวจคนใด ในบันทึกคำให้การของผู้ต้องหานายกริชก็ให้การไว้แต่เพียงว่าได้รับใบอนุญาตขับรถจากเจ้าหน้าที่โดยมิได้ระบุว่าได้รับจากจำเลย พยานหลักฐานที่ระบุว่า จำเลยเป็นผู้มอบใบอนุญาตขับรถจึงมีเพียงคำให้การในชั้นสอบสวนของนายจำรัสเท่านั้น แต่คำให้การในชั้นสอบสวนดังกล่าวเป็นพยานบอกเล่าไม่มีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน ทั้งยังขัดกับคำเบิกความของดาบตำรวจชวลิต ดาบตำรวจวินัย ร้อยตำรวจเอกแสวง และนายกริชเองที่เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านในทำนองเดียวกันว่า ใบอนุญาตขับรถใส่ไว้ในตะกร้าวางไว้บนเคาน์เตอร์หน้าที่ทำการแผนกทะเบียนยานพาหนะ กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าของใบอนุญาตขับรถจะไปตรวจดูที่ตะกร้าดังกล่าว หากเห็นใบอนุญาตขับรถของตนเองก็สามารถหยิบเอาไปได้หรือผู้ใดจะไปรับแทนก็ได้ คำให้การชั้นสอบสวนของนายจำรัสจึงไม่อาจรับฟังได้ ข้อเท็จจริงรับฟังได้เพียงว่า จำเลยเป็นผู้นำใบอนุญาตขับรถไปใส่ไว้ในตะกร้าเท่านั้น การที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้มอบใบอนุญาตขับรถให้แก่นายกริชและนายจำรัสจึงเป็นการรับฟังข้อเท็จจริงที่ผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน ศาลฎีกามีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (3) (ก) ประกอบมาตรา 247 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 การที่จำเลยเพียงแต่นำใบอนุญาตขับรถไปใส่ไว้ในตะกร้า โดยจำเลยยังมิได้อ้างและใช้เอกสารดังกล่าวแก่ผู้ใดจำเลยไม่มีความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (นันทชัย เพียรสนอง-อร่าม แย้มสอาด-สิงห์พล ละอองมณี) ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายธนพงศ์ อุชชิน ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสุพจน์ ธำรงเวียงผึ้ง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1484/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ765/2539 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2557/2544 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
503247
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์",
        "judge": "นายธนพงศ์ อุชชิน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายสุพจน์ ธำรงเวียงผึ้ง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081994247"
    }
}
date
2553
deka_no
9009/2553
deka_running_no
9009
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "นันทชัย เพียรสนอง",
    "อร่าม แย้มสอาด",
    "สิงห์พล ละอองมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 265",
            "ม. 268 วรรคแรก"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 243 (3) (ก)",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "จ่าสิบตำรวจสมบัติ วันทา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268, 83, 91 ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารปลอม (ที่ถูกเป็นผู้ปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม) ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม (ที่ถูกฐานใช้เอกสารราชการปลอม) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 ตามมาตรา 268 วรรคสอง รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 2 ปี ข้อหาใช้เอกสารราชการปลอมให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาว่า จำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ด้วยหรือไม่ เห็นว่า ในชั้นพิจารณาคดีอาญาของศาล หากจำเลยให้การปฏิเสธเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่ต้องนำสืบพยานหลักฐานให้ศาลรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นและจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดนั้นศาลจึงจะลงโทษจำเลยได้ แต่จากคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งหมดดังกล่าว ไม่มีพยานปากใดเบิกความยืนยันว่า จำเลยเป็นผู้มอบใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราวให้แก่นายกริชและมอบใบอนุญาตขับรถยนต์ให้แก่นายจำรัส โดยเฉพาะนายกริชและนายจำรัสซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถปลอมมาและเคยถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาว่าปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอมแต่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้วนั้น นายกริชเบิกความยืนยันว่า นายกริชจำไม่ได้ว่าไปรับใบอนุญาตขับรถจากเจ้าพนักงานตำรวจคนใด ในบันทึกคำให้การของผู้ต้องหานายกริชก็ให้การไว้แต่เพียงว่าได้รับใบอนุญาตขับรถจากเจ้าหน้าที่โดยมิได้ระบุว่าได้รับจากจำเลย พยานหลักฐานที่ระบุว่า จำเลยเป็นผู้มอบใบอนุญาตขับรถจึงมีเพียงคำให้การในชั้นสอบสวนของนายจำรัสเท่านั้น แต่คำให้การในชั้นสอบสวนดังกล่าวเป็นพยานบอกเล่าไม่มีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน ทั้งยังขัดกับคำเบิกความของดาบตำรวจชวลิต ดาบตำรวจวินัย ร้อยตำรวจเอกแสวง และนายกริชเองที่เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านในทำนองเดียวกันว่า ใบอนุญาตขับรถใส่ไว้ในตะกร้าวางไว้บนเคาน์เตอร์หน้าที่ทำการแผนกทะเบียนยานพาหนะ กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าของใบอนุญาตขับรถจะไปตรวจดูที่ตะกร้าดังกล่าว หากเห็นใบอนุญาตขับรถของตนเองก็สามารถหยิบเอาไปได้หรือผู้ใดจะไปรับแทนก็ได้ คำให้การชั้นสอบสวนของนายจำรัสจึงไม่อาจรับฟังได้ ข้อเท็จจริงรับฟังได้เพียงว่า จำเลยเป็นผู้นำใบอนุญาตขับรถไปใส่ไว้ในตะกร้าเท่านั้น การที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้มอบใบอนุญาตขับรถให้แก่นายกริชและนายจำรัสจึงเป็นการรับฟังข้อเท็จจริงที่ผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน ศาลฎีกามีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (3) (ก) ประกอบมาตรา 247 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 การที่จำเลยเพียงแต่นำใบอนุญาตขับรถไปใส่ไว้ในตะกร้า โดยจำเลยยังมิได้อ้างและใช้เอกสารดังกล่าวแก่ผู้ใดจำเลยไม่มีความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ765/2539
primary_red_case_no
อ2557/2544
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000484.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1484/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553